129 views

หิมะตกหนักคร่า 10 ชีวิต บาดเจ็บกว่า 100 คน ในงานรับน้องใหม่มหาวิทยาลัยบูซาน เกาหลีใต้


014793-35fd555c-97f8-11e3-ae2a-c06439f32ae2
ประชาชน 10 คนเสียชีวิต และบาดเจ็บกว่า 100 คน จากอาคารยิมเนเซี่ยม บริเวณสถานที่พักผ่อนทางภาคใต้ของเกาหลีใต้พังทลายเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557
ตำรวจรายงานว่ามีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยบูซาน มีพิธีจัดงานรับน้องใหม่ในอาคารดังกล่าวในเมืองเคียงจู ทางใต้นครหลวงโซล ประมาณ 370 กิโลเมตร และพังลงมาในเวลา 21.11 น. วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2557
และเมื่อเวลาตี 3 คืนเดียวกันตำรวจเล่าว่ามีนักศึกษาเสียชีวิต 9 คน และเจ้าหน้าที่จัดงาน 1 คน และมีผู้บาดเจ็บ 100 กว่าคนถูกลำเลียงไปโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ๆ ในเมืองอุลซาน ในจำนวนผู้บาดเจ็บมี 17 คน อาการน่าเป็นห่วง ตำรวจยังกล่าวว่า มีนักศึกษา 3 คน และเจ้าหน้าที่ 11 คนยังติดค้างอยู่
เพื่อป้องกันการสูญเสียจึงได้ระดมเจ้าหน้าที่เข้าให้ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง 400 คน และกำลังตำรวจ หน่วยกองกำลังที่อยู่ใกล้เคียง ทั้งกองกำลังทหารเรือ และกำลังทหารอื่นๆที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงกล่าวว่าความช่วยเหลือเป็นไปด้วยความยากลำบากเพราะสถานที่พักอยู่ในภูเขาที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 500 เมตร และมีหิมะในคืนดังกล่าว ทางเข้าอาคารยิมเนเซี่ยม แคบ และลื่นต้องเดินทางด้วยเท้าหลายร้อยเมตร
มีผู้รอบรู้คาดเดาว่าหิมะตกหนักและทับบนหลังคาหนามากจนรับน้ำหนักไม่ไหวเป็นสาเหตุให้หลังคาพัง หิมะในคืนที่ผ่านมาทั้งหนัก และมาแรงมาก เมืองเคียงจูและพื้นที่รอบๆมีหิมะพัดผ่านมาทับถมกันถึง 50 เซนติเมตร อย่างไรก็ตามก็ต้องมีการสอบสวนข้อเท็จจริง
เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าวว่าการช่วยชีวิตเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่การสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงคงต้องกระทำอย่างละเอียดเพื่อหาสาเหตุการตายที่แท้จริงของนักศึกษา พร้อมกล่าวว่าได้ถามเจ้าหน้าที่สถานที่พักว่าทำไมถึงไม่มีการจัดการเก็บกวาดหิมะออกจากหลังคาก่อนที่นักศึกษาจะเข้ามาทำกิจกรรม และจะพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับโครงสร้างอาคารว่ามีโครงสร้างได้มาตรฐานเพียงพอหรือไม่
เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบูซานกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยประมาณ 20 คน ได้มาที่เมืองเคียงจู และเมืองอุลซาน เพื่อให้ความช่วยเหลือ พร้อมกล่าวว่ายังมีนักศึกษาพักค้างคืนอยู่ที่ริสอร์ทแห่งนี้ และทั้งหมดจะเดินทางกลับในวันรุ่งขึ้น
นายชุง เฮ ลิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยบูซาน ได้กล่าวขอโทษ และกล่าวว่ามหาวิทยาลัยจะยอมชดใช้และดูแลสิ่งที่เกิดขึ้นกับนักศึกษาในครั้งนี้
เจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยบูซานให้ข้อมูลอีกว่า การจัดกิจกรรมรับน้องจัดขึ้นภายนอกวิทยาเขตเพราะว่าไม่ได้เป็นข้อตกลงร่วมกันระหว่างผู้บริหารมหาวิทยาลัยและสภานักศึกษา พร้อมกล่าวเสริมว่ามหาวิทยาลัยมีนโยบายให้มีการจัดรับน้องเพียงวันเดียวที่วิทยาเขตใหม่ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ แต่สภานักศึกษาขอให้มีการจัดนอกสถานที่
มหาวิทยาลัยได้ขอให้เงินช่วยเหลือในการจัดกิจกรรมแต่ถูกปฏิเสธ โดยสภานักศึกษาขอให้ผู้เข้าร่วมน้องใหม่และนักศึกษารุ่นพี่จ่ายคนละ 60,000 วอน (56.60 เหรียญสหรัฐฯ) ในการเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้
ศาสตราจารย์ท่านหนึ่งกล่าวว่าสภานักศึกษาจ่ายเงินจัดกิจกรรมอย่างรัดเข็มขัด น่าจะมีการจูงใจให้จัดในสถานที่ที่ราคาสูงกว่านี้ (ข่าวยนฮับ)

ที่มา : lkm@koreatimes.co.kr
http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2014/02/113_151803.html
บทวิเคราะห์ข่าว
ว่ากันว่าประเพณีการรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยเป็นประเพณีนิยมในมหาวิทยาลัยในสหรัฐและแคนาดาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2390 และเริ่มแพร่ขยายไปตามชมรมกีฬาในมหาวิทยาลัยต่างๆ หลังจากสงครามโลกครั้งที่ 1 การรับน้องใหม่ หรือ ระบบว้าก พัฒนาไปตามสภาพความเปลี่ยนแปลงของสังคมและประสบการณ์ ทวีความรุนแรง และวิตถารมากขึ้นๆ ตามลำดับ ในหน่วยทหาร ชมรมกีฬา มีข่าวถึงการตาย บาดเจ็บ พิการ หรือสูญเสียสภาพจิตใจกันทุกปีมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ ส่วนในอินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน มาเลเซีย สิงค์โปร์ หรือแอฟริกาใต้ การนำระบบว้าก (Ragging) มาใช้ผ่านทหารบก และระบบโรงเรียนประจำที่นำเข้ามาจากอังกฤษ ในระยะหลังการรับน้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ายังมีกิจกรรมที่ป่าเถื่อนและรุนแรง ประเด็นที่ทำให้เกิดการถกเถียงอย่างกว้างขวางคือมีการฆ่าตัวตายของนิสิตมหาวิทยาลัย
ในประเทศไทยประเด็นการรับน้องมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหลายครั้งทำให้ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา สั่งยกเลิกกิจกรรมรับน้องทั้งหมดในทุกๆ สถาบันการศึกษา ซึ่งคำสั่งดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย และประเพณีการรับน้องที่มีอยู่อย่างถูกต้องคือเป็นการรับน้องที่ทำกิจกรรมกันภายในมหาวิทยาลัย แต่ก็ยังมีการรับน้องภายนอกสถานที่ที่นักศึกษาจัดขึ้นกันเองโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตจากมหาวิทยาลัยปรากฎให้เห็นอยู่แทบทุกสถาบัน
ประเพณีการรับน้องใหม่ในมหาวิทยาลัยในประเทศเกาหลี ก็คงเป็นเหมือนกับประเทศอื่นๆ การรับน้องใหม่ของมหาวิทยาลัยบูซานในครั้งนี้เป็นการจัดขึ้นโดยสภานักศึกษาจัดกันเอง การตัดสินใจในการเลือกสถานที่ไม่ได้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก ไม่มีผู้บริหารมหาวิทยาลัยเข้ามาช่วยดูแล นักศึกษาคำนึงถึงการประหยัดเป็นหลักโดยไม่ได้ตรวจสอบว่าช่วงที่จัดกิจกรรมเป็นช่วงฤดูที่พายุหิมะรุนแรงและมีหิมะทับถมกันหนามาก จนทำให้โครงสร้างหลังคาอาคารรองรับน้ำหนักของหิมะเอาไว้ไม่ได้ หลังคาจึงหักโค่นลงมาทับนักศึกษาล้มตายและบากเจ็บจำนวนมาก จึงควรที่ทุกสถาบันการศึกษาควรนำมาเป็นบทเรียนและคอยสอดส่อง ตรวจสอบการทำกิจกรรมของนักศึกษาอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการเกิดเหตุร้ายต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นได้

Leave a Comment