Post Tagged with: "Japan_Socials"

คณะกรรมการจัดการแข่งขันโอลิมปิก 2020 ของญี่ปุ่นแถลงตอบโต้นักออกแบบโลโก้ชาวเบลเยียม

ที่มา// http://www.japantimes.co.jp/news/2015/08/17/national/olympic-organizers-slam-belgian-logo-designer/#.VdKl0vntmkp, AUG 17, 2015 คณะกรรมการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 แถลงตอบโต้การฟ้องร้องของนักออกแบบชาวเบลเยียมต่อคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (IOC) ว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์ ในการนี้ คณะกรรมการได้ชี้แจงในหลายจุดที่ Olivier Debie เรียกร้องให้ระงับการใช้โลโก้โอลิมปิก 2020 ที่มีลักษณะตัวแบบคล้ายคลึงกับโลโก้ชิ้นหนึ่งที่เขาได้ออกแบบให้โรงละคร “the Theatre de Liege” ในเบลเยียม โดย Debie ได้ยื่นฟ้องต่อ IOC อ้างถูกคัดลอกผลงาน ซึ่งโลโก้โอลิมปิก 2020 นี้ออกแบบโดยศิลปินชาวญี่ปุ่น Kenjiro Sano คณะกรรมการฯ เปิดเผยว่า ลำดับแรกได้จัดส่งผลงานพร้อมคำอธิบายรายละเอียดของสัญลักษณ์ไปให้ดูแล้ว แต่ Debie ก็เลือกที่จะยื่นคำร้องฟ้อง IOC โดยไม่ยอมฟังการชี้แจงการออกแบบโลโก้ครั้งนี้ ประเด็นถัดมาคือโลโก้โรงละครที่ถูกอ้างถึงนั้นไม่ได้จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า ซึ่ง Debie จะอ้างว่าถูกละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ได้ ประกอบกับประธานกรรมการประสานงานของ  IOC ได้ประกาศรับรองแล้วว่า IOC และคณะกรรมการผู้จัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกโตเกียว 2020 ได้ตรวจสอบเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนไว้ทั้งหมดแล้วก่อนที่จะเปิดตัวโลโก้นี้ จึงขอยืนยันว่าโลโก้โอลิมปิก 2020 ไม่ได้ละเมิดลิขสิทธิ์ของนักออกแบบท่านนี้ไม่ว่าจะในทางใดทางหนึ่ง พร้อมตำหนิว่าการไม่หยุดเผยแพร่ข้อกล่าวหานี้ […]

เปิดเวทีอภิปรายการสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกที่ไม่เป็นไปตามแผนงานของรัฐมนตรีกีฬา

ที่มา// http://mainichi.jp/english/english/newsselect/news/20150807p2g00m0dm074000c.html, AUG 4, 2015 หัวหน้าคณะผู้เชี่ยวชาญภายนอกของโครงการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกกลาง จากกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับสมาชิกจำนวน 6 ท่าน ได้เปิดเวทีอภิปรายตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่เกินงบของการสร้างสนามกีฬากลางสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2020 ที่กรุงโตเกียว ซึ่งโครงการนี้ได้ถูกนำไปทบทวนใหม่ และมีคำถามถึงรัฐมนตรีกระทรวงกีฬาถึงเรื่องนี้ โดยนอกจากกระทู้ถามรัฐมนตรีกีฬาถึงงบประมาณการก่อสร้างแล้ว อาจจะตั้งคำถามกับสถาปนิกโครงการ และอดีตรัฐมนตรีซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะกรรมการก่อสร้างสนามกีฬาด้วย ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ได้โละแผนสร้างอาคารอันเดิมทิ้งไปเมื่อเดือนที่ผ่านมาท่ามกลางเสียงคัดค้านจากประชาชน ที่ต้องสูญเสียงบไป 525 พันล้านเยน และมีคำสั่งให้ออกแบบโครงการในส่วนที่เสียหายใหม่ โดยได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะให้โครงการแล้วเสร็จก่อนการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2020 ในเวทีอภิปรายนี้ซึ่งมีหน้าที่สืบหาคำตอบว่าทำไมรัฐบาลต้องโละแผนงานเดิมทิ้ง โดยจัดรอบแรกไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงกีฬาได้กล่าวในช่วงแรกของการประชุมว่าคณะผู้เชี่ยวชาญซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบนี้ได้กล่าวหาต่อความรับผิดชอบของตนได้อย่างน่าอายและเป็นเรื่องโกหก ขณะเดียวกันผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายก็ได้ถกเถียงว่าเห็นปัญหาของโครงการก่อสร้างนี้นับตั้งแต่มีการบริหารจัดการมาแล้ว จากความไม่ชอบมาพากลระหว่างขั้นตอนต่างๆ ของการดำเนินโครงการ ส่วนผู้เชี่ยวชาญอีกรายก็กล่าวถึงค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามกีฬาที่สูงมากถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติ และกล่าวหารัฐมนตรีกีฬากับสภาการกีฬาแห่งชาติว่าบริหารงบจนบานปลาย ส่วนผู้เชี่ยวชาญอีกรายก็ได้อภิปรายถึงสิ่งที่มากกว่าการกล่าวโทษกันคือการให้ความสำคัญว่าทำอย่างไรที่จะใช้สถานที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมภายหลังเสร็จสิ้นการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกและพาราลิมปิกแล้ว เวทีอภิปรายอาจจะเริ่มสัมภาษณ์รัฐมนตรีกีฬา และคนอื่นๆ ในการประชุมแบบปิดในครั้งต่อไป ซึ่งมีกำหนดจัดในวันที่ 19 สิงหาคม และมีแผนรวบรวมรายงานในช่วงกลางเดือนกันยายนนี้

ตำรวจรายงานผู้สูงอายุญี่ปุ่นเกือบร้อยละ 80 ต้องตกเป็นเหยื่อการถูกหลอกลวง

ที่มา// http://www.japantimes.co.jp/news/2015/08/06/national/crime-legal/elderly-make-80-fraud-victims-police-say/#.VcSFVvntmko, AUG 6, 2015 ข้อมูลอย่างไม่เป็นทางการรายงานโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกของปี 2015 ระบุว่า ผู้สูงอายุเกือบร้อยละ 80 ต้องตกเป็นเหยื่อการถูกหลอกลวง กรณีนี้รวมถึงการถูกหลอกทางโทรศัพท์โดยปลอมเสียงเป็นลูกหลานแล้วให้โอนเงินให้เร่งด่วน รวมคิดเป็นเงิน 23.65 พันล้านเยน ทั้งยังมีกรณีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเข้าชมเว็บไซต์ที่พวกเขาไม่เคยใช้ และหลอกว่าเป็นหนี้หรือปัญหาหุ้น โดยจำนวนผู้สูงอายุที่ต้องตกเป็นเหยื่อการต้มตุ๋นเหล่านี้เพิ่มขึ้นจาก 5 ร้อยกว่ารายสูงถึง 5 พันกว่าราย ซึ่งเมื่อรวมกับคดีที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งการปล้น การโจรกรรม การยักยอกทรัพย์ ถือว่าการถูกต้มตุ๋นของผู้สูงอายุต้องสูญเงินคิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งหมด โดยที่ความเสียหายจากกรณีนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งตำรวจจะได้เพิ่มความพยายามป้องกันไม่ให้เกิดกรณีดังกล่าว และจะมีมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด ดังแสดงได้จากมีการดำเนินการกับผู้กระทำผิดเพิ่มขึ้น รวมถึงการจับกุมผู้ต้องสงสัยได้จำนวนมากขึ้น ทั้งนี้ ตำรวจได้พัฒนามาตรการตอบโต้การถูกหลอกลวงให้ผู้สูงอายุโอนเงินจากธนาคารและกลอุบายรูปแบบต่างๆ ของนักต้มตุ๋น ซึ่งนับวันจะมีความซับซ้อนและเล่ห์เหลี่ยมสูงขึ้น ทั้งยังมีการปรับปรุงกลยุทธ์ในการรับมือกับการถูกต้มตุ๋นและกลไกการตรวจสอบ ดังเช่น การทำงานอย่างใกล้ชิดกับธนาคาร เป็นต้น

อาเบะประชุมกระตุ้นคณะรัฐมนตรีให้ร่วมมือกันทำงานอีก 5 ปีก่อนถึงมหกรรมโตเกียวโอลิมปิกเกมส์

ที่มา// http://www.todayonline.com/world/asia/abe-urges-ministers-unite-tokyo-olympics, JULY 24, 2015 นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ได้ให้คำแนะนำแก่คณะรัฐมนตรีในการทำงานเตรียมการสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเกมส์ปี 2020 ในคราวเป็นประธานการประชุมทีมคณะทำงานครั้งแรกกับคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทุกคน โดยนายกได้เน้นย้ำความมุ่งหมายของการทำงานครั้งนี้ที่จะสร้างประวัติศาสตร์เหตุการณ์ซึ่งผู้คนจากทั่วมุมโลกสามารถมาร่วมแบ่งปันความหวังและความฝัน ที่เหลือเวลาเตรียมงานอีกเพียง 5 ปีเท่านั้น ซึ่งคณะทำงานจะต้องไม่ประมาท และต้องทำงานอย่างหนัก โดยเฉพาะการร่างแผนปรับปรุงสนามกีฬาหลักขึ้นมาใหม่ หลังจากได้ประกาศไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าแผนก่อนหน้านี้ถูกยกเลิกเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายบานปลาย พร้อมกับยืนยันว่าสนามกีฬาแห่งนี้จะต้องเสร็จสมบูรณ์ทันเวลาอย่างแน่นอน นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีคาดหวังไว้ว่าในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกนี้ญี่ปุ่นจะสามารถแสดงให้ชาวโลกเห็นว่าสามารถฟื้นฟูบูรณประเทศได้แล้วภายหลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อปี 2011ทั้งนี้ รัฐมนตรีกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้รายงานต่อผู้สื่อข่าวว่ารัฐบาลวางแผนที่จะจัดเวทีระดมความคิดเห็นอย่างอิสระเพื่อที่จะหาคำตอบในกระบวนการสร้างสนามกีฬาตามแผนแรกที่ต้องถูกยกเลิกไป โดยจะรวบรวมเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานในระยะกลางที่จะต้องส่งต่อคณะกรรมการในกลางเดือนกันยายนนี้ ซึ่งในตอนแรกรัฐบาลประมาณการงบค่าใช้จ่ายในการสร้างสนามกีฬาเป็นเงิน 130 พันล้านเยน หรือ 1.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หากแต่ในเวลาต่อมามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกือบสองเท่าคือ 252 พันล้านเยน เนื่องจากค่าแรงและค่าวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น

รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกตามแผนเดิมท่ามกลางเสียงวิจารณ์ของสังคม

ที่มา// http://english.kyodonews.jp/news/2015/07/363720.html, JULY 14, 2015 คณะรัฐมนตรีผู้รับผิดชอบงาน “โตเกียวโอลิมปิกเกมส์ 2020” ได้ย้ำถึงความตั้งใจของรัฐบาลที่จะสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกตามแผนเดิม แม้ว่าจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงงบประมาณที่บานปลาย ทั้งนี้ Toshiaki Endo รัฐมนตรีฝ่ายกิจการโอลิมปิก ได้ยอมรับในที่ประชุมคณะกรรมการสภานิติบัญญัติว่า ยอดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามกีฬาโอลิมปิกได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และรัฐบาลจะต้องชี้แจงต่อประชาชน ถึงสาเหตุของการเพิ่มขึ้นนี้จากตัวเลขที่ 162.5 พันล้านเยน ไปเป็น 252 พันล้านเยน ขณะที่ รัฐมนตรีฝ่ายกีฬา Hakubun Shimomura กล่าวในที่ประชุมว่าเขาได้คิดทบทวนถึงแผนการก่อสร้างภายหลังได้รับรายงานจากผู้รับเหมาและสถาปนิกผู้เสนอโครงสร้างสองซุ้มประตู และมีหลังคาตามแบบที่ริเริ่มครั้งแรก แต่ได้ปรับเปลี่ยนไป ซึ่งหมายถึงสนามกีฬาจะไม่สามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นตามเวลาเพื่อการจัดงาน the Rugby World Cup 2019 ที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพ

ญี่ปุ่นจะประกาศเพิ่มความช่วยเหลือด้านสุขภาพในการประชุม G-7 ครั้งถัดไป

ที่มา// http://www.japantimes.co.jp/news/2015/07/06/national/politics-diplomacy/japan-emphasize-health-care-aid-next-g-7/#.VaTSLvntmko, JULY 6, 2015 ในการจัดประชุม G-7 ปีหน้าซึ่งญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพ รัฐบาลนายอาเบะได้พิจารณามาตรการเน้นขยายความช่วยเหลือด้านการดูแลสุขภาพขั้นพื้นฐาน และการรักษาพยาบาลให้กับประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งจะเป็นหนึ่งประเด็นสำคัญของนโยบายต่างประเทศของญี่ปุ่น จากร่างยุทธศาสตร์รัฐบาลปี 2016-2020 ในด้านสุขภาพและการแพทย์ซึ่งจะนำมาใช้ในเร็วๆ นี้ มีจุดเด่นคือการส่งเสริมหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก ซึ่งจะสร้างความมั่นใจว่าทุกคนสามารถเข้าถึงการบริการสุขภาพที่จำเป็นในราคาที่สมเหตุสมผล ขณะที่ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญกับสุขภาพแม่และเด็ก และการควบคุมโรคติดเชื้อในนโยบายสุขภาพระหว่างประเทศอยู่แล้ว แต่ในยุทธศาสตร์ใหม่นี้จะเน้นความสำคัญของการดูแลสุขภาพคนทุกรุ่นจากทารกจนถึงผู้สูงอายุ รัฐบาลจะพิจารณาส่งเสริมการประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UHC) โดยอุดหนุนผ่านโครงการสุขภาพระหว่างประเทศ ในการประชุม G-7 ปีหน้าในชื่อ “Ise-Shima” ระหว่างวันที่ 26-27 พฤษภาคม ที่จังหวัดมิเอะ โดยรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่น กล่าวว่า รัฐมนตรีด้านสุขภาพของกลุ่ม G-7 จะพบปะหารือกันก่อนการประชุมในเมืองโกเบ ซึ่งโครงการหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าจะถูกบรรจุอยู่ในวาระการประชุมนี้ ญี่ปุ่นซึ่งมีคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลก เนื่องจากส่วนใหญ่ได้รับการสนับสนุนระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้ามาตั้งแต่ปี 2013 และได้ถูกกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ทางการทูตด้านสุขภาพระหว่างประเทศ แต่ความพยายามนี้ยังคงได้รับการยอมรับน้อย ภายใต้ยุทธศาสตร์นี้ ญี่ปุ่นจะต้องดำเนินโครงการฝึกอบรมผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขในประเทศกำลังพัฒนา และต้องเพิ่มเงินช่วยเหลือเพื่อการเปิดคลินิกดูแลสุขภาพพร้อมกับจัดหายาและเวชภัณฑ์ต่างๆ ในเบื้องต้นญี่ปุ่นจะนำร่องในประเทศเคนยาโดยให้เงินกู้ 4 พันล้านเยนสำหรับดำเนินโครงการด้านสุขภาพ

ผลสำรวจพบผู้สูงอายุราว 67% ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยหรือไม่ใช้เลย

ผลสำรวจพบผู้สูงอายุราว 67% ใช้อินเทอร์เน็ตน้อยหรือไม่ใช้เลย

ที่มา// http://english.kyodonews.jp/news/2015/06/357982.html, June 12, 2015 การศึกษาของรัฐบาลญี่ปุ่นด้านการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของผู้สูงอายุซึ่งจัดทำในเดือนธันวาคม 2014 โดยการส่งแบบสอบถามทางไปรษณีย์ให้ผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 6,000 คน ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา และได้รับแบบสอบถามตอบกลับจำนวน 3,893 ฉบับ  ผลการสำรวจพบข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการเข้าถึงการใช้งานอินเทอร์เน็ตของผู้สูงอายุคือ ร้อยละ 67.2 มีการใช้อินเทอร์เน็ตน้อยหรือไม่มีการใช้เลย โดยสัดส่วนของผู้สูงอายุที่สนใจใช้อินเทอร์เน็ตนั้น ยิ่งมีอายุมากขึ้นความสนใจใช้อินเทอร์เน็ตจะต่ำลง และกลุ่มผู้มีอายุมากที่สุดก็จะสนใจใช้อินเทอร์เน็ตในระดับต่ำที่สุด กล่าวคือ อายุ 60-64 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 59.2 อายุ 70-74 ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 30.4 และอายุ 80-84 ใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 16.2 แต่แหล่งข้อมูลที่ผู้สูงอายุเหล่านี้สนใจ ได้แก่ โทรทัศน์ (ร้อยละ 79) หนังสือพิมพ์ (ร้อยละ 63.8) และการพูดคุยในครอบครัว (ร้อยละ 38.2) ตามลำดับ ทั้งนี้ ก็เนื่องมาจากชาวญี่ปุ่นรุ่นนี้ไม่ได้คุ้นเคยกับการใช้อินเทอร์เน็ตในระหว่างที่พวกเขาทำงานก่อนที่จะเกษียณ source: http://www.theguardian.com/social-care-network/2013/apr/22/helping-older-people-carers-online  

รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งผลักดันให้ผู้สูงอายุย้ายที่อยู่ออกจากมหานครโตเกียว

รัฐบาลญี่ปุ่นเร่งผลักดันให้ผู้สูงอายุย้ายที่อยู่ออกจากมหานครโตเกียว

ที่มา// http://mainichi.jp/english/english/newsselect/news/20150605p2g00m0dm019000c.htmlม June 05, 2015 (Mainichi Japan) สภานโยบายญี่ปุ่น (Japan Policy Council) ซึ่งเป็นคลังสมองที่ดำเนินงานในรูปเอกชน หนุนรัฐบาลให้สนับสนุนผู้สูงอายุย้ายที่อยู่จากเมืองใหญ่ๆ ซึ่งมีประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เช่น โตเกียว เนื่องจากกำลังจะเกิดวิกฤติขาดแคลนด้านการแพทย์และการดูแลพยาบาล อันเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายซึ่งนำมาสู่แผนงานสนับสนุนผู้สูงอายุให้ย้ายที่อยู่จากเมืองใหญ่ไปยังพื้นที่ในชนบทเพื่อลดการเข้ามาอยู่ในศูนย์กลางเมืองใหญ่และเขตปริมณฑล คือ ชิบะ (Chiba) ไซตามะ (Saitama) และคานากาวา (Kanagawa) ในการนี้ประธานสภาฯ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารและกิจการภายในประเทศญี่ปุ่น ได้กล่าวถึงสถานการณ์นี้ว่าเป็นการดีเพราะหากเกิดแผ่นดินไหวพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมากจะมีความเสี่ยงสูง และผู้สูงอายุก็เป็นกลุ่มหลักที่เสี่ยงต่อการได้รับอันตราย ดังนั้น โตเกียวควรร่วมมือกับท้องถิ่นชนบทในการปรึกษาหารือสานต่อประเด็นดังกล่าว ที่มา: http://english.kyodonews.jp/photos/2015/06/356524.html ทั้งนี้  สถาบันประชากรศาสตร์และการวิจัยความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติญี่ปุ่นได้ประมาณการจำนวนประชากรที่มีอายุเกิน 75 ปี ในมหานครโตเกียวจะเพิ่มขึ้นจาก 1.75 ล้านในช่วงทศวรรษที่ 2015 เป็น 5.72 ล้าน คิดเป็นหนึ่งในสามของการเพิ่มขึ้นของประชากรทั่วประเทศในแต่ละกลุ่มอายุ ซึ่งประธานสภาฯ กล่าวว่าการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนี้อาจทำให้เกิดการขาดแคลนอย่างรุนแรงด้านการแพทย์และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการดูแลรักษาพยาบาล ตลอดถึงงานด้านบุคลากรในมหานครโตเกียว ดังนั้น ผู้สูงอายุในโตเกียวควรได้รับการสนับสนุนให้ย้ายไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบทใน 41 แห่ง ที่สามารถรองรับจำนวนผู้สูงอายุได้อีกมาก โดยพื้นที่ในจำนวน 41 แห่งนี้ […]

จำนวนผู้รับสวัสดิการในญี่ปุ่นสูงเป็นประวัติการณ์

จำนวนผู้รับสวัสดิการในญี่ปุ่นสูงเป็นประวัติการณ์

ที่มา// http://www.japantimes.co.jp/news/2015/06/03/national/social-issues/number-welfare-recipients-japan-hits-record-high/#.VXKut8_tmko, JUNE 3, 2015 กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคมญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผู้มาขอรับสวัสดิการในเดือนมีนาคมปีนี้ มีจำนวนรวม 2,174,331 ราย เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 5,166 ราย ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบจากบันทึกในปีที่ผ่านมา สถิติสำคัญได้แก่ จำนวนครัวเรือนทั่วไปที่ได้รับสวัสดิการสูงถึง 1,622,458 เพิ่มขึ้น 3,773 ครัวเรือน จากปัญหาสุขภาพ ขณะที่กลุ่มครัวเรือนที่มีผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไปที่มารับสวัสดิการมีจำนวน 786,634 คิดเป็นร้อยละ 49 ของผู้มาขอรับบริการทั้งหมด ส่วนกลุ่มครัวเรือนอื่นๆ รวมถึงผู้ที่ยังทำงานได้ พบว่ามีจำนวนมาขอรับสวัสดิการ 276,801 ลดลง 2,062 จากเดือนที่แล้ว ในฐานะที่ญี่ปุ่นได้พยายามฟื้นฟูเศรษฐกิจจนมีความก้าวหน้า ทำให้ผู้มาขอรับสวัสดิการในกลุ่มครัวเรือนอื่นๆ และกลุ่มครัวเรือนแม่เลี้ยงเดี่ยวมีจำนวนลดลง แต่จำนวนที่เพิ่มขึ้นคือผู้มาขอรับสวัสดิการที่เป็นกลุ่มผู้สูงอายุซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่ากลุ่มอื่นๆ โดยรวม ทั้งนี้ มีผู้สูงอายุที่สูญเสียงานเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาด้วย โดยทางการกล่าวถึงปัญหานี้ว่าเป็นเรื่องยากที่ผู้สูงอายุจะถูกว่าจ้างเข้าทำงาน   source – http://www.talkvietnam.com/2014/09/centenarians-in-Japan-hit-record-high/

การก่อตั้งกองทุนญี่ปุ่นเพื่อลดปัญหาความยากจนในเด็ก

การก่อตั้งกองทุนญี่ปุ่นเพื่อลดปัญหาความยากจนในเด็ก

ที่มา// http://www.japantimes.co.jp/news/2015/04/03/national/social-issues/fund-works-reduce-child-poverty/#.VTjGKSHtmko, April 3, 2015 นายกรัฐมนตรี ชินโซ อาเบะ ประกาศจัดตั้งกองทุนเด็กเพื่อช่วยบรรเทาความยากจนในประเทศ ซึ่งพบว่ามีเด็ก 1 ใน  6 เป็นคนยากจน กองทุนนี้จัดตั้งต่อเนื่องจากปีที่แล้วตามกฎหมายให้ความช่วยเหลือด้านอาหารซึ่งมุ่งแก้ปัญหาประเด็นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิเคราะห์ว่าเป็นถึงประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก แต่ยังพบเด็กที่ขาดแคลนอยู่ ซึ่งนักวิจัยญี่ปุ่นได้แสดงความคิดเห็นว่า รัฐบาลได้ระบุให้การแก้ปัญหาความยากจนในเด็กเป็นวาระของชาติ แต่รัฐควรสร้างหลักประกันทางการเงินและมีเป้าหมายที่ชัดเจนในเชิงรูปธรรมของการลดอัตราความยากจนด้วย โดยจากสถิติในปี 2012 พบว่าเด็กที่มีอายุ 17 ปีลงมาต้องอยู่ในสภาวะยากจนสูงถึงร้อยละ 16.3 เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มประเทศ OECD พบว่า ในอังกฤษอยู่ในอัตราร้อยละ 9.8 และร้อยละ 21.2 ในสหรัฐฯ และอัตราความยากจนเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 54.6 ในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในกลุ่มประเทศ OECD ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้มีความพยายามอย่างหนัก โดยการพบปะกับกลุ่มผู้นำทางธุรกิจเพื่อขอการสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ รวมถึงการจัดตั้งกองทุนของภาคเอกชนเพื่อสนับสนุนสวัสดิการต่างๆ เช่น เงินช่วยเหลือลูกคนแรกในครอบครัวเลี้ยงเดี่ยวที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม องค์กร NGO ญี่ปุ่นด้านเด็กได้กล่าวถึงการดำเนินงานที่ผ่านมาของรัฐบาลว่ามีความก้าวหน้าน้อยมาก เนื่องจากรัฐไม่ยอมยืดหยุ่นเรื่องการใช้จ่ายงบช่วยเหลือ แต่ในด้านการรณรงค์ในประเทศถือว่าประสบความสำเร็จ เพราะสามารถปรับปรุงและลดปัญหาการเลือกปฏิบัติและอคติของชาวญี่ปุ่นที่ต่อต้านการช่วยเหลือคนยากจน ปัญหาความยากจนของเด็กญี่ปุ่นซึ่งพบในครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ส่วนใหญ่มีหลายสาเหตุ […]