97 views

อาเบะและฮาร์เปอร์สานความร่วมมือด้านการค้าเสรี พลังงาน และการทหาร


nn20130925a7a-870x745[1]

Source: http://www.japantimes.co.jp/news/2013/09/24/national/abe-harper-to-delve-into-free-trade-energy-defense/

สรุปข่าว – ในการพบปะกันระหว่างนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโสะ อาเบะและนายกรัฐมนตรีแคนาดา นายสตีเฟน ฮาร์เปอร์ เมื่อวันอังคารที่ 24 กันยายนที่ผ่านมานั้น เป็นการยืนยันได้ถึงร่วมมือในด้านการค้าเสรี พลังงานและการทหาร โดยผู้นำทั้งสองประเทศได้มุ่งเน้นการเปิดการค้าเสรีทั้งในกรอบระดับทวิภาคีและพหุภาคี  และทั้งสองประเทศยังได้ร่วมเจรจาความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement – TPP) สำหรับด้านพลังงานก็เป็นประเด็นหลักอีกประเด็นหนึ่งที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญ หลังจากที่เกิดวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิม่าจนนำไปสู่การปิดโรงงานไฟฟ้าหลายแห่งในญี่ปุ่น ซึ่งนายอาเบะหวังว่าจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากหินดินดาน (shale gas) ในราคาที่ต่ำจากแคนาดา หลังจากที่สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรกที่ส่งออกไปยังญี่ปุ่นเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในประเด็นการทหารนั้น ทั้งสองประเทศได้บรรลุข้อตกลงในด้านยุทโธปกรณ์และการประจำการระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมการส่งกำลังบำรุง (logistics support) ของกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นและกองทัพแคนาดา

Source: The Japan Times News. Abe, Harper to delve into free trade, energy, defense. 2013. [Online]. From: http://www.japantimes.co.jp/news/2013/09/24/national/abe-harper-to-delve-into-free-trade-energy-defense/ [28/09/13]

วิเคราะห์ข่าว – จากการที่นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะของญี่ปุ่นมีกำหนดเดินทางเยือนสหรัฐฯ และแคนาดาเป็นเวลา 5 วัน โดยเริ่มเยือนแคนาดานับตั้งแต่วันที่ 23 กันยายนนี้ จะเห็นได้ว่าญี่ปุ่นมุ่งเน้นความร่วมมือทางด้านพลังงานและความมั่นคง นอกเหนือไปจากความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต อย่างไรก็ดี เป้าประสงค์ของญี่ปุ่นในการแสวงหาความร่วมมือสะท้อนให้เห็นถึงแนวทางนโยบายภายใต้การนำของรัฐบาลเบะที่ต้องการฟื้นฟูเศรษฐกิจญี่ปุ่นที่ซบเซามานาน และความพยายามในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่การทหารของญี่ปุ่น ในช่วงที่ความสัมพันธ์กับจีนเป็นไปอย่างเปราะบางจากปัญหาข้อพิพาทเหนือหมู่เกาะบริเวณทะเลจีนใต้ อนึ่ง ในประเด็นทางด้านพลังงานนั้น สหรัฐฯ และแคนาดาเป็นประเทศที่มีการพัฒนาก๊าซธรรมชาติจากหินดินดานที่ล้ำหน้ากว่าประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะสหรัฐฯที่ค้นพบเทคโนโลยีที่เรียกว่า Hydraulic Fracturing หรือ การขุดเจาะโดยใช้น้ำแรงดันสูง ผสมสารเคมีและทรายเพื่อให้หินแตกร้าว ซึ่งใช้ต้นทุนต่ำลงเมื่อเทียบกับการขุดเจาะในแหล่งพลังงานดั้งเดิม [1] ดังนั้น การนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากหินดินดานจากสหรัฐฯ และจากแคนาดาในอนาคตจะกลายเป็นพลังงานทางเลือกใหม่ เพื่อทดแทนการนำเข้าน้ำมันที่มีราคาต้นทุนสูงและผันผวน รวมไปถึงจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจโดยรวมของญี่ปุ่นจากราคาพลังงานที่ต่ำลง

รายการอ้างอิง

กรุงเทพธุรกิจ. Shale Gas ทางรอดพลังงานที่โลกยังต้องลุ้น. 2012. [ออนไลน์]. เข้าถึงจากhttp://www.bangkokbiznews.com/home/detail/finance/foreign/20121207/481176/Shale-Gas.html[28/09/13]

Leave a Comment