Post Tagged with: "“Taiwan Issue”"

“Trump” ลงนามประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ “ไต้หวัน”

“Trump” ลงนามประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ “ไต้หวัน”

รอยเตอร์ – ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ ลงนามประกาศใช้กฎหมายซึ่งสนับสนุนการส่งเจ้าหน้าที่เยี่ยมเยือนซึ่งกันและกันระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันเมื่อ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากปักกิ่งซึ่งมองว่าวอชิงตันกำลังละเมิดหลักการ “จีนเดียว” ทำเนียบขาวระบุว่า กฎหมายซึ่งไม่มีผลผูกพันนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2018 ตามเวลาในสหรัฐฯ ต่อให้ Trump ไม่ยอมลงนามก็ตามที ท่าทีของอเมริกาส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจตึงเครียดขึ้นไปอีก หลังจากที่  ประกาศมาตรการรีดภาษีนำเข้า และยังกดดันจีนให้เร่งแก้ไขมูลค่าการค้ากับสหรัฐฯ ที่เกินดุลถึง 375,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะยังต้องการให้ปักกิ่งช่วยป้องปรามพฤติกรรมของเกาหลีเหนืออยู่ก็ตาม Lu Kang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงเมื่อวันศุกร์ (16) ว่า ปักกิ่งคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพหลัก “จีนเดียว” (One China) ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน พร้อมทั้งระงับการติดต่อแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไทเปด้วย ด้านสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ออกมาวิจารณ์กฎหมายฉบับนี้ว่า “ฝ่าฝืนหลักจีนเดียวซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างร้ายแรง” “จีนไม่พอใจอย่างยิ่งและขอคัดค้านอย่างเต็มที่” ถ้อนแถลงจากสถานทูตจีนระบุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้อเมริกา “หยุดสานสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างเป็นทางการ หรือยกระดับความสัมพันธ์จากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ” […]

จีนเตือนสหรัฐร่าง กม.ไต้หวัน

หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีของจีน ออกแถลงการณ์เตือนสหรัฐ กรณีเตรียมผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมการกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนระบุหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามร่างกฎหมายที่ระบุว่า สหรัฐควรมีนโยบายอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นสามารถเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ระดับเดียวกันในไต้หวัน และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงไต้หวันเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่สหรัฐด้วยเงื่อนไขที่ให้เกียรติ จะส่งเสริมให้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ยิ่งยืนกรานอ้างอธิปไตยของไต้หวัน และจะทำให้จีนต้องใช้กฎหมายต่อต้านการแยกตัวอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นกฎหมายปี 2005 ที่ให้อำนาจจีนใช้กำลังป้องกันไม่ให้ไต้หวันแยกตัวจากจีน

ผู้ชุมนุมชาวไต้หวันเร่งรัฐบาล ลบทำลายมรดกตกทอดจาก Chaing Kai Shek

สำหรับชาวไต้หวัน 23 ล้านคน วันพุธที่ 28 ก.พ. 2018 คือวันครบรอบปีที่ 71 ของการสังหารหมู่ประชาชนอย่างน้อย 18,000 ชีวิต ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เหตุการณ์ 228’ (228 Incident) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1957 วันที่ 28 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันหยุดของชาวไต้หวัน และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่งก็ใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้รัฐบาล Tsai Ing Wen เร่งรัดแผนการลบทำลายสัญลักษณ์ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรมที่ระบอบเผด็จการในยุคสมัยของ Chiang Kei Shek ทิ้งไว้บนเกาะแห่งนี้ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่ไต้หวันเพิ่งจะผ่านกฎหมายที่จะจัดการกับมรดกของความอยุติธรรมภายใต้การปกครองของ Chiang Kei Shek เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี้เอง ซึ่งหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ชื่อของถนนและโรงเรียนที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตผู้ปกครองจะถูกเปลี่ยน และบรรดารูปปั้นของเขาจะถูกรื้อถอน อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา รูปปั้นของ Chiang Kei Shek นับร้อยชิ้นก็ถูกนำมารวมไว้ใกล้กับสุสานของเขาในเมืองเถาหยวนอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อวันพุธ กลุ่มผู้ประท้วงราวสิบคนก็บุกเข้าไปในสุสานพร้อมกับผืนผ้าที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาลจีน จากนั้นก็ราดเทสีแดงลงบนโลงหินของ Chiang Kei […]

ไต้หวันชงแผนงบกลาโหมยาวถึงปี 68 เสริมสร้างป้องกันประเทศรับมือจีน

ไต้หวันชงแผนงบกลาโหมยาวถึงปี 68 เสริมสร้างป้องกันประเทศรับมือจีน

วันที่ 11 มกราคม 2018 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า พรรครัฐบาลของไต้หวันเตรียมวางแผนจัดสรรงบประมาณระยะยาวโดยเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลาโหมเพื่อพัฒนาระบบอาวุธป้องกันประเทศให้ก้าวหน้า ซึ่งถูกมองว่ามุ่งมั่นในเสริมสร้างป้องปรามการโจมตีจากจีนมากขึ้น โดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้วางกรอบงบประมาณใช้จ่ายด้านนี้ยาวถึงปี 2025 โดยทางการระบุว่า หากรัฐสภาอนุมัติแผนงบประมาณอนาคตนี้ คาดว่าในปี 2025 งบประมาณด้านกลาโหมจะใช้กับโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็น หรือราว 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ถึง 3.8 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน อีกทั้งเศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้ เติบโตตามเป้า การใช้จ่ายเพื่อป้องกันประเทศจึงเป็นสิ่งที่เกินจากที่ประธานาธิบดีประกาศไว้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขตัดรายจ่ายงบประมาณกองทัพ ทางการไต้หวันระบุว่า นางไช่และทีมนโยบายได้พบปะกับผู้นำเหล่าทัพหลายครั้งเพื่อผลักดันการลงทุนด้านการฝึกฝนและอุปกรณ์ครั้งใหม่ ซึ่งตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมระบุคือ สิ่งสำคัญเร่งด่วนได้แก่ จรวดมิสไซล์ โดรนและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันขีปนาวุธใหม่ รายงานระบุว่า แม้ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นในประเทศ แต่ทั้งนี้ยังมีแผนการสร้างเรือดำน้ำ 8 ลำ ซึ่งเป็นแผนขับเคลื่อนระยะยาวเพื่อเสริมสมรรถนะตามที่ตกลงกับสหรัฐฯไว้ไม่นาน แต่สิ่งเหล่านี้อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลสหรัฐฯมากขึ้น ทางการยังระบุว่า ส่วนงบประมาณเพิ่มเติม จะมุ่งเสริมสร้างด้านยุทธศาสตร์ป้องกันแบบอสมมาตรในระยะสั้นและเสริมสมรรถนะอาวุธและยุทโธปกรณ์ทั้งจากที่ผลิตในประเทศและผ่านการจัดซื้ออาวุธในระยะยาว ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าวยืนยันกับสื่อว่า สงครามอิเล็กทรอนิกส์ ความมั่นคงด้านสารสนเทศ และโดรนที่ถูกพัฒนาคือเป้าหมายสำคัญในปีนี้ พร้อมกับโครงการอื่นที่ขับเคลื่อนไปด้วยอย่าง การปรับปรุงระบบป้องกันขีปนาวุธแพตทริออทของบริษัทเรทิออน เครื่องขับไล่เอฟ-16 เอ/บี ของบริษัทล็อคฮีท มาร์ตินและเครื่องบินสำหรับการฝึกที่ผลิตในประเทศ […]

ระอุเหตุพิพาทการบิน ‘จีน’ยกเลิก176เที่ยวบินไป’ไต้หวันช่วงตรุษจีน

ระอุเหตุพิพาทการบิน ‘จีน’ยกเลิก176เที่ยวบินไป’ไต้หวันช่วงตรุษจีน

30 ม.ค.2018 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สายการบินไชน่าอีสเทิร์น ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันทั้งหมด 106 เที่ยว ที่จะให้บริการเพิ่มขึ้นจากตารางปกติ ในระหว่างวันที่ 15-20 ก.พ.ช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากรัฐบาลของไต้หวันไม่อนุมัติ โดยท่าทีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ไม่กี่สัปดาห์มานี้ไชน่าอีสเทิร์นและเซี่ยเหมินแอร์ไลน์ส ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่ มาบินใกล้เกาะไต้หวัน โดยไม่แจ้งต่อรัฐบาลไทเป จนทำให้เกิดข้อพิพาทกันขึ้น โดยประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันชี้ว่า จีนแสดงพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ คุกคามความมั่นคงในภูมิภาคและกระทบต่อความปลอดภัยการบิน ขณะที่ เฉินฉินเซิง ผู้อำนวยการสำนักงานเดินอากาศและการบินไต้หวัน ได้ระบุว่า สนับสนุนให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนไปใช้บริการสายการบินอื่น ในกรณีฉุกเฉินหากผู้ที่ต้องการไปไต้หวัน ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ รัฐบาลพร้อมส่งเครื่องบินทหารไปรับ   ที่มาภาพ: ceair.com

ปธน.ไต้หวันระบุ “กองทัพจีน” ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ปธน.ไต้หวันระบุ “กองทัพจีน” ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค

รอยเตอร์ – กิจกรรมทางทหารของจีนกำลังทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันระบุในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมเสริมว่า กองกำลังของเกาะแห่งกำลังดูว่าพวกเขาสามารถจะทำอะไรได้บ้าง จีนมองว่าไต้หวันที่ปกครองตนเองและเป็นประชาธิปไตยเป็นดินแดนต้องห้ามและไม่เคยบอกว่าจะไม่ใช้กำลังเพื่อนำสิ่งที่เขามองว่าเป็นมณฑลกบฏกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน จีนแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ไช่ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่ฝักใฝ่เอกราชชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ปักกิ่งสงสัยว่าเธอกำลังพยายามทำให้เกาะนี้มีเอกราชอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นเส้นแดงสำหรับจีน ไช่ระบุว่า เธอต้องการสร้างสันติภาพกับแผ่นดินใหญ่ แต่กล่าวว่า เธอจะปกป้องความมั่นคงและวิถีชีวิตของไต้หวัน กองทัพอากาศของจีนเคยจัดการซ้อมรบใกล้ไต้หวันมาแล้ว 16 ครั้งในปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมของไต้หวันระบุในสมุดปกขาวในสัปดาห์นี้ กระทรวงฯ เตือนว่า ภัยคุกคามทางทหารจากจีนกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปักกิ่งกล่าวหลายครั้งว่าการซ้อมรบที่ก็เกิดขึ้นในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้และทะเลญี่ปุ่นเช่นกันมีขึ้นเป็นประจำทุกปีและไม่ได้มุ่งเป้าบุคคลที่สามแต่อย่างใด ไช่ซึ่งคุยกับเจ้าหน้าที่อาวุโสในไทเป ระบุว่า ไต้หวันต้องการสันติภาพแต่ไม่อาจหยุดเตรียมพร้อมสู้รบได้แม้แต่วันเดียว “ในเวลานี้กิจกรรมทางทหารของจีนแผ่นดินใหญ่ในเอเชียตะวันออกส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคบางส่วนแล้ว” ไช่ กล่าว “ประเทศของเราเป็นผู้ส่งเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคเรื่อยมา นี่คือเหตุผลที่กองทัพต้องจับตาการเคลื่อนไหวของกองทัพจีนและดำเนินการอย่างเหมาะสมหากจำเป็นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของประเทศและภูมิภาค” จีนเตือนไต้หวันว่า “อย่าใช้อาวุธเพื่อปฏิเสธการรวมชาติ” และสื่อทางการจีนเผยแพร่ภาพเครื่องบินขับไล่ของจีนบินใกล้เกาะแห่งนี้ ความตึงเครียดพุ่งสูงในสัปดาห์นี้เมื่อนักการทูตอาวุโสของจีนขู่ว่า จีนจะบุกไต้หวันหากมีเรือรบสหรัฐฯไปเทียบท่าที่นั่น ไต้หวันซื้ออาวุธจากสหรัฐฯเกือบทั้งหมดแต่ยังคงกดดันให้วอชิงตันขายยุทโธปกรณ์ที่มีความทันสมัยมากกว่านี้ สหรัฐฯมีข้อผูกมัดทางกฎหมายให้ต้องช่วยไต้หวันปกป้องตนเองจากการการข่มเหงของจีน ไต้หวันที่มีความภาคภูมิใจในระบอบประชาธิปไตยไม่แสดงความสนใจที่จะถูกบริหารโดยจีน และรัฐบาลของไต้หวันกล่าวหาปักกิ่งว่าไม่เข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยในเวลาที่พวกเขาวิจารณ์ไทเป

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัว “การประชุมอวี้ซาน-นวัตกรรมและความก้าวหน้าของเอเชีย” โดยไช่ อิงเหวินได้เตรียมส่งเสริมแผนการเรือธง 5 ด้าน สำหรับนโยบายมุ่งลงใต้ และเตรียมก่อตั้ง “มูลนิธิแลกเปลี่ยนเอเชีย – ไต้หวัน” เพื่อเป็นการจัดการประชุมอวี้ซานอย่างฐาวร ไช่ อิงเหวิน กล่าวว่า ภาระกิจแรกของไต้หวันคือ การเปลี่ยนตำแหน่งบทบาทของไต้หวันในภูมิภาค นโยบายมุ่งลงใต้คือกลยุทธ์ระดับเอเชียของไต้หวัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ไต้หวัน และประเทศต่างๆ ในโลกในการขยายการทำงานร่วมกัน ขยายบทบาทของไต้หวันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ที่ผ่านมานโยบายมุ่งลงใต้มีการผลักดันความร่วมมือต่างๆ ในภูมิภาค เช่น RCEP (ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแข็งขันซึ่งกันและกัน แต่ยังเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันอีกด้วย ไช่ อิงเหวิน กล่าวเสริมว่า ในลำดับต่อไป ไต้หวันจะมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมแผนการ 5 เรือธง ซึ่งประกอบไปด้วย การพัฒนาบุคลากร, ความร่วมมือในอุตสาหกรรมนวัตกรรม, ความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค, ความร่วมมือด้านการแพทย์และสุขภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่นเดียวกับการจัดการประชุมที่เกี่ยวข้้องกับนโยบายมุ่งลงใต้ และการแลกเปลี่ยนเยาวชน ซึ่งการประชุมอวี้ซานก็ถือเป็นการบุกเบิกแผนการเรือธงของไต้หวัน สำหรับแผนการ […]

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

“Daily Inquirer” จัดเป็นหนึ่งในสามสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษชื่อดังของประเทศฟิลิปปินส์ โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2017ที่ผ่านมา บนเว็บไซต์ INQUIRER.NET ได้ลงบทความในหัวข้อ “Taiwan reaches out to neighbors, embraces immigrants” โดยมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวันอย่าง ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา นโยบายมุ่งลงใต้ของไต้หวัน และการดูแลผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน โดยในย่อหน้าแรกได้กล่าวว่าทะเลสาบสุริยันต์จันทรานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจาก 30 ประเทศ หรือกว่า 2 หมื่นคน มาร่วมเทศกาลว่ายน้ำข้ามทะเลสาบที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี สำหรับชาวต่างชาติแล้วเป็นกิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาด อีกทั้งยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายมุ่งลงใต้ โดยไต้หวันได้ส่งเสริมนโยบายมุ่งลงใต้โดยการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการเดินทางมาไต้หวัน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดทางใต้ของไต้หวัน นอกจากนี้ไต้หวันยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับฟิลิปปินส์ในด้านพลังงาน การเกษตร  และการศึกษา เป็นต้น สำหรับการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยของไต้หวัน และฟิลิปปินส์ สำหรับบทสรุปในบทความ กล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ดูแล ต้อนรับและเป็นมิตรผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านจากอินโดนิเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และกัมพูชา ที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน มีการช่วยเหลือให้พวกเค้าปรับตัวในการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมของไต้หวันด้วย นอกจากนี้ไต้หวันยังมีการตอบสนองกับการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวมุสลิมจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยมีการเตรีมพร้อมในด้านอาหารมุสลิม […]

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) พรรคที่ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ระบุว่า ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวัน อนุมัติการยื่นขอลาออกของ หลิน ฉวน นายกรัฐมนตรีไต้หวันแล้ว โดยการลาออกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นไปเพื่อฟื้นคะแนนนิยมของประธานาธิบดีไช่ ที่ลดต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา รายงานระบุว่า หลังประธานาธิบดีไต้หวันที่เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 มีคะแนนนิยมลดต่ำลงเหลือเพียง 29.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายหลิน นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกร่วมพรรคดีพีพี ว่าดำเนินนโยบายผิดพลาด เช่น การระงับความสัมพันธ์กับจีน การปฏิรูประบบบำนาญ และกฎหมายแรงงานเป็นต้น ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้นายหลิน ลาออกเพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยมของประธานาธิบดี และปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2563 ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนคือนายวิลเลียม ไล่ นายกเทศมนตรีเมืองไถหนัน ที่ได้รับความนิยมและเป็นสมาชิกพรรคระดับสูงของพรรคดีพีพี   ที่มาข่าวและภาพ: มติชน

รัฐมนตรีไต้หวันลาออกเซ่นไฟฟ้าดับทั่วเกาะ

ไต้หวันเร่งสอบสวนสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ กระทบเกือบ 7 ล้านครัวเรือนเมื่อวันอังคาร ด้านรัฐมนนตรีเศรษฐกิจลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รัฐบาลไต้หวันแถลงสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในประเทศเมื่อเย็นวันอังคารที่ 15 สิงหาคม ทำให้บ้านเรือนประชาชน 6.68 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้กินพื้นที่ 17 เมือง รวมถึงบริษัทและโรงงานต่างๆ ไฟฟ้าดับเช่นกัน เกิดจากความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 6 เครื่องของโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊ซธรรมชาติในเมืองเถาหยวนหยุดทำงาน ทำให้กระแสไฟฟ้าทั่วประเทศถูกตัด เหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในไต้หวันเมื่อวันอังคารทำให้ไฟสัญญาณจราจรในหลายพื้นที่ไม่ทำงาน และมีรายงานเหตุประชาชนติดค้างอยู่ในลิฟต์ รวมถึงสร้างความโกลาหลในร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญกับอากาศร้อนที่อุณหภูมิราว 32 องศาเซลเซียส และไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ในช่วงบ่ายวันพุธ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจหลี่ จื้อคัง ประกาศลาออกเมื่อค่ำวันอังคารเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีไต้หวันหลิน ชวน ระบุจะตั้งกรรมการจากภายนอกเพื่อเข้ามาตรวจสอบเครือข่ายผลิตไฟฟ้าทั่วเกาะไต้หวัน ซีพีซี คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการส่งแก๊ซแถลงถึงเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับว่า เกิดจากปัญหาทางโครงสร้างและความผิดพลาดของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนอุปกรณ์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในเมืองเถาหยวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศที่ดำเนินงานโดยไต้หวัน พาวเวอร์ โค ด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แถลงขอโทษที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ ระบุว่าการจัดหาไฟฟ้าเป็นความมั่นคงของชาติ และย้ำถึงความสำคัญที่จะต้องเพิ่มความปลอดภัยกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ   ข่าวจาก Reuters