20 views

การเยือนญ่ี่ปุ่นของประธานาธิบดี Duterte ในช่วงปลายเดือน ต.ค. 2017


                การเยือนญี่ปุ่นในช่วงวันที่ 29-31 ตุลาคม 2017 ของประธานาธิบดี Rodrigo Duterte เป็นการเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งที่สองนับตั้งแต่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศเมื่อปีที่แล้ว สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของญี่ปุ่นในนโยบายต่างประเทศสมัยประธานาธิบดี Duterte ขณะเดียวกันญี่ปุ่นก็มองฟิลิปปินส์เป็นหุ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อการดำเนินยุทธศาสตร์ในภูมิภาค

ในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ได้ยืนยันถึงการให้ความช่วยเหลือด้านการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ฟิลิปปินส์ตลอดระยะเวลา 5 ปี มูลค่าประมาณ 8,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (1 ล้านล้านเยน) เน้นการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การสร้างรถไฟใต้ดินในกรุงมะนิลา การปรับปรุงแม่น้ำในเมือง Davao City การบูรณะเมือง Marawi หลังเสียหายอย่างหนักจากสงครามกลางเมือง โดยญี่ปุ่นจะให้การช่วยเหลืออยู่บนฐานของการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน และโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพจากองค์ความรู้และเทคโนโลยีของญี่ปุ่น

ทั้งนี้ Wataru Kusaka ศาสตราจารย์จาก Nagoya University มองความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นกับฟิลิปปินส์ว่า อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ต่างตอบแทน เนื่องจากญี่ปุ่นต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับฟิลิปปินส์เพื่อประโยชน์ในการดำเนินยุทธศาสตร์ในภูมิภาค ทั้งการรับมือกับนโยบายที่แข็งกร้าวของจีนและภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ ขณะที่ฟิลิปปินส์ก็เข้าใจถึงความสำคัญของตนในเกมการเมืองภูมิภาคจึงเก็บเกี่ยวประโยชน์ด้วยการเป็นมิตรทั้งกับญี่ปุ่นและจีน เห็นได้จาก การเยือนจีนเมื่อปีที่แล้วของประธานาธิบดี Duterte ประธานาธิบดี Xi Jinping ได้ประกาศให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจแก่ฟิลิปปินส์ประมาณ 24,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (2.5 ล้านล้านเยน)

 

แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://www.japantimes.co.jp/news/2017/10/30/national/politics-diplomacy/abe-confirms-%C2%A51-trillion-aid-package-duterte-tokyo-races-beijing-manilas-support/#.WfcRWo-0OM8

Leave a Comment