208 views

“เมืองมนต์เสน่ห์” งานมหกรรมจีน-อาเซียนครบรอบความสัมพันธ์ 10 ปี


asean 7

ที่มาภาพ:

http://www.rsunews.net/index.php/news/detail/1541

สรุปข่าว

งานมหกรรมจีน-อาเซียนครั้งที่ 10 จะจัดขึ้นที่เมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองชนเผ่าจ้วงกว่างซีของจีนในระหว่างวันที่ 3-6 กันยายน  เมืองแห่งมนต์เสน่ห์ของงานมหกรรมได้รับการกำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว ได้แก่ เมืองหนานหนิงของจีน บันกาเสรี เบกาวันของบรูไน กัมปงธมของกัมพูชา ยอกยาการ์ตาของอินโดนีเซีย เวียงจันทร์ของลาว อิโปห์ของมาเลเซีย จ๊อกผิ่วของเมียนมาร์ จังหวัดอิซาเบลาของฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ตราดของไทย และบินดินของเวียดนาม ในโอกาสการครบรอบ 10 ปีความสัมพันธ์หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์จีน-อาเซียนและงานมหกรรมจีน-อาเซียน เมืองมนต์เสน่ห์ 11 แห่งดังกล่าวจะเน้นแสดงโอกาสด้านการค้าในความร่วมมือส่วนภูมิภาค และลักษณะของเมือง ตลอดจนผลงานที่ได้รับในด้านการค้า การลงทุน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี วัฒนธรรมและการท่องเที่ยวในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนระหว่างเมืองของประเทศต่างๆ งานมหกรรมฯ ครั้งนี้ยังจะจัดกิจกรรมเกี่ยวกับเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ที่หลากหลาย อาทิ งานประชาสัมพันธ์เมือง และการแลกเปลี่ยนระหว่างเมือง ซึ่งเมืองหนานหนิงจะจัดงานประชาสัมพันธ์นิคมอุตสาหกรรมหรือเขตให้สิทธิพิเศษด้านภาษีในเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ของเมืองหนานหนิง การให้คำปรึกษาด้านนโนยายการลงทุนของเมืองหนานหนิง และ เมืองหนานหนิงในสายตาของเขตทั้งจีนและต่างประเทศ งานมหกรรมจีน-อาเซียน 9 ครั้งที่ผ่านมา ได้จัดการแสดงเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ 93 เมืองแล้ว ถือว่า “เมืองมนต์เสน่ห์” ได้กลายเป็นประเด็นที่ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือระหว่างเมืองของจีนและอาเซียน และช่วยให้เมืองต่างๆ ของจีนและประเทศอาเซียนเพิ่มชื่อเสียงและเสริมกำลังแข่งขันในโลกโดยเร็ว

แหล่งข้อมูล:

ข่าวซีอาร์ไอออนไลน์ (16 สิงหาคม2013)

http://thai.cri.cn/247/2013/08/16/123s212602.htm

http://www.abs-cbnnews.com/nation/08/06/13/pnoy-still-discussing-invite-china-asean-expo

บทวิเคราะห์: ในโอกาสที่ จีนกับอาเซียน ดำเนินความสัมพันธ์หุ้นส่วนยุทธศาสตร์มาครบรอบ 10 ปีในปีนี้ ขณะที่จีน กำลังมีปัญหาข้อพิพาทเกี่ยวกับหมู่เกาะในทะเลจีนใต้กับหลายประเทศในอาเซียน อาทิ เวียดนาม และฟิลิปปินส์ ประเทศไทยในฐานะของหนึ่งในชาติสมาชิกอาเซียนและได้รับบทบาทให้เป็นประเทศผู้ประสานงานอาเซียน จึงมีภารกิจที่สำคัญและท้าทายอย่างมากรออยู่ข้างหน้า จีนจะให้ความสำคัญกับอาเซียนได้ต่อเมื่อ อาเซียนกลมเกลียวเป็นหนึ่งเดียว ภารกิจเร่งด่วนและสำคัญที่สุดของรัฐบาลไทย คือการกำหนดนโยบายให้ชัดเจนว่า จะเดินหน้าในนามอาเซียนอย่างไร โดยเฉพาะกระทรวงการต่างประเทศ ต้องให้ความสำคัญและมุ่งมั่นกับกิจกรรมอาเซียนให้มากขึ้น อีกทั้งควรให้ความสำคัญกับจีน เพราะจะเป็นประเทศที่มีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆในเวทีโลก การที่อาเซียนมีตัวตนและเอกลักษณ์ที่แตกต่างกันทำให้ลักษณะการรวมตัวกันเป็นแบบหลวมๆและยังมีอีกหลายประเด็นที่ไม่ได้คิดเห็นในแนวทางเดียวกัน อาจกลายเป็นอุปสรรคในการสร้างฉันทามติหรือมีข้อตกลงกับนานาชาติในนามอาเซียนที่เป็นหนึ่งเดียวหรือไม่ ดังนั้นการมีกิจกรรมร่วมกันโดยเฉพาะนำเอาเมืองมนต์เสน่ห์ของแต่ละประเทศมาเป็นประเด็นในการส่งเสริมความร่วมมือซึ่งกันและกัน ซึ่งจะนำพาไปสู่การพัฒนาความร่วมมือในด้านอื่นๆต่อไปในอนาคต เพราะหลังปี 2015 ประชาคมอาเซียน จะถูกอ้างอิงในลักษณะเดียวกันคือ ประชาคมอาเซียน เป็นกลุ่มเดียว นั่นหมายถึง ประชากรจำนวน 630 ล้านคน แม้ในทางปฏิบัติอาจไม่เป็นอย่างนั้น เพราะแต่ละประเทศยังมีความเป็นตัวตนของตัวเองสูงมาก  นี่จึงเป็นความท้าทายที่กำลังรออยู่ข้างหน้า ของจีน ทั้งกลุ่มชาติสมาชิกอาเซียนและในส่วนของประเทศไทยเอง

Leave a Comment