99 views

ญี่ปุ่นเพิ่มงบกลาโหมขึ้นอีก 5% ในช่วง 5 ปีข้างหน้า


JAPAN-DEFENCE-CHINA-BUDGET-FILES

ขอบคุณภาพจาก http://www.manager.co.th/around/ViewNews.aspx?NewsID=9560000154996

สรุปข่าว – ทางการญี่ปุ่นได้ประกาศว่าญี่ปุ่นจะจัดซื้อยุทโธปกรณ์ อันได้แก่ เครื่องบินสเตลธ์ อากาศยานไร้คนขับหรือโดรน และเรือดำน้ำ ซึ่งจะเสริมกำลังในการป้องกันหมู่เกาะที่อยู่ห่างไกลในแนวข้อพิพาททางเขตแดนกับจีน โดยที่ประชุมคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเห็นชอบให้มีการอนุมัติงบประมาณทางทหารเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 เป็น 24.7 ล้านล้านเยนหรือราว 7.68 ล้านล้านบาท ในช่วง 5 ปีข้างหน้า (2557-2562) โดยเป็นการเปลี่ยนแปลงยุทธศาสตร์ความมั่นคงที่ให้ความสำคัญกับดินแดงทางใต้และตะวันตกมากขึ้น

ทั้งนี้การจัดซื้อยุทโธปกรณ์ดังกล่าวเป็นความพยายามของนายอาเบะในการทำให้ญี่ปุ่นซึ่งมีแนวทางสันติวิธีนับตั้งแต่พ่ายแพ้หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 กลับไปมีกองกำลังทหารอย่างปกติ แทนที่จะถูกจำกัดบทบาทของกองทัพให้เป็นเพียงแค่กองกำลังป้องกันตนเองเท่านั้น โดยความพยายามครั้งนี้เกิดขึ้นสอดคล้องกับการจัดตั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติที่มีรูปแบบเดียวกับสหรัฐอเมริกา ( U.S.-style National Security Council)  ซึ่งคาดว่าจะเป็นการรวมอำนาจไว้ในมือของนักการเมืองอาวุโสและบรรดาข้าราชการจำนวนไม่มากนัก

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังมีมติกำหนดการวางแผนยุทธศาสตร์ทางความมั่นคงใหม่ ซึ่งจะทำให้กองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นทำงานประสานกันอย่างมีพลวัตร เพื่อช่วยให้กองกำลังทางอากาศ ทางบก และทางทะเลทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น อนึ่ง นายอาเบะได้กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่างประเทศและนโยบายความมั่นคงไปเป็นแนวทางสันติวิธีเชิงรุก (proactive pacifism) จะทำให้กองกำลังของญี่ปุ่นมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสันติภาพและเสถียรภาพของชุมชนระหว่างประเทศมากขึ้น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังแสวงหาความร่วมมือทางด้านความมั่นคงกับเกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดียเพิ่มขึ้น โดยยังคงรักษาความเป็นพันธมิตรที่เหนียวแน่นกับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนแผนการครอบครองอาวุธยุทโธปกรณ์ใหม่ของญี่ปุ่น

อย่างไรก็ดี ญี่ปุ่นมีความวิตกกังวลอย่างมากต่ออิทธิพลทางทะเลและทางทหารของจีนที่กำลังมีเพิ่มมากขึ้นในทะเลจีนตะวันออก และการที่จีนขาดความโปร่งใสและมีแนวคิดที่ใช้อำนาจบาตรใหญ่ โดยเมื่อเดือนที่ผ่านมา จีนได้ประกาศว่าอากาศยานทุกลำที่บินเข้าสู่น่านฟ้าเหนือทะเลจีนตะวันออกจะต้องแสดงตนและทำตามคำสั่งของจีน

Source: Japan invests in new military kit with 5% budget. 2013. [Online]. From: increasehttp://www.chinapost.com.tw/asia/regional-news/2013/12/18/396239/Japan-invests.htm[19/12/13]

 วิเคราะห์ข่าว นับตั้งแต่นายอาเบะ ชินโซะได้ก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นนั้น ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะสำคัญในนโยบายทางด้านความมั่นคง โดยเฉพาะนโยบายด้านความมั่นคงทางทะเล (maritime security) เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของจีนในทะเลจีนตะวันออก สำหรับเหตุที่ญี่ปุ่นมีนโยบายเพิ่มงบประมาณทางทหารเป็นร้อยละ 5 ในระยะ 5 ปีข้างหน้านี้เกิดขึ้นหลังจากที่จีนประกาศพื้นที่ที่กำหนดไว้สำหรับป้องกันภัยทางอากาศ (Air Defense Identification Zone – ADIZ)  ซึ่งครอบคลุมน่านฟ้าส่วนใหญ่ของทะเลจีนตะวันออก อันรวมพื้นที่บริเวณหมู่เกาะเซนกากุหรือเตียวหยู ซึ่งญี่ปุ่นและจีนมีข้อพิพาทกันอยู่ เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี แม้ญี่ปุ่นจะกล่าวหาว่าจีนประกาศเขต ADIZ แต่เพียงฝ่ายเดียว ญี่ปุ่นเองก็เคยประกาศเขต ADIZ เช่นกัน ในปี 1969 และปี 2010 โดยรัฐบาลจีนไม่ยอมรับสักครั้ง จึงไม่แปลกใจหากทางญี่ปุ่นจะไม่ยอมรับเขต ADIZ ของจีนบ้าง [1] ซึ่งท่าทีของญี่ปุ่นและจีนที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้แก่กันนี้ จะมีผลต่อการดำเนินความสัมพันธ์กับประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการพยายามเข้ามามีอิทธิพลภายในภูมิภาคนี้เพื่อแสวงหาพันธมิตรในการคานอำนาจของอีกฝ่าย

รายการอ้างอิง

ชาญชัย คุ้มปัญญา. (2556, 8 ธันวาคม). เผยธาตุแท้รัฐบาลจีน ญี่ปุ่นและสหรัฐ ผ่านการประกาศ ADIZ ของจีน. ไทยโพสต์. ปีที่ 18 ฉบับที่ 6243.

Leave a Comment