102 views

ฟิลิปปินส์ยิงเรือประมงไต้หวัน


ข่าว_เจ้าหน้าที่เรือลาดตระเวนฟิลิปปินส์กราดยิงใส่เรือประมงสัญชาติไต้หวัน ขณะจับปลาบริเวณน่านน้ำทับซ้อนระหว่างสองประเทศนี้ทำให้ลูกเรือไต้หวันเสียชีวิต 1 คน และตัวเรือได้รับความเสียหาย  เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2556   รัฐบาลไต้หวัน ได้ประท้วงฟิลิปปินส์อย่างแข็งกร้าวทันที เรียกร้องให้ รัฐบาลฟิลิปปินส์ขอโทษอย่างเป็นทางการ ลงโทษผู้กระทำผิด ชดใช้ค่าเสียหาย และ เปิดการเจรจาการประมง   แต่ฟิลิปปินส์บ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ  ทำให้ไต้หวันประกาศคว่ำบาตรฟิลิปปินส์หลายด้าน   ส่งผลให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งทางตรงและทางอ้อมทั้งสองประเทศเดือดร้อนกันถ้วนหน้า   สามเดือนผ่านไป  สันติภาพกลับคืนมาเมื่อฟิลิปปินส์ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไต้หวันและ ไต้หวันก็ยกเลิกมาตรการตอบโต้ฟิลิปปินส์ด้วยแล้ว***(แก้ไขปรับปรุง ครั้งล่าสุด_ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2557)

วิเคราะห์:‘If the desire to kill and the opportunity to kill came always together, who would escape hanging?”   (Mark Twain)—ฆาตกรตกเป็นเหยื่อทางการเมืองในประชาคมโลก เพราะการกระทำที่ขาดความชอบธรรม  จีงสูญเสีย อำนาจการต่อรอง “Bargaining power”สูญเสียอำนาจในการเจรจาต่อรอง เนื่องจากสื่อมวลชนข้ามชาติสามารถนำ เสนอหลักฐานพยานข้อมูลข่าวสารถูกต้อง ครบถ้วน ทันเหตุการณ์ ต่อประชาคมโลก บ่งชี้ว่า เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุ  มาตรการที่ไต้หวันประกาศคว่ำบาตรฟิลิปปินส์ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมต่อชาวตากาล็อกอย่างใหญ่หลวง อาทิ แรงงานย้ายถิ่นชาวตากาล็อกในไต้หวัน 88,000 คน ต้องเดือดร้อน  รายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวไต้หวันเคยมีมูลค่าสูงถึงร้อยละ 4 ของรายได้จากการท่องเที่ยวระหว่างประเทศของฟิลิปปินส์ก็อาจหดหายไป มูลค่าทางการค้าของประเทศทั้งสองในปีที่ผ่านมาสูงถึง 11 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่อเค้าชะงักงัน  เป็นต้น   กล่าวคือ  การที่สื่อมวลชนนำเสนอข้อมูลข่าวสารถูกต้อง ครบถ้วน ทันเหตุการณ์ สร้างความชอบธรรมให้แก่ไต้หวันในการจัดเบียบการประมงกับประเทศเพื่อนบ้านอีกครั้ง   กล่าวคือ ราว 3 เดือน (ระหว่าง 9 พ.ค.-9 ส.ค. 2556)     นับตั้งแต่ เจ้าหน้าที่เรือลาดตระเวนฟิลิปปินส์กราดยิงใส่เรือประมงสัญชาติไต้หวัน ทำให้ลูกเรือไต้หวันเสียชีวิต 1 คน เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2556 ... คู่กรณีทั้งสองฝ่ายดำเนินการการตอบโต้ กระทั่งไต้หวันประกาศคว่ำบาตรฟิลิปปินส์หลายด้าน ผลของความขัดแย้งบานปลาย ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของทั้งสองประเทศเดือดร้อนถ้วนหน้า   ตัวอย่างเช่น  ชาวฟิลิปปินส์และแรงงานฟิลิปปินส์ที่อาศัยอยู่ในไต้หวันหวั่นไหวในความปลอดภัยของชีวิตและทรัพย์สิน ธุรกิจและครอบครัวชาวไต้หวันที่ต้องพึ่งพาอาศัยชาวฟิลิปปินส์และแรงงานฟิลิปปินส์เดือดร้อน เป็นต้น   ในที่สุด  เกิดการเจรจาต่อรอง  ความขัดแย้งผ่อนคลายลง ด้วยการที่รัฐบาลฟิลิปปินส์ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไต้หวัน  …ดังที่ นายกรัฐมนตรีเจียง อี๋ฮว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน(ดังรูป) ได้ประกาศในวันที่ 9 ส.ค. 2556ว่า ฟิลิปปินส์ได้ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของไต้หวันทั้ง 4 ประการแล้ว ดังนั้นจึงยกเลิก 11 มาตรการตอบโต้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งรวมถึงทางด้าน คณะกรรมการกิจการการแรงงานของไต้หวันหรือซีแอลเอก็ได้ประกาศยกเลิกมาตรการห้ามนำเข้าแรงงานฟิลิปปินส์ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และการยกเลิกการประกาศให้ฟิลิปปินส์เป็นเขตพื้นที่สีแดงของการท่องเที่ยว     สันติภาพกลับคืนมา  วิกฤตครั้งนี้ ทำให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (international relations) การแลกเปลี่ยนและปฏิสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นข้ามเขตพรมแดนของรัฐ ความร่วมมือหรือความขัดแย้งระหว่างประเทศ ความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกัน ผลประโยชน์ร่วมกัน   …โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประชุมเตรียมการเจรจาสิทธิประมงระหว่างกันครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 2556 ซึ่งทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะหลีกเลี่ยงการใช้กำลังอาวุธหรือความรุนแรงขณะปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เห็นด้วยให้แต่ละฝ่ายมีสิทธิในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายในเขตน่านน้ำเศรษฐกิจของตน  ยังจะร่วมกันจัดตั้งกลไกการแจ้งเหตุเมื่อเกิดเหตุการณ์เรือหรือลูกเรือถูกเจ้าหน้าที่ของอีกฝ่ายดำเนินการตามกฎหมาย  จัดตั้งกลไกการแจ้งการจับกุมหรือยึดเรือประมงของอีกฝ่ายให้รวดเร็วทันกาลด้วย   เป็นต้น…

แหล่งข้อมูล: http://bit.ly/17X0OwZhttp://bit.ly/1fG5czZ;  http://bit.ly/176Y6Sy. ; http://bit.ly/1aXaqYUhttp://bit.ly/1gQHyE2;  http://bit.ly/1hKFgYt;  http://bit.ly/1asDO7r;  http://lat.ms/187rdZc 

 

Leave a Comment