Post Tagged with: "Security"

ผู้นำหลายประเทศเห็นชอบร่วมมือกันแก้ปัญหาเกาหลีเหนือ

ผู้นำหลายประเทศเห็นชอบร่วมมือกันแก้ปัญหาเกาหลีเหนือ

North Korea ผู้นำหลายประเทศเห็นชอบทำงานร่วมกันในการรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ จากสถานการณ์ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้น การพัฒนาขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Donald Trump และประธานาธิบดีฝรั่งเศส Emmanuel Macron ได้หารือกันทางโทรศัพท์ และจะร่วมมือกันในการแก้ปัญหาความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลีเพื่อให้เกาหลีเหนือเห็นพ้องกับข้อตกลงของนานาชาติ นอกจากนี้ประธานาธิบดี Trump ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดี Xi Jinping ด้วย  ประธานาธิบดี Xi ยืนยันว่าทุกฝ่ายต้องหลีกเลี่ยงคำพูดหรือการกระทำที่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง โดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้คว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ซึ่งเป็นก้าวหนึ่งที่จะนำมาซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพ ประธานาธิบดี Moon Jae-in คาดว่าจะกล่าวถึงเรื่องเกาหลีเหนือและความมั่นคงในภูมิภาคในวันที่เกาหลีได้รับอิสรภาพจากญี่ปุ่น ตรงกับวันที่ 15 สิงหาคมของทุกปี และจะกล่าวในวันที่ประธานาธิบดี Moon เข้ารับตำแหน่งครบ 100 วันด้วย ในขณะที่สหภาพยุโรปกล่าวว่าจะจัดประชุมฉุกเฉินเพื่ออภิปรายถึงความเป็นไปของสถานการณ์ดังกล่าว แหล่งข่าว Lee Unshin, Arirang News. (2017). World leaders to work together on continued threats from N. Korea. [Online].Available. http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=207463. […]

ญี่ปุ่นมอบเรือตรวจการณ์ให้แก่ฟิลิปปินส์

ญี่ปุ่นมอบเรือตรวจการณ์ให้แก่ฟิลิปปินส์

นาย Fumio Kishida รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นได้เดินทางเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นทางการในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้เข้าพบประธานาธิบดี Rodrigo Duterte และร่วมหารือกับนาย Perfecto Yasay รัฐมนตรีต่างประเทศ ประเด็นความมั่นคงทางทะเลถือเป็นวาระหลัก ได้แก่ ประเด็นข้อพิพาททางทะเลกับจีนที่ทั้งสองประเทศกำลังประสบอยู่ และการให้ความช่วยเหลือเพื่อเพิ่มขีดความสามารถแก่หน่วยยามฝั่งของฟิลิปปินส์ ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศได้แสดงจุดยืนร่วมกันในการเรียกร้องให้จีนหลีกเลี่ยงการกระทำที่เป็นการคุกคาม และปฏิบัติตามหลักนิติรัฐจากคำตัดสินของศาลอนุญาโตตุลาการเมื่อเดือนกรกฎาคม ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นประกาศมอบเรือตรวจการณ์ขนาด 90 ม. จำนวน 2 ลำ ให้แก่ฟิลิปปินส์เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการลาดตระเวนทางทะเล อันเป็นส่วนหนึ่งของโครงการมอบเรือตรวจการณ์จำนวน 10 ลำ ให้แก่ฟิลิปปินส์ ซึ่งญี่ปุ่นได้ให้คำมั่นไว้ตั้งแต่สมัยประธานาธิบดี Benigno Aquino ทั้งนี้ ฟิลิปปินส์กำลังเจรจากับญี่ปุ่นเพื่อเช่าเครื่องบินตรวจการณ์เพื่อฝึกฝนเจ้าหน้าที่อีกด้วย ปัจจุบัน ญี่ปุ่นและฟิลิปปินส์เป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ที่มีภัยคุกคามร่วมกัน คือ นโยบายที่แข็งกร้าวของจีนต่อข้อพิพาททั้งในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ สำหรับญี่ปุ่นการสนับสนุนฟิลิปปินส์ถือเป็นการสร้างหุ้นส่วนในการคานอำนาจและรักษาผลประโยชน์ในทะเลจีนใต้ ขณะที่ฟิลิปปินส์การร่วมมือกับญี่ปุ่นจะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองและยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการทหารของประเทศให้ดีขึ้น แหล่งข่าว : http://www.japantoday.com/category/politics/view/japan-philippines-urge-china-to-respect-law-for-asian-stability http://www.japantoday.com/category/politics/view/japan-gives-philippines-patrol-ships-discuss-new-rail-project ที่มาภาพ : http://www.japanbullet.com/news/japanese-coast-guard-officials-pay-goodwill-visit-to-manila

บริษัทญี่ปุ่นในประเทศไทย ยังไม่ตัดสินใจออกจากไทยหลังเกิดเหตุระเบิด

ปัจจุบัน มีบริษัทญี่ปุ่น 4,500 บริษัท ที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย แต่ยังไม่มีบริษัทใดตัดสินใจออกจากประเทศไทยหลังเกิดเหตุการณ์ ระเบิดหน้าศาลพระพรหมเอราวัณ และแยกราชประสงค์ ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 17 และ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา บริษัท โตชิบา เอเชียแปซิฟิก (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือบริษัทโตชิบา คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ผู้ผลิตเครื่องจักรที่สำคัญ กล่าวว่า “เราไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าการโจมตีของผู้ก่อการร้ายจะเกิดขึ้น ในกรุงเทพฯ” เพราะรัฐบาลทหารของไทยได้ให้ความสำคัญ เกี่ยวกับการสร้างความมั่นใจ การรักษาความปลอดภัย บริษัท อิออน (ไทยแลนด์) จำกัด ซึ่งดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับซูเปอร์มาร์เก็ต ได้สั่งให้ร้านที่อยู่ใกล้กับสถานที่ที่เกิดเหตุระเบิดหยุดทำงาน เมื่อเช้าวันที่ 18 ส.ค.58 เนื่องจากคาดว่าจำนวนของผู้ซื้อจะลดลง เพราะการควบคุมการจราจรในบริเวณดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ไทย และจะลดระยะเวลาในการทำงานทุกวันในช่วงนี้ บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้กำชับให้พนักงานเปลี่ยนเส้นทางการเดินทางมาบริษัทเพื่อความปลอดภัย บริษัท ไทย โอบายาชิ คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับเหมาก่อสร้างทั่วไป ได้เตรียมการเพื่อให้พนักงานจะสามารถทำหน้าที่ไปได้ เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นอีกในประเทศไทย เช่น […]

ADIZ เขตน่านฟ้าจีนต้องขยาย

ข่าว_  “รัฐบาล ไต้หวันควรแสดงจุดยืนคัดค้านในเรื่องการประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศ (ADIZ)ของจีนแผ่นดินใหญ่นี้อย่างแข็งกร้าว และควรร่วมกับมิตรประเทศในภูมิภาคนี้ ไม่รายงานข้อมูลการบินของตนให้แก่ทางการจีนแผ่นดินใหญ่” ข้อสรุปจากการประชุมสภานิติบัญญัติไต้หวัน… ก่อนนั้น สส. ของพรรคทีเอสยู พรรคฝ่ายค้านได้ลุกขึ้นชูป้าย“จีนแผ่นดินใหญ่ประกาศเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางการบิน เป็นการยั่วยุให้เกิดสงคราม” เพื่อประท้วงการประกาศเขต ADIZของจีนแผ่นดินใหญ่และวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลว่ามีท่าทีเฉือยชาเกินไป *** (แก้ไขปรับปรุง ครั้งล่าสุด_ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2557)*** วิเคราะห์_วิปพรรครัฐบาลและฝ่ายค้านไต้หวันได้ร่วมกันเรียกร้องให้ทางการจีนแผ่นดินใหญ่-รู้จักพอบ้าง เพื่อสร้างสันติภาพในภูมิภาคนี้  จีนแผ่นดินใหญ่ควร เปิดการเจรจาอย่างสันติกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย และไต้หวัน รวมทั้งยกเลิกการประกาศ ADIZ ดังกล่าวโดยเร็ว…แสดงให้เห็นว่า … ADIZ ของจีนแผ่นดินใหญ่กระทบอารมณ์ความรู้สึก/กระทบใจ/กระทบเกียรติภูมิ/กระทบผลประโยชน์ไต้หวันอย่างแรง_เมื่อจีนแผ่นดินใหญ่ประกาศเขตป้องกันทางอากาศของจีนหรือการประกาศความเป็นเจ้าของเขตน่านฟ้าโดยลำพังฝ่ายเดียวเมื่อวันเสาร์ที่ 23 พ.ย. 2556 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่บริเวณเหนือเกาะเตี้ยวอวี๋ไถ นายหลินหย่งเล่อ รมว. กระทรวงการต่างประเทศแถลงว่า ไต้หวันได้ติดต่อกับสหรัฐฯ และ ญี่ปุ่น ทันทีเพื่อหารือ และเน้นว่าการปกป้องอธิปไตยและการประมงเป็นจุดยืนที่ชัดเจน จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ จากการประกาศของจีนแผ่นดินใหญ่เพียงฝ่ายเดียว แหล่งข้อมูล_  http://bit.ly/196joRN; http://bit.ly/1eEQA36;   http://bit.ly/1eIJVpg;  http://bit.ly/Io14JG; http://bit.ly/Io17oE;  http://bit.ly/1huEptH 

นโยบายด้านความมั่นคงของโซลต่อเอเชีย: แนวทางใหม่ของการฑูตเกาหลีใต้

    โซลได้ประกาศนโยบายด้านความมั่นคง (Seoul Defense Dialogue-SDD) ในเอเชียโดยมุ่งเน้นการดำเนินการทูตแบบพหุภาคีกับสองภูมิภาคคือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้กับจีนแนวนโยบายพื้นฐานของ SDD คือ “การร่วมมือกันทางด้านความมั่นคงและสันติภาพ” มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคงและสร้างความไว้วางใจด้านการทหารในเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งบนคาบสมุทรเกาหลี โดยโซลเริ่มใช้ SDD เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ในช่วงแรกนั้นมีรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆเข้าร่วมจำนวน 7 ประเทศ แต่ในปัจจุบันได้ขยายไปเป็นจำนวน 24 ประเทศ แนวความคิดหลักของ SDD ในปัจจุบันคือ 1)      ถึงแม้ว่าประเทศต่างๆในเอเชียจะมีความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ แต่ความจริงแล้วยังขาดซึ่งความร่วมมือด้านความมั่นคง ดังนั้น SDD จึงเป็นพื้นฐานสำหรับความร่วมมือแบบพหุภาคีสำหรับความก้าวหน้าในเรื่องความมั่นคงในเอเชีย 2)      จากการที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และปล่อยขีปนาวุธและรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี ประเทศต่างๆจึงอยู่ในสภาพการณ์ที่มีอันตรายจากอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆจึงเห็นความสำคัญในความจริงดังกล่าวและนี่คือความรับผิดชอบและบทบาทต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและต่อสังคมโลก 3)      ในเรื่องความไม่มั่นคงปลอดภัยในโลกไซเบอร์ในศตวรรษที่ 21 จึงได้สร้างความร่วมมือขึ้นใหม่ระหว่างสถาบันทางทหารกับพลเรือนและบทบาทของสถาบันทหารต่อความมั่นคงในโลกไซเบอร์ 4)      รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆได้อภิปรายกันถึงประสิทธิผลในการแก้ปัญหาและแนวทางในการเผชิญกับการโจมตีในโลกไซเบอร์ในระดับของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงต่างๆ 5)      จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ลดงบประมาณทางด้านความมั่นคง รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆจึงรวบรวมกรณีต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิกจากหลายประเทศและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในการจัดการทางด้านความมั่นคง (Hwang Jae-ho, 2013) บทวิเคราะห์ เรื่องความมั่นคงนั้นเกาหลีใต้มีความกระตือรือร้นเนื่องมาจากต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ เช่น เรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่ยังแก้ไขไม่ได้หรือการถูกโจมตีในโลกไซเบอร์ จึงได้เจรจากับประเทศต่างๆในเอเชีย-แปซิฟิกและเริ่มใช้ SDD […]

จีนนำเรือลาดตระเวนเข้าสู่ดินแดนพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 1 วัน

จีนนำเรือลาดตระเวนเข้าสู่ดินแดนพิพาทระหว่างจีนกับญี่ปุ่นเป็นเวลากว่า 1 วัน

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ ในวันที่ 9 สิงหาคม ที่ผ่านมา จีนได้ส่งกองเรือลาดตระเวนเข้าสู่บริเวณเกาะเตียวหยู หรือเซกากุ ทั้งนี้เพื่อตอกย้ำถึงการอ้างสิทธิครอบครองเหนือบริเวณดังกล่าว ตลอดจนเป็นแสดงแสนยานุภาพทางทะเลในการป้องปรามคู่พิพาท รวมเป็นเวลาที่อยู่ในอาณาบริเวณพิพาทดังกล่าวนาน 28 ชั่วโมง นับตั้งแต่ทางการญี่ปุ่นได้ซื้อสิทธิในการครอบครองเกาะเตียวหยู หรือ เซนกากุ จากเอกชน ทั้งนี้ทั้งสองฝ่ายต่างก็อ้างสิทธิในการครอบครองเกาะดังกล่าว โดยปฏิบัติการดังกล่าวของจีนที่ได้ดำเนินไปก็เป็นเพราะท่าทีของนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น ซึ่งออกเดินทางไปสำรวจหมู่เกาะเตียวหยู หรือเซกากุ หลังจากการปฏิบัติทางทะเลครั้งนี้ของจีน ทางญี่ปุ่นเองก็มองว่าการกระทำเช่นนี้ของจีนเป็นการล่วงล้ำต่ออธิปไตยของญี่ปุ่นซึ่งยินยอมมิได้เช่นกัน ที่มา: http://www.scmp.com/   บทวิเคราะห์ ท่าทีในข้างต้นของจีนเป็นผลสะท้อนและการตอบสนองต่อท่าทีในการขยายอิทธิพลทางทะเล ตลอดจนการนิยามถึงผลประโยชน์ทางทะเลเป็นผลประโยชน์ที่สำคัญยิ่งของจีนในปัจจุบัน ซึ่งนาย สีจิ้นผิง ได้แสดงทรรศนะดังกล่าวต่อการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ แน่นอนว่าการปฏิบัติการดังกล่าวของจีนมิได้หวังผลแต่เพียงป้องปรามต่อญี่ปุ่นที่ได้ทำการขยายแสนยานุภาพทางทะเลเท่านั้น หากแต่จีนยังได้ส่งสัญญาณดังกล่าวมายังประเทศคู่พิพาทของจีนภายใต้ปัญหาความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ว่าจีนพร้อมที่จะปกป้องผลประโยชน์ทางทะเลของจีนทุกเมื่อหากถูคุกคาม ตลอดจนผลพวงของปฏิบัติการดังกล่าวยังเป็นการท้าทายต่อสหรัฐฯ ที่ให้หลักประกันต่ออธิปไตยของหมู่เกาะเตียวหยูหรือเซนกากุแก่ญี่ปุ่นภายใต้สนธิสัญญาความร่วมมือและความมั่นคงระหว่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น (Mutual Cooperation and Security between the United States and Japan Treaty)

รัฐบาลปักกิ่งได้ผลักดันให้มีการขยายอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางทะเลในฐานะที่เป็นผลประโยชน์หลักแห่งชาติในการพัฒนา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

รัฐบาลปักกิ่งได้ผลักดันให้มีการขยายอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางทะเลในฐานะที่เป็นผลประโยชน์หลักแห่งชาติในการพัฒนา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

  ที่มา: Xinhua ประธานธิบดีสีจิ้นผิง ได้กล่าวในที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า “พลังอำนาจทางทะเลเป็นหนทางในการนำไปสู่ทรัพยากรและผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนพลังอำนาจทางทะเลยังสำคัญต่อยุทธศาสตร์อันเกี่ยวข้องกับการแข่งขันทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และเทคโนโลยี” ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจทางทะเลของจีนคิดเป็น 9.6 % ของ GDP และคาดการณ์ว่าสัดส่วนของเศรษฐกิจทางทะเลจะขยายเป็น 12.4 % ของ GDP ในปีค.ศ. 2020 สอดคล้องกับความคิดเห็นของบรรดานักวิชาการต่างไม่ว่าจะเป็น Wang Hanling ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลของ Chinese Academy of Social Sciences, Zhuang Guotu ผู้อำนวยการ Centre for Southeast Asian Studies มหาวิทยาลัย Xiamen และศาสตราจารย์ Goo Shu ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนานกิง ต่างก็เห็นพ้องกันว่า ผลประโยชน์และความมั่นคงทางทะเล คือ วาระทางนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลจีนในปัจจุบัน โดยจีนจำเป็นที่จะต้องขยายอิทธิพลทางทะเลเพื่อปกป้องผลประโยชน์หลักแห่งชาติ แม้ว่าการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีนจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ความขัดแย้งดังกล่าวก็จะไม่กระทบต่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีน ด้วยเหตุที่ว่ารัฐบาลปักกิ่งมีความต้องการที่จะต้องแสวงหาทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศอันเป็นผลประโยชน์หลัก จากมุมมองของประเทศเพื่อนบ้านและคู่ขัดแย้งของจีนในปัญหาทะเลจีนใต้ อย่างฟิลลิปปินส์และเวียดนาม […]