99 views

ญี่ปุ่นสัญญาจะช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ


ที่มา: TOKYO, Sept. 20, Kyodo/ www.japantimes.co.jp

สรุปข่าว/ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นปฏิญาณจะให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมประเทศกำลังพัฒนาในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในที่ประชุมสุดยอดสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติที่นครนิวยอร์ก โดยนาย Ban Ki-moon เลขาธิการ UN กล่าวถึงการรวมตัวของชุมชนระหว่างประเทศนี้เพื่อร่วมสรุปพิธีสารใหม่ว่าด้วยการรับมือกับภาวะโลกร้อนในปี 2020 ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะจัดการประชุมในปลายปีหน้า ในงานนี้ญี่ปุ่นคาดหวังที่จะเจรจากรอบการทำงานใหม่ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมระหว่างประเทศในการจัดการภัยพิบัติ โดยสัญญาจะให้ความช่วยเหลือในฐานะประเทศที่มีศักยภาพในเรื่องนี้ รวมถึงการประกาศเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้สำเร็จในปี 2020 แม้ว่าจะทำได้ยากก็ตาม โดยญี่ปุ่นจะให้ความช่วยเหลือเป็นพิเศษกับประเทศที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายจากผลกระทบของภาวะโลกร้อน อันเนื่องจากขาดโครงสร้างพื้นฐาน เงินทุน และความรู้ ทั้งนี้ จะเน้นประเด็นสำคัญที่ญี่ปุ่นจะจัดตั้งกองทุน “Green Climate” อันเป็นกลไกที่ UN ได้ได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2010 เพื่อที่จะเคลื่อนย้ายกองทุนจากประเทศพัฒนาไปสู่ประเทศกำลังพัฒนาเพื่อการบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

PM Abe offers extra disaster mitigation help

ที่มาภาพ//http://english.kyodonews.jp/photos/2014/09/313354.html

วิเคราะห์ข่าว/ แม้ญี่ปุ่นจะเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติสูง แต่ก็สามารถฟื้นตัวจากภัยพิบัติได้เร็ว ด้วยศักยภาพและความพร้อมในการรับมือที่ผ่านการเรียนรู้ ศึกษาค้นคว้าจนพัฒนาเป็นบทเรียนและผลผลิตนวัตกรรมที่เผยแพร่ให้กับประเทศต่างๆ ได้ ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่มีบทบาทนำในการถ่ายทอดองค์ความรู้การรับมือกับภัยพิบัติ ประกอบกับความต้องการแสดงให้ประชาคมโลกตระหนักต่อประเด็นสิ่งแวดล้อม จึงได้พยายามมีส่วนร่วมโดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือทางการเงินผ่านกองทุนและเวทีการประชุมระหว่างประเทศ ดังเช่น ในปี 2013 ญี่ปุ่นอุดหนุนเงิน 16 พันล้านเหรียญสหรัฐ (ระยะเวลา 3 ปี) เพื่อช่วยเหลือประเทศกำลังพัฒนาในการจัดการปัญหา และลดผลกระทบจากสภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และในการประชุมครั้งนี้ ญี่ปุ่นคาดว่าจะทำสัญญาช่วยเหลือทางการเงินโดยเร็ว ซึ่งในภาพรวมจะส่งเสริมการพัฒนาความสามารถของประเทศผู้รับให้สามารถรับมือกับภัยพิบัติได้ การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การแลกเปลี่ยนข้อมูล และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมคณะผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องประมาณ 14,000 คน

Leave a Comment