Post Tagged with: "china_security"

จีน-สหรัฐฯ หารือเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์

จีน-สหรัฐฯ หารือเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ นำโดยนายเมิ่ง เจียนจู้ เลขาธิการคณะกรรมาธิการกิจการกฎหมายและการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์จีน และ ดร.ซูซาน ไรซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐได้เสร็จสิ้นการประชุมร่วมกัน หลังใช้เวลาในการประชุมร่วมกันถึงประเด็นด้านความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และประเด็นอื่นๆ นานถึง 4 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ผู้นำจีน ความมั่นคงในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นประเด็นที่สร้างรอยร้าวให้กับประเทศมหาอำนาจทั้งสอง หลังจากสหรัฐฯ กล่าวหานักโจรกรรมชาวจีนว่า ได้โจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ ซึ่งต่อมารัฐบาลจีนปฏิเสธ ซึ่งนอกจากประเด็นนี้แล้ว นายเมิ่ง เจียนจู้ ยังได้ประชุมร่วมกับนายเจมส์ โคมี่ ผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ รวมทั้งบรรดาผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังด้วย ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวต่อประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ผู้นำจีนในโอกาสที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยระบุถึงความวิตกต่อการกระทำของจีนที่เข้าข่ายรุกล้ำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐ ได้เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรพลเมืองจีน และบริษัทสัญชาติจีนที่ส่วนพัวพันกับการใช้การโจรกรรมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโจมตีธุรกิจของสหรัฐฯ อ้างอิงและที่มาภาพ: http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000103585

จีนปฏิเสธแผนการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศเหนือทะเลจีนใต้

จีนปฏิเสธแผนการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศเหนือทะเลจีนใต้

ภายหลังการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone – ADIZ) เหนือทะเลจีนตะวันออกของทางการจีน ซึ่งรวมหมู่เกาะเตียวหยู/เซ็งกะกุ (Diao yu/Senkaku Islands) ที่เป็นข้อพิพาทเขตแดนกับญี่ปุ่น ในปลาย ค.ศ. 2013 และนำไปสู่ความตึงเครียดภายในภูมิภาค เพราะ การดังกล่าวไม่เพียงส่งผลกระทบต่อญี่ปุ่น หากแต่ยังเป็นการท้าทายบทบาทของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคเอเชียแปซิกโดยตรง นอกจากนั้นนักวิเคราะห์ยังเชื่อว่าการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศทะเลจีนตะวันออก เป็นเพียงจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่การประกาศเขตแบบเดียวกันนี้เหนือน่านน้ำข้อพิพาทอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทะเลจีนใต้ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริงย่อมนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรง ดังที่นิตยสาร Foreign Policy ได้เคยจัดลำดับไว้ว่าข้อพิพาทเหนือทะเลจีนใต้จะเป็นจุดศูนย์กลางของความขัดแย้งระหว่างประเทศที่รุนแรงซึ่งสามารถนำไปสู่สงครามได้อันดับ 1 ในศตวรรษที่ 21 หนังสือพิมพ์ Asahi Shimbun ของญี่ปุ่นได้รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าหน่วยงานของทางการจีนที่รับผิดชอบร่างประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศทะเลจีนตะวันออกได้เสนอแผนการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายเพื่อใช้บังคับกับทะเลจีนใต้กับผู้นำทางทหารระดับสูงแล้วเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Hong Lei โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนปฏิเสธว่าจีนไม่มีแผนการใด ๆ ที่จะประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศเหนือทะเลจีนใต้ อย่างไรก็ตามการปฏิเสธดังกล่าวกลับไม่สอดคล้องกับแถลงการณ์จากโฆษกกระทรวงกลาโหมที่แสดงให้เห็นว่าจีนจะประกาศเขตดังกล่าวเพิ่มเติมเมื่อการต่าง ๆ พร้อมสมบูรณ์ หากรัฐบาลจีนตัดสินใจประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศเหนือทะเลจีนใต้จริงย่อมนำไปสู่แรงกดดันจากรัฐคู่พิพาทที่อ้างกรรมสิทธิ์เหนือพื้นที่ต่าง ๆ ในเขตน่านน้ำดังกล่าว ซึ่งรวมถึงรัฐสมาชิกอาเซียน อาทิ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ นอกจากนั้นจะเป็นการท้าทายระเบียบภูมิภาคที่ดำรงอยู่ (regional order) […]

เขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศทะเลจีนตะวันออก

เขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศทะเลจีนตะวันออก

การประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ (air defense identification zone – ADIZ) เหนือทะเลจีนตะวันออกของทางการจีนในเดือนพฤศจิกายน 2013 (ดูภาคผนวกด้านล่าง) เป็นสิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของทั้งนักวิชาการและผู้มีส่วนในการกำหนดนโยบายต่างประเทศ เพราะการดังกล่าวเป็นการขยายพื้นที่พิพาทเขตแดนจากน่านน้ำและหมู่เกาะสู่ห้วงอากาศ หรือ น่านฟ้า (air space) ซึ่งส่งผลกระทบโดยอ้อมต่อการจราจรทางอากาศระหว่างประเทศภายในน่านฟ้าสากล ซึ่งหมายถึงห้วงอากาศที่ไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศใดประเทศหนึ่ง แม้ว่าทางการจีนจะยืนยันว่าเที่ยวบินระหว่างประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบและสามารถบินผ่านได้ตามหลักเสรีภาพการบินดังที่เคยเป็นมาก็ตาม ในความหมายตามบริบทของกรณีของจีน เขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศ คือ เขตกันชน (buffer zone)ภายในห้วงอากาศเหนือทะเลหลวง (ทะเลที่ไม่ได้เป็นของประเทศใด) ซึ่งประเทศชายฝั่งทะเลประกาศใช้มาตรการข้อบังคับให้เครื่องบินที่บินผ่านห้วงอากาศดังกล่าว ต้องปฏิบัติตามมาตรการระบุตัวตน อาทิ ส่งแผนการบินให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า ทั้งนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศชายฝั่งทะเลดังกล่าว โดยเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศถูกประกาศใช้ครั้งแรกโดยสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษ 1950 จะเห็นได้ว่าการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศไม่ใช่การอ้างกรรมสิทธิ์เหนือดินแดนที่ไม่ใช่เขตแดนตน หากแต่เป็นมาตรการปฏิบัติเพื่อความมั่นคงของประเทศชายฝั่งทะเล อย่างไรก็ตามการประกาศเขตดังกล่าวของทางการจีนเหนือทะเลจีนตะวันออกกลายเป็นประเด็นถกเถียงใหญ่ เพราะ ครอบคลุมห้วงอากาศเหนือน่านน้ำและหมู่เกาะที่เป็นข้อพิพาทเขตแดนกับญี่ปุ่น โดยเฉพาะ หมู่เกาะเตียวหยู/เซ็งกะกุ ซึ่งมีความสำคัญทางการเมืองและยุทธศาสตร์ สำหรับเป้าประสงค์ทางยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนสามารถวิเคราะห์ได้ดังนี้   จีนต้องการสร้างเครื่องมือเชิงสถาบันเพื่อยืนยันสิทธิอธิปไตยของตนเหนือน่านน้ำและหมู่เกาะในทะเลจีนตะวันออกที่ตนอ้างกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยน่านน้ำอาณาเขตและพื้นที่ต่อเนื่อง ค.ศ. 1992 และเป็นพื้นฐานทางกฎหมายที่สร้างความชอบธรรมให้กับการประกาศเขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศในน่านน้ำและหมู่เกาะอื่น ๆ ที่จีนอ้างอำนาจอธิปไตยตามกฎหมายข้างต้นในอนาคต จีนต้องการใช้การบินระหว่างประเทศสร้างความชอบธรรมให้กับอำนาจทางปกครองของจีน เพราะ เขตพิสูจน์ฝ่ายป้องกันภัยทางอากาศทะเลจีนตะวันออกกำหนดให้เครื่องบินทั้งหมดที่บินผ่านห้วงอากาศดังกล่าวต้องปฏิบัติตาม แม้ว่าจุดหมายปลายทางของอากาศยานนั้นอาจไม่ใช่ประเทศจีนก็ตาม ดังนั้นการปฏิบัติตามข้อกำหนดของอากาศยานสัญชาติต่าง ๆ […]

รัฐบาลปักกิ่งได้ผลักดันให้มีการขยายอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางทะเลในฐานะที่เป็นผลประโยชน์หลักแห่งชาติในการพัฒนา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

รัฐบาลปักกิ่งได้ผลักดันให้มีการขยายอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและสิทธิทางทะเลในฐานะที่เป็นผลประโยชน์หลักแห่งชาติในการพัฒนา อาจนำไปสู่ความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน

  ที่มา: Xinhua ประธานธิบดีสีจิ้นผิง ได้กล่าวในที่ประชุมพรรคคอมมิวนิสต์เมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่า “พลังอำนาจทางทะเลเป็นหนทางในการนำไปสู่ทรัพยากรและผลประโยชน์ในทางเศรษฐกิจ ตลอดจนพลังอำนาจทางทะเลยังสำคัญต่อยุทธศาสตร์อันเกี่ยวข้องกับการแข่งขันทั้งทางเศรษฐกิจ การเมือง ความมั่นคง และเทคโนโลยี” ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจทางทะเลของจีนคิดเป็น 9.6 % ของ GDP และคาดการณ์ว่าสัดส่วนของเศรษฐกิจทางทะเลจะขยายเป็น 12.4 % ของ GDP ในปีค.ศ. 2020 สอดคล้องกับความคิดเห็นของบรรดานักวิชาการต่างไม่ว่าจะเป็น Wang Hanling ผู้เชี่ยวชาญทางทะเลของ Chinese Academy of Social Sciences, Zhuang Guotu ผู้อำนวยการ Centre for Southeast Asian Studies มหาวิทยาลัย Xiamen และศาสตราจารย์ Goo Shu ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยนานกิง ต่างก็เห็นพ้องกันว่า ผลประโยชน์และความมั่นคงทางทะเล คือ วาระทางนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลจีนในปัจจุบัน โดยจีนจำเป็นที่จะต้องขยายอิทธิพลทางทะเลเพื่อปกป้องผลประโยชน์หลักแห่งชาติ แม้ว่าการขยายอิทธิพลทางทะเลของจีนจะนำไปสู่ความขัดแย้งระหว่างจีนกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ความขัดแย้งดังกล่าวก็จะไม่กระทบต่อยุทธศาสตร์ทางทะเลของจีน ด้วยเหตุที่ว่ารัฐบาลปักกิ่งมีความต้องการที่จะต้องแสวงหาทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจของประเทศอันเป็นผลประโยชน์หลัก จากมุมมองของประเทศเพื่อนบ้านและคู่ขัดแย้งของจีนในปัญหาทะเลจีนใต้ อย่างฟิลลิปปินส์และเวียดนาม […]