103 views

ญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเสริมสร้างความเป็นพันธมิตร


images[6]

ขอบคุณภาพจาก: http://www2.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID

สรุปข่าว รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ นายชัค เฮเกล ได้เดินทางเยือนญี่ปุ่นเป็นระยะเวลา 3 วัน ในช่วง 5-6 เมษายน 2557 และได้เข้าพบเพื่อปรึกษากับนายชินโสะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น โดยนายอาเบะได้กล่าวในช่วงเริ่มต้นการสนทนาเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาว่าเขาจะส่งสัญญาณอันแรงกล้าในการเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างไม่เปลี่ยนแปลง โดยทั้งสองฝ่ายพูดคุยถึงปัญหาท้าทายความมั่นคงในเอเชียตะวันออก รวมถึงท่าทีทางทหารของจีน ตลอดจนการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และมิสไซส์ของเกาหลีเหนือ

ทั้งนี้ในการประชุม นายอาเบะได้พูดสรุปให้นายเฮเกลเกี่ยวกับแผนการปรับเปลี่ยนการตีความรัฐธรรมนูญฉบับสันติภาพที่จะทำให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นสามารถเข้าร่วมการรบเพื่อปฏิบัติการป้องกันร่วม (collective self-defense) สำหรับเรื่องฐานทัพ U.S. Marine Corps Air Station Futenma ที่โอกินาว่านั้น นายอาเบะเรียกร้องให้สหรัฐฯ มีความเข้าใจต่อข้อเรียกร้องของท้องถิ่นในการปิดฐานทัพภายใน 5 ปี

นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น นายอิซึโนริ โอโนเดะระ และแคโรลีน เคนเนดี้ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำญี่ปุ่น ได้ร่วมเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

Source: Kyodo News. Robust Japan-U.S. alliance remains unchanged, Abe tells Hagel. [Online]. 2014. Abialable: http://www.japantimes.co.jp/news/2014/04/05/national/robust-japan-u-s-alliance-remains-unchanged-abe-tells-hagel/[06/04/14]

 

วิเคราะห์ข่าว นับตั้งแต่ที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโสะ อาเบะ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำปลายปี 2012 สภาวะแวดล้อมระหว่างประเทศ ได้ทวีความตึงเครียดมากขึ้นทำให้ญี่ปุ่นต้องเสริมสร้างความเป็นพันธมิตรกับประเทศต่างๆ ทั้งภายในภูมิภาคและนอกภูมิภาคมากขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น สำหรับสหรัฐฯ นั้นการเดินทางเยือนญี่ปุ่นครั้งนี้เป็นการรับประกันต่อพันธกรณีทางด้านความมั่นคงที่สหรัฐฯ มีต่อประเทศพันธมิตร ท่ามกลางความวิตกกังวลต่อการที่รัสเซียดำเนินการตามอำเภอใจในการผนวกไครเมียเข้าเป็นส่วนหนึ่ง โดยสหรัฐฯ ได้ยืนยันที่จะเคียงข้างญี่ปุ่นในกรณีข้อพิพาททางด้านดินแดนเหนือหมู่เกาะเซนกากุ/เตียวหยู ซึ่งการเดินทางเยือนญี่ปุ่นของรัฐมนตรีกลาโหลมสหรัฐฯ นายชัค เฮเกิลครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งสัญญาณสำคัญไปยังจีนและเกาหลีเหนือโดยตรงว่าสหรัฐฯ พร้อมจะปกป้องญี่ปุ่นทุกเมื่อ หากเกิดภัยคุกคามใดๆ ขึ้นกับญี่ปุ่น

Leave a Comment