Post Tagged with: "Japan_Environments"

บรรดาเหยื่อจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในญี่ปุ่นเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในที่ประชุมประเทศเม็กซิโก

บรรดาเหยื่อจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในญี่ปุ่นเรียกร้องให้ยุติการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในที่ประชุมประเทศเม็กซิโก

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2014/02/272183.html, NUEVO VALLARTA, Mexico, Feb. 13, Kyodo สรุปข่าว/ กลุ่มเหยื่อจากการทิ้งระเบิดปรมาณูอย่างไร้มนุษยธรรมที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ได้เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศเพิ่มความพยายามผลักดันการยกเลิกใช้อาวุธนิวเคลียร์ ในการประชุมนานาชาติครั้งที่ 2 ว่าด้วยผลกระทบด้านมนุษยธรรมของอาวุธนิวเคลียร์ ณ เมือง Nuevo Vallarta ประเทศเม็กซิโก วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2014 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่างๆ รวมถึงผู้แทนจากภาครัฐ ประมาณ 800 คน นาย Toshiki Fujimori ผู้ช่วยเลขาธิการสมาพันธ์ญี่ปุ่นแห่งองค์กรประสบภัย “A- and H-Bomb” กล่าวในที่ประชุมว่า มีหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อจากการทิ้งระเบิดปรมาณูที่รู้จักกันในภาษาญี่ปุ่นว่า “hibakusha” พวกเขาได้รับความเดือดร้อนจากโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ มาเป็นเวลาหลายปี ขณะที่นาย Yasuaki Yamashita วัย 74 ปี ผู้ได้รับสารกัมมันตรังสีที่เมืองนางาซากิเมื่ออายุ 6 ขวบ กล่าวด้วยภาษาสเปนว่า เมื่อโตขึ้นได้อพยพมาอยู่เม็กซิโกด้วยความหวังว่าความทรงจำที่เจ็บปวดจะหายไป แต่ความเป็นทุกข์ก็ยังอยู่ทั้งในร่างกายและจิตใจ จึงขอเรียกร้องให้ยุติและห้ามมิให้ผลิตอาวุธนิวเคลียร์ ส่วน Masaki […]

รัฐบาลกำหนดเดินหน้านโยบายสนับสนุนใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศหลังผลเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงโตเกียว

รัฐบาลกำหนดเดินหน้านโยบายสนับสนุนใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศหลังผลเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงโตเกียว

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2014/02/270923.html/ By Miya Tanaka TOKYO, Feb. 10, Kyodo สรุปข่าว/ ผลการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงโตเกียวซึ่งได้นำความพ่ายแพ้แก่ผู้สมัคร 2 ท่าน ที่ชูนโยบายต่อต้านนิวเคลียร์ หนึ่งในนี้คืออดีตนายกรัฐมนตรี Morihiro Hosokawa นั้น ได้ทำให้รัฐบาลกลางเพิ่มความเชื่อมั่นในการเตรียมเดินหน้านโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ได้แจ้งให้กับคณะกรรมการรัฐสภาว่า รัฐบาลได้วางแผนรวบรวมผลการศึกษาความเป็นไปได้ และแผนการสร้างความสมดุลของพลังงาน ซึ่งจะเป็นร่างของแผนนโยบายพลังงานระยะยาวของประเทศต่อไป อย่างไรก็ตาม ความพยายามของ Hosokawa ที่เน้นความสนใจเกี่ยวกับนโยบายนิวเคลียร์ ถือเป็นปัญหาที่มีความสำคัญทางการเมืองหลังปี 2011 ที่เกิดวิกฤตนิวเคลียร์ฟูกูชิม่า ดูเหมือนจะช่วยเพิ่มแรงกดดันรัฐบาลในการควบคุมตนเองจากการเร่งไปสู่​​ การรับรองร่างแผนพลังงานที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากถึงการสนับสนุนนโยบายใช้พลังงานนิวเคลียร์   ที่มาภาพ: http://www.manager.co.th/Around/ViewNews.aspx?NewsID=9570000015652 วิเคราะห์ข่าว/ การเลือกผู้ว่าการกรุงโตเกียวซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้สมัครจำนวน 16 ราย ผลการเลือกตั้งได้แก่นาย Yoichi Masuzoe อดีตรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขวัย 65 ปี ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรค LDP โดยชูนโยบายสนับสนุนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในประเทศ สามารถชนะคู่แข่งคนสำคัญคือนาย Morihiro […]

สภานิติบัญญัติพรรคร่วมรัฐบาล LDP 50 คน เรียกร้องให้ยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์

สภานิติบัญญัติพรรคร่วมรัฐบาล LDP 50 คน เรียกร้องให้ยุติการใช้พลังงานนิวเคลียร์

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2014/01/269060.html/ TOKYO, Jan. 31, Kyodo สรุปข่าว/ ฝ่ายนิติบัญญัติพรรคร่วมรัฐบาล LDP ประมาณ 50 คน หรือมากกว่าร้อยละ 10 ของสมาชิกพรรคในรัฐสภาได้เรียกร้องให้ยุติการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศญี่ปุ่นในอนาคต มีเพียง 4 คนที่เห็นด้วยเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ จากผลสำรวจสมาชิกพรรคจำนวน 407 คนในที่ประชุมทั้งสองสภา และได้รับตอบกลับประมาณ 320 คน ในจำนวนนี้มีมากกว่าร้อยละ 80 ต้องการให้ค้นหาพลังงานทดแทนใหม่ๆ มาใช้ ขณะเดียวกันก็ให้บำรุงรักษาโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เดิมที่มีอยู่เพื่อให้บริการไฟฟ้าในประเทศ ที่มา: http://blogs.reuters.com/japan/2010/02/09/japan-lawmakers-getting-poorer/ วิเคราะห์ข่าว/ จากข่าวสะท้อนให้เห็นว่าแม้รัฐบาลชุดนายชินโซะ อาเบะ จะสนับสนุนนโยบายพึ่งพาพลังงานนิวเคลียร์ (ในการช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ) หากในสภาก็ยังมีบางส่วนที่มีแนวคิดที่ไม่เห็นด้วย ทั้งส่วนใหญ่ก็แสดงความต้องการทางเลือกอื่นที่สามารถทดแทนกันได้ ทั้งนี้เป็นผลจากการที่ญี่ปุ่นเพิ่งประสบภัยพิบัตินิวเคลียร์เมื่อปี 2011 แล้วยังต้องเผชิญกับการบูรณะประเทศหลังเหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีดังกล่าว ทั้งยังเกิดกระแสต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์ในหมู่ชาวญี่ปุ่นอันเกิดจากความหวาดผวาภัยกัมมันตรังสีที่โรงไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ความจริงในเชิงเศรษฐกิจในเขตชนบทก็ถือว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นผู้จ้างงานหลัก และแทบไม่มีอุตสาหกรรมอื่นใดอีก  

เมืองฮอกไกโดยื่นฟ้องรัฐบาลให้ระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

เมืองฮอกไกโดยื่นฟ้องรัฐบาลให้ระงับการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2014/01/266551.html/ HAKODATE, Japan, Jan, 18. สรุปข่าว/ นายกเทศมนตรีเมืองฮอกไกโดกล่าวว่าในช่วงเดือนมีนาคมนี้เทศบาล Hakodate มีแผนจะยื่นฟ้องร้องต่อต้านรัฐบาลและบริษัทที่รับผิดชอบให้หยุดการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในจังหวัด Aomori ซึ่งคดีความที่จะยื่นฟ้องต่อศาลโตเกียวนี้ เทศบาลหวังที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกการอนุมัติโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมือง Oma โดยบริษัท Electric Power Development Co., อันนับเป็นคดีความแรกที่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานนิวเคลียร์ของรัฐบาลกลางที่ถูกต่อต้านโดยรัฐบาลท้องถิ่น โดยนายกเทศมนตรีให้เหตุผลว่าชุมชนจะได้รับความเสียหายร้ายแรงในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ทั้งยังไม่มีเหตุผลที่โรงไฟฟ้าจะสร้างขึ้นได้โดยปราศจากความยินยอมของประชาชน แม้ว่าพื้นที่ก่อสร้างจะแยกห่างจากเมืองออกไป 23 กิโลเมตรก็ตาม นอกจากนี้ เทศบาลยังมีแผนเรียกร้องให้ต้องมีการเตรียมความพร้อมมาตรการปกป้องชีวิตประชาชนในกรณีอุบัติเหตุจากพลังงานนิวเคลียร์ เนื่องจากที่ตั้งโรงไฟฟ้าอยู่ในรัศมี 30 กิโลเมตร ที่เป็นพื้นที่ปฏิบัติการป้องกันฉุกเฉิน บริษัท Electric Power Development หรือ J-Power ได้เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Oma ในเดือนพฤษภาคม ปี 2008 และถูกระงับการก่อสร้างหลังจากเกิดอุบัติเหตุที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกูชิมะไดอิชิ ในเดือนมีนาคม 2011 จากเหตุแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิ แต่กลับมาดำเนินการต่อในเดือนตุลาคม 2012 ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นมีแผนจะยื่นเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องไปที่สภาเทศบาลในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมสภาเพื่อที่จะยื่นสำนวนฟ้องต่อรัฐบาลต่อไป   ที่มาภาพ http://www.japantimes.co.jp วิเคราะห์ข่าว/ นับจากเกิดวิกฤติภัยพิบัติโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ทำให้ประชาชนทั่วไปเริ่มตระหนักถึงผลกระทบร้ายแรงที่ตนได้รับความเดือดร้อนกันถ้วนหน้า ทั้งขณะเกิดเหตุ […]

ญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.8% ภายในปี 2020

ญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.8% ภายในปี 2020

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/11/256604.html, TOKYO, Nov. 15, Kyodo  สรุปข่าว/ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมุ่งมั่นเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 3.8 จากปี 2005 ให้สำเร็จในปี 2020 ในฐานะประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยเป้าหมายใหม่นี้จะสามารถโน้มน้าวนานาชาติได้ในฐานะที่แสดงให้เห็นถึงการปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในปีฐาน 1990 ที่มีการลงนามในพิธีสารเกียวโต ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เสนอว่าอาจจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายหากสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างต่อเนื่อง ในการนี้นาย Nobuteru Ishihara รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจะประกาศเป้าหมายใหม่ของญี่ปุ่นต่อการประชุมเจรจาสมัชชารัฐภาคี สมัยที่ 19 (COP19) ณ กรุงวอซอร์ ประเทศโปร์แลนด์ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิเคราะห์ข่าว/ การที่ญี่ปุ่นประกาศแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้สูงกว่าระดับการปล่อยในปี 1990 คือร้อยละ 3 นั้น เนื่องมาจากญี่ปุ่นมีข้อผูกพันกับการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านพิธีสารเกียวโต อันเป็นข้อตกลงที่ญี่ปุ่นได้ลงนามรับรองและให้สัตยาบันในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) ซึ่งให้ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศอุตสาหกรรม (ภาคีภาคผนวกที่ 1) ต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลับไปอยู่ในระดับการปล่อยในปี 1990 โดยในข้อตกลงระยะผูกมัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรอบที่สองจะมีผลบังคับระหว่างปี 2013-2020 ประกอบกับที่ญี่ปุ่นได้พยายามมีบทบาทนำในเรื่องดังกล่าว จึงต้องการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความตระหนักต่อประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีความคาดหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้นานาชาติร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย […]

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนวิพากษ์รายงานของ UN ว่าด้วยผลกระทบจากภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะต่อประชาชนญี่ปุ่น

ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนวิพากษ์รายงานของ UN ว่าด้วยผลกระทบจากภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะต่อประชาชนญี่ปุ่น

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/10/252995.html, NEW YORK, Oct. 24, Kyodo สรุปข่าว/ ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนรวมถึงผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติได้วิพากษ์วิจารณ์รายงานของ UN ที่ตรงข้ามกับความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของรังสีจากเหตุภัยพิบัตินิวเคลียร์ฟุกุชิมะต่อประชาชนในประเทศญี่ปุ่น โดยการสัมมนานี้จัดขึ้นโดยสหรัฐฯ และกลุ่ม NGOs ญี่ปุ่น ซึ่งผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิทางสุขภาพ (Anand Grover) ได้หยิบยกประเด็นในข้อสรุปของรายงานที่ว่า “ไม่มีอะไรต้องกังวลสำหรับประชาชนที่สัมผัสกับรังสีหลังจากเหตุการณ์ที่ฟุกุชิมะ” ซึ่งเป็นรายงานที่จัดทำขึ้นโดยคณะกรรมการวิทยาศาสตร์แห่งสหประชาชาติว่าด้วยผลกระทบของรังสีปรมาณู โดยคณะกรรมการได้ศึกษาถึงระดับและผลกระทบของการได้รับรังสีจากเหตุการณ์ภัยพิบัตินิวเคลียร์เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2011 พบว่า ไม่มีผลการวินิจฉัยในประชาชนทั่วไปที่แสดงให้เห็นว่ามีอุบัติการณ์เพิ่มขึ้นของผลกระทบต่อสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับการได้รับสารกัมมันตภาพรังสีอย่างที่คาดการณ์ไว้ ทั้งนี้นาย Grover ซึ่งได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 2012 และได้ศึกษาสถานการณ์จากมุมมองด้านสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงข้อมูลที่ว่าเมื่อเราสัมผัสสารกัมมันตรังสีแล้วก็ไม่เพียงพอที่จะบ่งชี้ความเป็นไปได้ว่าปริมาณต่ำอาจมีผลร้ายต่อสุขภาพ พร้อมทั้งยังกล่าวว่า การสร้างความมั่นใจในการมีส่วนร่วมของชุมชนที่ได้รับผลกระทบต่อการตัดสินใจเป็นหนึ่งในภาระหน้าที่หลักของรัฐบาล และสาธารณชนก็มีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลนี้ โดยคณะผู้เสนอรายงานพิเศษฯ เป็นนักวิจัยอิสระที่ได้รับมอบหมายจาก UN ให้ดำเนินการศึกษาในประเด็นสิทธิมนุษยชน และสามารถดำเนินการตรวจสอบในพื้นที่ได้หากรัฐบาลอนุญาต ขณะเดียวกันตัวแทนด้านสิทธิมนุษยชนประจำกรุงโตเกียว (Mari Inoue) ก็ได้เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขข้อมูลในรายงาน (UNSCEAR) ซึ่งควรครอบคลุมมาตรการต่างๆ และควรมีข้อเสนอให้มีการศึกษาผลกระทบอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมของชุมชน และอาจเร็วเกินไปในตอนนี้ที่จะบ่งชี้ว่าการสัมผัสสารกัมมันตรังสีจะมีอันตรายต่อสุขภาพในอนาคต โดยมีหน่วยงานด้านสิทธิมนุษยชนในญี่ปุ่นรวม 64 องค์กรได้ลงนามในแถลงการณ์เรียกร้องให้มีการแก้ไขรายงานใหม่   […]

ผลวิจัยชี้ฝุ่นกัมมันตรังสีจากระเบิดปรมาณูเมืองฮิโรชิมาเป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

ผลวิจัยชี้ฝุ่นกัมมันตรังสีจากระเบิดปรมาณูเมืองฮิโรชิมาเป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/10/251944.html, HIROSHIMA, Oct. 18, Kyodo สรุปข่าว/ผลการศึกษาโดยนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยฮิโรชิมาได้แสดงให้เห็นว่าคนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองฮิโรชิมาหลังจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในปี 1945 ต้องเผชิญกับโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่าคนที่มาถึงเมืองสามวันหลังจากเหตุการณ์ระเบิด ผลการวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของมนุษย์อาจอ่อนแอลงจากการตกค้างของสารกัมมันตภาพรังสีที่ใช้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์ และท้าทายความคิดของหน่วยงานรัฐที่ว่าการได้รับรังสีดังกล่าวไม่มีความแตกต่างของการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในหมู่ผู้คนที่อยู่ในเมืองหลังจากเหตุระเบิดปรมาณู โดยคณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยรังสีชีววิทยาและการแพทย์จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติในที่ประชุมของสมาคมวิจัยกัมมันตภาพรังสีแห่งญี่ปุ่นซึ่งจะจัดขึ้นในเมือง Aomori ที่มา: http://nuclear-news.net/2013/03/29/the-hiroshima-study-group-on-re-construction-of-local-fallout-from-a-bomb-in-1945-book-2-launched-with-recent-research-results-and-data/   วิเคราะห์ข่าว/ ผลการวิจัยนี้จะเป็นหลักฐานเพิ่มเติมอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยยืนยันผลพวงจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในเมืองฮิโรชิมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาได้ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพหลายอย่างจากสารกัมมันตภาพรังสี การศึกษาทางวิชาการต่างๆ ก็ได้บ่งชี้ว่าเราอาจมีโอกาสได้รับรังสีจากธาตุกัมมันตรังสีในฝุ่นที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ หรือก๊าซที่เล็ดรอดออกมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยหน่วยงาน ICRP[1] (International Commission on Radiological Protection) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดหลักการพื้นฐานและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันรังสี ได้ระบุว่าการได้รับรังสีที่สูงกว่าระดับของรังสีในธรรมชาติจะทำให้เกิดผลต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ผลของการได้รับรังสีในปริมาณมากและมีอัตราการได้รับรังสีสูงนั้นมีหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่าจะทำให้ผู้ที่ได้รับรังสีเสียชีวิตได้ โดยที่ผ่านมามีการศึกษาและบันทึกผลต่อสุขภาพของผู้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ทำให้ทราบว่าผลต่อสุขภาพจากการได้รับรังสีอาจจะไม่ปรากฏนอกจากจะได้รับรังสีที่สูงมาก หากแต่ก็มีผลอย่างอื่นอีกหลายอย่างโดยเฉพาะโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นและตรวจพบได้มากขึ้นในผู้ที่ได้รับรังสีในระดับปานกลาง (หากในกรณีที่ได้รับรังสีปริมาณที่ต่ำลงจะพบว่าเซลล์และเนื้อเยื่อสามารถฟื้นตัวได้) อย่างไรก็ตาม ในชีวิตประจำวัน นอกจากรังสีแล้วยังมีสิ่งต่างๆ อีกหลายอย่างที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ รวมทั้งการสูบบุหรี่ การได้รับแสงอัลตร้าไวโอเลต ใยหิน สารเคมีบางชนิดในสี สารพิษจากเชื้อราในอาหาร ไวรัส หรือแม้แต่ความร้อน [1]International Atomic Energy Agency; IAEA. (2012). Factsheets and […]

ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ตกลงกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือด้านการป้องกันภัยพิบัติ

ญี่ปุ่น-ไต้หวัน ตกลงกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจผ่านความร่วมมือด้านการป้องกันภัยพิบัติ

NUSA DUA, Indonesia, Oct. 8, Kyodo http://english.kyodonews.jp/news/2013/10/250309.html สรุปข่าว/ รายงานจากกระทรวงต่างประเทศญี่ปุ่นระบุว่า ญี่ปุ่นกับไต้หวันได้ตกลงที่จะเสริมสร้างความเข้มแข็งความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจโดยการสนับสนุนความร่วมมือด้านการป้องกันภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในระหว่างการประชุมสุดยอดผู้นำ APEC ณ เมืองบาหลี อินโดนีเซีย โดยนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น Shinzo Abe ได้พบปะหารือกับ Vincent Siew อดีตรองประธานาธิบดีไต้หวันที่ได้เข้าร่วมการประชุมในนามของประธานาธิบดี Ma Ying-jeou โดยอาเบะได้แสดงความหวังว่าญี่ปุ่นและไต้หวันจะพัฒนาการค้าและการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจอื่นๆ ซึ่งนาย Siew ได้ตอบตกลงและยกย่องในความพยายามของอาเบะต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นภายใต้นโยบาย “Abenomics” ขณะที่อาเบะเองก็ได้แสดงความชื่นชมในความช่วยเหลือของไต้หวันไปยังประเทศญี่ปุ่นในเดือนมีนาคม 2011 กรณีเหตุการณ์แผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งพวกเขาตกลงที่จะส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันในด้านการป้องกันภัยพิบัติและด้านอื่นๆ ภายใต้กรอบของ APEC ที่มา/ http://english.kyodonews.jp/photos/2013/10/250296.html วิเคราะห์ข่าว/ APEC เป็นการรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation) ซึ่งมีประเทศสมาชิก 21 ประเทศ มีวัตถุประสงค์หลักในการพัฒนาการค้าและเศรษฐกิจด้านอื่นๆ หากในช่วงที่ผ่านมาประเทศต่างๆ ในเอเชียต้องประสบกับภัยพิบัติหลายครั้งซึ่งไม่เพียงแต่จะสร้างความเดือดร้อนและการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศด้วยเช่นกัน ดังเช่นญี่ปุ่นกับไต้หวันที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีอัตราเฉลี่ยเสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติมากที่สุด[1] ทั้งญี่ปุ่นต้องเผชิญกับภัยพิบัติต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง หรือไต้หวันที่ประสบกับภัยพิบัติจากพายุไต้ฝุ่นและน้ำท่วมใหญ่ โดยองค์การสหประชาชาติได้ระบุว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติจะเกิดขึ้นในประเทศเอเชียแปซิฟิกบ่อยมาก […]