Post Tagged with: "China cyber"

สังคมจีนกับบริการ Alipy (อาลีเพย์)

สังคมจีนกับบริการ Alipy (อาลีเพย์)

ตั้งแต่เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้วเป็นต้นมา  โรงพยาบาลที่มีชื่อเสียงตามเมืองต่าง ๆ ของจีนพากันเข้าร่วมเครือข่ายโรงพยาบาลทางอินเทอร์เน็ตที่ นายJack Ma เป็นผู้ริเริ่มอย่างต่อเนื่อง  โดยรักษาโรคให้ผู้ป่วยก่อน  จ่ายค่ารักษาทีหลัง  คือผู้มีคะแนนเครดิต 650 ขึ้นไป เวลาไปหาหมอที่โรงพยาบาล ไม่ต้องเข้าคิวรอชำระเงินอีก  รักษาโรคเสร็จแล้ว  กลับไปชำระเงินที่บ้านด้วย Alipay (อาลีเพย์) ก็ได้ บริการนี้ไม่เพียงแต่ประหยัดเวลาและอำนวยความสะดวกแก่ผู้ป่วยเท่านั้น  อีกทั้งช่วยให้การรับชำระเงินของโรงพยาบาลเบาลงอีกด้วย Alipay ยังมีแผนจะผ่อนค่ารักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยอีกด้วย  โดยจะหักค่ารักษาพยาบาลจากบัญชี  Alipayของผู้ป่วยโดยอัตโนมัติ   และคำนวนค่ารักษากับค่าประกัน  มีการคาดการณ์ว่าในอนาคต จะสัมผัสหน้าจอโทรศัพท์มือถือเบา ๆ ก็สามารถรู้ได้ว่า  โรงพยาบาลแห่งใดที่สามารถรักษาโรคของเราได้เป็นอย่างดี  โดยพิจารณาจากระยะทางใกล้หรือไกล  และประสบการณ์ในการรักษาที่ผ่านมา  เป็นต้น  แต่การบริการดี ๆ ดังกล่าวต้องมีคะแนนเครดิตเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน  ซึ่งทำให้ชาวบ้านตระหนักถึงความสำคัญของเครดิตมากขึ้น  และมีความกระตือรือร้นในการสร้างเครดิตมากขึ้น Alipay ยังร่วมมือกับ China Unicom ด้วย  โดยเมื่อลูกค้าของ China Unicom  มีคะแนนเครดิต 650 คะแนนขึ้นไปแล้ว  ไม่ต้องสำรองเงินฝาก  ไม่ต้องจ่ายล่วงหน้า  โดยใช้บริการก่อน  จ่ายทีหลัง   Alipay ได้ซึมเข้าทุกแง่มุมของชีวิตชาวบ้าน โดยส่งเสริมให้ผู้คนทั้งหลายใช้เครดิตของตน  […]

Baidu (ไป๋ตู้) เสิร์ชเอนจิ้นใหญ่ที่สุดของจีน

Baidu (ไป๋ตู้) เสิร์ชเอนจิ้นใหญ่ที่สุดของจีน

Baidu (ไป๋ตู้) www.baidu.com เป็น Search Engine หรือ web ค้นหาข้อมูลด้วยภาษาจีนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของจีน Baidu ก่อตั้งปลายปี 1999 ในสหรัฐ แต่เปิดตัวเต็มรูปแบบในปี 2000 ในจีน การให้บริการครอบคลุมหลายด้าน ทั้งการค้นหาข้อมูลจากเวปไซต์ ,ข้อความ รูปภาพ พยากรณ์อากาศ เวปบอร์ด พจนานุกรม ข่าวสารทั้งด้านบันเทิงและข่าวสาร ดูหนัง ฟังเพลง ฯลฯ ที่ได้รับความนิยมมากก็ได้แก่การค้นหาแผนที่เส้นทางต่างๆ และการดาวน์โหลดเพลงออนไลน์ ทั้งรูปแบบmp3, wma หรือเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์มือถือ พฤติกรรมคนจีน เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีและอินเตอร์เนตอย่างใกล้ชิด Baidu จึงเข้าไปมีบทบาทสำคัญมากในการเป็น เครื่องมือเพื่อช่วยเหลือการค้นหาต่างๆ ขณะนี้ Baidu ได้รุกเข้าสู่ตลาดต่างประเทศแล้ว โดยเริ่มมีให้บริการค้นคำด้วยภาษาญี่ปุ่น และเข้าสู่ตลาดประเทศไทย เป้าหมาย ต่อไปคือตลาดเวียดนามและสิงคโปร์ โลโก้ Baidu มีลักษณะเป็น “รอยตีนหมี” หมายถึงการค้นหา ตามล่าสัตว์ของนายพราน เทคโนโลนีการสืบค้นที่ได้จดทะเบียนสิทธิบัตร ขณะนี้มีเพียง 4 ประเทศ คือ […]

ขอทานยุคใหม่ไฮเทคในจีน

ขอทานยุคใหม่ไฮเทคในจีน

โลกหมุนเร็วขึ้นทุกวัน ลุงขอทานจีนยุคใหม่ก้าวทันเทคโนโลยี แปะสติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดข้างกระป๋องเงิน ให้สแกนโอนเงินได้ทันที เว็บไซต์ sinchew.com.my ได้เปิดเผยรายงานจากประเทศจีน ระบุว่า คุณลุงขอทานชาวจีนรายหนึ่ง ในเมือง Shenzhen มณฑล Guandong ได้นำสติ๊กเกอร์คิวอาร์โค้ดมาแปะไว้ที่ข้างกระป๋องใส่เงินบริจาค หากใครที่มีจิตใจเมตตา ก็สามารถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนโอนเงินให้คุณลุงได้ทันที และเงินก็จะไม่หายหรือตกหล่นไปไหนด้วย โดยจากรายงานระบุว่า คุณลุงคนนี้มีชื่อว่า Wang ใช้ชีวิตเป็นขอทานมานานกว่า 9 ปีด้วยกัน ทว่าระยะหลายปีที่ผ่านมานี้ ผู้คนเริ่มหันไปใช้จ่ายเงินผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่พกเศษเงินติดตัว เมื่อลุงหวังไปขอบริจาคก็จะถูกปฏิเสธ เนื่องจากไม่มีเงินทอนให้ จนกระทั่งวันหนึ่งลุงหวังได้ตัดสินใจจ่ายเงิน เพื่อซื้อโทรศัพท์มือถือแบบธรรมดาเครื่องหนึ่ง ที่สามารถใช้แอพพลิเคชั่น WeChat หรือ Alipay ได้ ซึ่งแอพพลิเคชั่นเหล่านี้จะรองรับระบบการชําระเงินทางออนไลน์ ผ่านการสแกนคิวอาร์โค้ด อย่างไรก็ตามเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของชาวเน็ตว่า  เห็นแบบนี้แล้วไม่อยากบริจาคมากกว่า แหล่งข่าวและที่มาภาพ: http://www.sinchew.com.my

เกม Pokemon GO โดนแบนใน ประเทศจีน

เกม Pokemon GO โดนแบนใน ประเทศจีน

แม้ว่าเกม Pokemon GO จะประสบความสำเร็จทั่วโลก แต่ดูเหมือนว่าประเทศจีนที่เป็นตลาดสมาร์ทโฟนที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้น จะไม่ได้สัมผัสกับเกมนี้ เพราะทางการจีน ได้ออกมาบอกว่าเกม Pokemon GO จะถูกห้ามเล่นในจีน เนื่องจากการประเมินแล้วมันมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะข้อมูลทางภูมิศาสตร์ เพราะมันเชื่อมต่อกับระบบแผนที่ดาวเทียมตลอดเวลา และทางการจีนยังความกังวลว่ามันจะไม่ปลอดภัยสำหรับผู้เล่น โดยเฉพาะมันอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุทางท้องถนน แบบที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในหลายประเทศแม้แต่ประเทศที่เคารพกฎระเบียบอย่างญี่ปุ่นยังเกิดอุบัติเหตุจนมีผู้เสียชีวิตมาแล้ว เกม Pokemon GO เปิดให้เล่นตั้งแต่ฤดูร้อนปีที่แล้ว บน iOS และ แอนดรอยด์ แม้ว่าตอนนี้กระแสจะตกลงไปมาก แต่มันได้เป็นหนึ่งใน app ที่ทำรายได้สูงสุดในปี 2016 และเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบปี แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://www.beartai.com/news/game-news/143944

กรณีศึกษา “ซิงเกอร์ เกตเวย์” ของจีน

กรณีศึกษา “ซิงเกอร์ เกตเวย์” ของจีน

ขณะที่สังคมไทยกำลังถกเถียงกันถึงข้อดี-ข้อเสียของ “ซิงเกิล เกตเวย์” หรือการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตช่องทางเดียว ทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ได้มีการหยิบยกการควบคุมอินเทอร์เน็ตของประเทศจีนมาเป็นกรณีศึกษา เพราะอาจพูดได้ว่าจีนเป็นต้นแบบที่โดดเด่นและอาจจะประสบความสำเร็จมากที่สุดในการควบคุมประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ต โครงการควบคุมอินเทอร์เน็ตของจีนมีชื่อว่า “โกลเด้น ชิล” ซึ่งทำมาเกือบ 20 ปีแล้ว แต่สื่อตะวันตกมักจะเรียกว่า The Great Firewall of China ซึ่งเป็นชื่อที่ล้อเลียน “กำแพงเมืองจีน” (The Great Wall of China) ที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน รัฐบาลจีนมีประตูเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 3 เกตเวย์ อยู่ที่ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้และ กว่างโจว ในด้านเทคนิคถือว่ามี 3 ประตู แต่ในด้านการควบคุมเป็น “ซิงเกิล เกตเวย์” เพราะรัฐคุมทั้ง 3 เกตเวย์ โดยใช้งบประมาณกว่า 24,000 ล้านบาท เพื่อควบคุมประชากรที่ใช้อินเทอร์เน็ตกว่า 500 ล้านคน สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า จีนจ้างบุคลากรกว่า 2 ล้านคนมานั่งตรวจสอบข้อมูลที่รัฐบาลคิดว่ากระทบต่อความมั่นคงและบล็อกข้อความดังกล่าว คนที่เคยไปจีนจะคุ้นเคยดีว่าเว็บไซต์ที่คนใช้กันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เช่น เฟซบุ๊ก […]

ความนิยมถ่ายภาพเซลฟี่ในสังคมจีน: ยืนถ่ายรูปบนรางรถไฟ

ความนิยมถ่ายภาพเซลฟี่ในสังคมจีน: ยืนถ่ายรูปบนรางรถไฟ

  โมเดิร์น เอ็กซ์เพรส สื่อออนไลน์จีนรายงานว่า รถไฟโดยสารขบวนหนึ่งซึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่านอุโมงค์เขียวขจีในนานกิง เมืองเอกของมณฑลเจียงซู รถไฟต้องหยุดวิ่งถึงสองครั้งติดต่อกันเพราะมีเด็กสาวคนหนึ่งยืนจังก้ากลางรางไม่หวั่นอันตราย ทั้งนี้เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ร่มรื่นอันเต็มไปด้วยต้นไม้แผ่กิ่งก้านสาขาขึ้นปกคลุมจนกลายเป็นฉากธรรมชาติสวยงาม จึงทำให้คู่รักชาวจีนพากันจูงมือไปถ่ายภาพเก็บบรรยากาศเป็นจำนวนมาก นายหลี่ เจ้า ช่างภาพผู้อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า เด็กสาวยืนรัวชัตเตอร์อยู่บนรางรถไฟ แม้ขบวนรถจะแล่นตรงเข้าหาเธอ พร้อมส่งเสียงหวูดร้องเตือนอยู่เรื่อยๆ ก็ตาม “คนอื่นๆ หลบหลีกทางให้รถไฟกันหมด มีแต่เด็กสาวที่หยุดนิ่งอยู่จุดเดิมจนรถไฟต้องจอดทั้งขบวน” รถไฟออกวิ่งอีกครั้งหลังจากเด็กสาวยอมล่าถอยออกจากราง แต่ก็ต้องหยุดชะงักรอบสองเพราะสาวเจ้าเดินกลับขึ้นมาบนรางและเริ่มถ่ายภาพอีกครั้งหนึ่ง ชาวจีนบนโลกออนไลน์ต่างวิพากษ์วิจารณ์ว่าเด็กสาวหาเรื่องเสี่ยงตายโดยใช่เหตุ ขณะบางส่วนตั้งคำถามว่าทำไมนายหลี่ถึงไม่เข้าไปห้ามปรามเด็กสาวแทนการถ่ายภาพพฤติกรรมของเธอแล้วเอามาโพสต์บนโซเชียลมีเดียส่วนตัวเช่นนี้ “มันเป็นความเห็นแก่ตัวของคนบางคนที่ให้ผู้อื่นเสียสละเพื่อประโยชน์ของตัวเอง … คุณจะเรียกคนอย่างนั้นว่าเป็นนักถ่ายภาพหรอ? ฉันเรียกว่าเป็นพวกไม่รู้จักกาลเทศะมากกว่านะ” ผู้ใช้เวยปั๋ว (คล้ายทวิตเตอร์) รายหนึ่งออกความเห็น ทั้งนี้อ้างอิงรายงานของแมชเชเบิล (Mashable) เว็บไซต์ข่าวด้านเทคโนโลยีในสหรัฐฯ ระบุว่าปี 2558 มีผู้คนนับสิบต้องสังเวยชีวิตให้กับการถ่ายภาพเซลฟี ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการพลัดตกลงจากที่สูงหรือถูกยานพาหนะพุ่งชนเพราะมัวแต่จ้องหน้าจอจนลืมความปลอดภัย ชาวจีนแห่กันมาถ่ายรูปความสวยงามของอุโมงค์แมกไม้ (ภาพ ซีซีทีวี) อ้างอิง: http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9580000100509  

จีน-สหรัฐฯ หารือเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์

จีน-สหรัฐฯ หารือเรื่องความมั่นคงทางไซเบอร์

ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลจีนและสหรัฐฯ นำโดยนายเมิ่ง เจียนจู้ เลขาธิการคณะกรรมาธิการกิจการกฎหมายและการเมือง พรรคคอมมิวนิสต์จีน และ ดร.ซูซาน ไรซ์ ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐได้เสร็จสิ้นการประชุมร่วมกัน หลังใช้เวลาในการประชุมร่วมกันถึงประเด็นด้านความปลอดภัยของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ และประเด็นอื่นๆ นานถึง 4 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ผู้นำจีน ความมั่นคงในระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เป็นประเด็นที่สร้างรอยร้าวให้กับประเทศมหาอำนาจทั้งสอง หลังจากสหรัฐฯ กล่าวหานักโจรกรรมชาวจีนว่า ได้โจมตีเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐ ซึ่งต่อมารัฐบาลจีนปฏิเสธ ซึ่งนอกจากประเด็นนี้แล้ว นายเมิ่ง เจียนจู้ ยังได้ประชุมร่วมกับนายเจมส์ โคมี่ ผู้อำนวยการหน่วยสืบสวนสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือเอฟบีไอ รวมทั้งบรรดาผู้แทนจากกระทรวงยุติธรรม กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงการคลังด้วย ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวต่อประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ผู้นำจีนในโอกาสที่เดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยระบุถึงความวิตกต่อการกระทำของจีนที่เข้าข่ายรุกล้ำระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของสหรัฐฯ แล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งหากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น ขณะนี้ รัฐบาลสหรัฐ ได้เตรียมออกมาตรการคว่ำบาตรพลเมืองจีน และบริษัทสัญชาติจีนที่ส่วนพัวพันกับการใช้การโจรกรรมระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ในโจมตีธุรกิจของสหรัฐฯ อ้างอิงและที่มาภาพ: http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9580000103585

Alibaba ยักษ์ใหญ่ สัญชาติจีน ส่งตรงส่งด่วน ด้วยโดรน!!

Alibaba ยักษ์ใหญ่ สัญชาติจีน ส่งตรงส่งด่วน ด้วยโดรน!!

ชั่วโมงนี้ไม่เฉพาะค่าย ecommerce ยักษ์ใหญ่ของโลกจากฝั่งอเมริกาอย่าง Amazon เท่านั้น ที่เน้นการจัดส่งสินค้า ที่ส่งถึงผู้รับอย่างรวดเร็ว แต่ล่าสุด Alibaba ค่ายยักษ์ใหญ่ ecommerce สัญชาติจีน ก็เริ่มต้นเปิดทดลองให้บริการจัดส่งสินค้า ส่งตรงถึงมือผู้ซื้อผ่านทางโดรน (Drone) เช่นกัน โดยการันตีจัดส่งถึงมือ แบบด่วนทันใจ ภายในเวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง อีกด้วย การจัดส่งสินค้าผ่านทางโดรนของ Alibaba ในครั้งนี้ัยังอยู่ในขั้นทดลอง โดยจะทดลองให้บริการเป็นเวลาเพียง 3 วันเท่านั้น และยังมีข้อจำกัด คือ  จะสามารถส่งได้เฉพาะในพื้นที่เมืองกวางโจว เซี่ยงไฮ้ และปักกิ่งเท่านั้น และรองรับน้ำหนักของพัสดุที่ทำการจัดส่งต้องมีน้ำหนักไม่เกิน 340 กรัม แต่ถึงกระนั้น การจัดส่งพัสดุโดยโดรนในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากร้านค้าต่างๆ ที่ใช้บริการขายสินค้าผ่าน Alibaba กว่า 450 ร้าน เลยทีเดียว แหล่งข้อมูลและที่มาภาพ: Source : www.bbc.com/news/technology-31129804 วิเคราะห์ข่าว ปัจจุบันเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ก้าวเข้าสู่สังคมจีนอย่างรวดเร็ว โดรนก็เป็นนวัตกรรมใหม่ที่เข้าสู่สังคมจีน และเป็นช่องทางในการสร้างรายได้กับธุรกิจในประเทศจีนเช่นเดียวกับในโลกตะวันตก ที่มีการแข่งให้บริการกับลูกค้า การสร้างการให้บริการที่สะดวกและรวดเร็วในลักษณะนี้กำลังเกิดขึ้นในจีน หลังจากที่เกิดขึ้นในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาเมื่อไม่นานมานี้ สำหรับใกล้ๆบ้านเราก็เห็นจะมีสิงคโปร์ที่มีการใช้กลยุทธ์นี้ในการทำธุรกิจออนไลน์

จีนสร้าง “เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป๋ยโต่วจีน-อาเซียน” ที่หูเป่ย

จีนสร้าง “เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป๋ยโต่วจีน-อาเซียน” ที่หูเป่ย

งานก่อสร้าง “เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป๋ยโต่วจีน-อาเซียน” อย่างเป็นทางการได้เริ่มขึ้นแล้วที่เมืองหวงสือ มณฑลหูเป่ย โดยจะสร้างเป็นเวทีระดับชาติที่ถ่ายทอดวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศด้านอวกาศและให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ ถือเป็นสัญลักษณ์แสดงว่า ระบบดาวเทียม “เป๋ยโต่ว” ของจีนเริ่มเข้าสู่กิจการพลเรือนทุกด้าน “เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป๋ยโต่วจีน-อาเซียน” มีพื้นที่ ประมาณ 1,166 ไร่ ยอดการลงทุน 10,000 ล้านหยวน ระยะเวลาการก่อสร้าง 6 ปี เมื่อสร้างแล้วเสร็จ จะเป็นแหล่งประยุกต์ใช้และบริการระบบ “เป๋ยโต่ว” รวมถึงการบ่มเพาะวิสาหกิจ การแลกเปลี่ยนและอบรมทางวิชาการระหว่างประเทศ ตลอดจนธุรกิจเอาท์ซอร์ส แหล่งข้อมูลและที่มาภาพ:  http://thai.cri.cn/ วิเคราะห์ข่าว: เมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่หูเป่ย ไม่ใช่แห่งแรกและแห่งเดียวที่เกิดขึ้นในประเทศจีน เราจะพบว่าจีนให้ความสำคัญเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาก โดยมีเมืองวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและสารสนเทศในต่างๆมากมายเกือบทุกด้านและทุกมณฑล นอกจากนี้หากเราสืบค้นในฐานข้อมูลในต่างประเทศทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยเฉพาะทางด้านวิศวกรรมศาสตร์แล้ว จะพบว่ามีชาวจีนเขียนบทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในฐานข้อมูลระดับโลกมากมาย และมีชาวจีนที่ไปเติบโตในประเทศตะวันตก เป็นนักวิชาการที่มีชื่อเสียงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมาย จนคาดว่าจีนจะเป็นมังกรที่ผงาดฟ้าในด้านนี้เช่นเดียวกัน

สหรัฐฯขอจีนช่วยกรณีถูกแฮกเกอร์โจมตี

สหรัฐฯขอจีนช่วยกรณีถูกแฮกเกอร์โจมตี

  ที่มาภาพ:  http://opennews.info/index.php/hacker สื่อมวลชนของสหรัฐอเมริกา รายงานว่ารัฐบาลสหรัฐฯ ขอความช่วยเหลือจากทางการจีน กรณีที่มีกลุ่มแฮคเกอร์โจมตีระบบไซเบอร์ของบริษัทโซนี่ พิคเจอร์ส จนต้องระงับการฉายภาพยนตร์ล้อเลียนผู้นำเกาหลีเหนือ หนังสือพิมพ์ “นิวยอร์ค ไทมส์” เป็นสื่อมวลชนรายแรกที่รายงานข่าวนี้ ขณะที่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นอ้างรายงานข่าวซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวว่า ทางการสหรัฐฯและจีนได้แบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน โดยทั้ง 2 ฝ่ายแสดงความกังวลต่อการโจมตีในครั้งนี้ว่าเป็นการกระทำที่เกินขอบเขตที่เหมาะสม เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเกาหลีเหนือจะต้องผ่านช่องทางของประเทศจีนแต่นายบารัค โอบามา ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันศุกร์ที่19 ธ.ค.2557 ว่า ยังไม่มีเบาะแสว่าการโจมตีด้านไซเบอร์ของเกาหลีเหนือทำร่วมกับประเทศอื่นหรือไม่ ก่อนหน้านี้หน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) ระบุว่า พบหลักฐานว่า มัลแวร์ ซึ่งเป็นอุปกรณ์และเทคนิคของแฮคเกอร์ที่เรียกตัวเองว่า “ผู้พิทักษ์สันติภาพ” ซึ่งเจาะเข้าไปในเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทโซนี่ พิคเจอร์ส เป็นชนิดเดียวกับที่แฮคเกอร์เกาหลีเหนือใช้ก่อนหน้านี้ แฮคเกอร์กลุ่มนี้ เจาะเข้าไปในระบบเซิร์ฟเวอร์ของบริษัทโซนี่ พิคเจอร์ส และนำอีเมล์ส่วนตัวรวมถึงข้อมูลของพนักงานออกมาเผยแพร่ รวมถึงนำภาพยนตร์ที่ยังไม่เคยฉาย นำมาเผยแพร่ในอินเทอร์เน็ต และขู่จะโจมตีโรงภาพยนตร์ที่ฉายภาพยนตร์เรื่อง “The Interview” ซึ่งมีเนื้อหาล้อเลียนผู้นำเกาหลีเหนือ ขณะที่เกาหลีเหนือปฏิเสธข้อกล่าวหาของเอฟบีไอ พร้อมเรียกร้องให้นำหลักฐานมายืนยันว่าเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ แหล่งข่าว: http://news.thaipbs.or.th/ วิเคราะห์ข่าว: จากข่าวที่ปรากฏนี้ทำให้เห็นความร่วมมือของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาและจีนในประเด็นการโจมตีและขโมยข้อมูลของแฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือ ในขณะที่เกาหลีเหนือปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่รู้ไม่เห็นและไม่เกี่ยวข้องเป็นการกล่าวหากัน คล้ายกับกรณีที่สหรัฐอเมริกาเคยกล่าวจีนเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา แต่มาวันนี้มีการแบ่งปันข้อมูลซึ่งกันและกัน นับเป็นนิมิตอันดีของสองมหาอำนาจในการร่วมกันต่อต้านประเด็น hacker […]