126 views

BOJ สร้างความประหลาดใจโดยการปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก


_88272156_bankofjapangovernorharuhikokuroda  _87985088_gettyimages-506653496

แหล่งที่มาภาพ:  www.bbc.co.uk

ธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bank of Japan: BOJ) สร้างความประหลาดใจโดยการประกาศปรับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารพาณิชย์ในญี่ปุ่นฝากไว้กับ BOJ จากเดิมที่ 0.1% มาเป็นการกำหนดอัตราดอกเบี้ย 3 ขั้น ได้แก่ 0.1%, 0% และ -0.1%  การคิดอัตราดอกเบี้ยจะขึ้นอยู่กับปริมาณเงิน เพื่อจูงใจให้ธนาคารพาณิชย์นำเงินทุนสำรองที่มีอยู่ไปปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจเพื่อการลงทุน ซึ่งเป็นความพยายามของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่จะต่อสู้กับภาวะเศรษฐกิจซบเซา ซึ่งนโยบายดอกเบี้ยติดลบนี้ได้รับฉายาว่า “Kuroda bazooka’” ตามชื่อผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น การประกาศอัตราดอกเบี้ยติดลบนี้ เป็นครั้งแรกที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 3 ของโลกอย่างญี่ปุ่นประกาศใช้  โดยก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางสหภาพยุโรปได้ดำเนินมาตรการนี้ไปแล้ว

สำหรับปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธนาคารกลางญี่ปุ่นเลือกใช้มาตรการนี้ เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาในการเพิ่มการใช้จ่ายเพื่อบริโภคมาหลายปี แม้ห้างสรรพสินค้าจะออกบัตรกำนัลเพื่อซื้อสินค้าและบริการ แต่และผู้บริโภคยังคงชะลอการใช้จ่ายเงินเพราะคิดว่าราคายังไม่มาถึงจุดต่ำสุด การเติบโตที่อ่อนกำลังลงของเศรษฐกิจโลก การตกต่ำของราคาน้ำมัน ความไม่แน่นอนในประเทศกำลังพัฒนา ได้แก่ จีน และประเทศในภูมิภาคอื่น ๆ ความไร้เสถียรภาพเหล่านี้อาจจะทำลายความเชื่อมั่นทางธุรกิจ ที่สำคัญ อัตราเงินเฟ้อเดือนธันวาคม 2558 อยู่ที่ 0.1% ซึ่งยังต่ำกว่าเป้าที่ BOJ คาดไว้มาก ดังนั้น BOJ จะใช้มาตรการนี้จนกว่าจะบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2%

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายสำนักได้ให้ความเห็นว่า มาตรการนี้สะท้อนให้เห็นว่าญี่ปุ่นเข้าตาจนที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายและการลงทุน และแม้มาตรการนี้ไม่มีผลโดยตรงต่อผู้ออมเงิน เพราะพวกเขาไม่มีบัญชีเงินฝากกับธนาคารกลาง แต่ธนาคารพาณิชย์อาจผลักภาระบางอย่าง เช่น ผู้ชำระอาจต้องชำระค่าเงินฝาก เพื่อผลักดันให้ผู้ฝากเงินใช้จ่าย นอกจากนี้ มาตรการนี้อาจไม่ได้สร้างผลกระทบที่แข็งแกร่งมากนัก เพราะสหภาพยุโรปใช้มาตรการดอกเบี้ยติดลบถูกใช้เพื่อต่อสู้กับวิกฤตการเงิน แต่ญี่ปุ่นนั้นใช้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ในญี่ปุ่นไม่ค่อยมีการกู้ยืมมากนัก ไม่ใช่เพราะธนาคารไม่อยากปล่อยกู้ แต่เพราะภาคธุรกิจไม่ได้ต้องการเงิน ต้องการโอกาสในการลงทุน ดังนั้น นโยบายที่จำเป็น คือ การปฏิรูปนโยบายด้านโครงสร้างมากกว่านโยบายการเงิน

แหล่งที่มาข่าว:  http://www.bbc.co.uk, http://www.prachachat.net

Leave a Comment