53 views

ผู้ชุมนุมชาวไต้หวันเร่งรัฐบาล ลบทำลายมรดกตกทอดจาก Chaing Kai Shek


สำหรับชาวไต้หวัน 23 ล้านคน วันพุธที่ 28 ก.พ. 2018 คือวันครบรอบปีที่ 71 ของการสังหารหมู่ประชาชนอย่างน้อย 18,000 ชีวิต ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เหตุการณ์ 228’ (228 Incident) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1957

วันที่ 28 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันหยุดของชาวไต้หวัน และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่งก็ใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้รัฐบาล Tsai Ing Wen เร่งรัดแผนการลบทำลายสัญลักษณ์ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรมที่ระบอบเผด็จการในยุคสมัยของ Chiang Kei Shek ทิ้งไว้บนเกาะแห่งนี้

แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่ไต้หวันเพิ่งจะผ่านกฎหมายที่จะจัดการกับมรดกของความอยุติธรรมภายใต้การปกครองของ Chiang Kei Shek เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี้เอง ซึ่งหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ชื่อของถนนและโรงเรียนที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตผู้ปกครองจะถูกเปลี่ยน และบรรดารูปปั้นของเขาจะถูกรื้อถอน

อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา รูปปั้นของ Chiang Kei Shek นับร้อยชิ้นก็ถูกนำมารวมไว้ใกล้กับสุสานของเขาในเมืองเถาหยวนอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อวันพุธ กลุ่มผู้ประท้วงราวสิบคนก็บุกเข้าไปในสุสานพร้อมกับผืนผ้าที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาลจีน จากนั้นก็ราดเทสีแดงลงบนโลงหินของ Chiang Kei Shek เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเลือดที่หลั่งรินในยุคสมัยการปกครองของพรรคชาตินิยมจีน (ก๊กมินตั๋ง) ภายใต้การนำของเขา

แถลงการณ์ตอนหนึ่งของกลุ่มผู้ประท้วงระบุว่า “ตราบใดที่ทรัพยากรของไต้หวันถูกใช้ไปเพื่อตอบสนองสิ่งตกค้างของเจียงและพรรคพวกของเขา ตราบนั้นการสักการะบูชาผู้เผด็จการก็จะยังไม่หายไป และความยุติธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านก็ไม่มีวันเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง”

ในวันเดียวกัน อดีตประธานาธิบดีของไต้หวันสองคนก็แถลงข่าวเรียกร้องให้มีการลงประชามติในเดือนเมษายน 2020 ว่าด้วยการเปลี่ยนชื่อทางการของประเทศจาก ‘สาธารณรัฐจีน’ เป็น ‘สาธารณรัฐไต้หวัน’ ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่รัฐบาลจีนส่งสัญญาณเตือนมาก่อนหน้านี้แล้วว่ามันอาจนำไปสู่สงคราม

ความเคลื่อนไหวทั้งสองด้านเมื่อวันพุธที่ 28 ก.พ. คือสิ่งตอกย้ำความท้าทายที่รัฐบาลไต้หวันปัจจุบันกำลังพบเผชิญ

ณ เวลานี้ ประธานาธิบดีหญิงคนแรกของไต้หวันกำลังอยู่บนทางสองแพร่งระหว่างแรงกดดันจากรัฐบาลจีน และการพยายามรักษาฐานเสียงจากกลุ่มผู้เรียกร้องให้ไต้หวันเป็นอิสระจากจีน

Lee Teng Hui วัย 95 ปี หนึ่งในสองอดีตประธานาธิบดีที่เรียกร้องให้มีการลงประชามติ บอกกับกลุ่มผู้สนับสนุนนับร้อยคนในงานแถลงข่าวว่า การลงประชามติคือ ‘อาวุธอันทรงพลังที่สุด’ ที่ไต้หวันจะใช้สถาปนาตัวเองในฐานะ ‘ประเทศปกติ’ ขณะที่อีกหนึ่งอดีตประธานาธิบดี คือ เฉิน ฉุ่ยเปี่ยน วัย 67 ปี ก็บอกว่า “ไต้หวันคือประเทศของเรา ไม่ใช่ของจีน”

ประธานาธิบดี Tsai ไม่ได้แสดงความเห็นต่อทั้งกรณีการลงประชามติและการประท้วงที่สุสานของ Chiang Kei Shek โดยเธอส่งข้อความรำลึกถึงเหตุการณ์ 228 ผ่านทวิตเตอร์ และระบุว่า รัฐบาลจะดำเนินการสอบสวนการใช้อำนาจโดยมิชอบที่เกิดขึ้นภายใต้ระบอบก๊กมินตั๋ง

 

ที่มาข่าว: Taipei Times

Leave a Comment