117 views

การเติบโตของเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 3 ลดลงครึ่งหนึ่ง


556000014876101[1]

ที่มา: http://www.manager.co.th/around/viewnews.aspx?NewsID=9560000142146

เอเอฟพี – เศรษฐกิจของญี่ปุ่นในไตรมาส 3 (กรกฎาคม – กันยายน) นี้ มีอัตราเติบโตลดลงเหลือเพียงครึ่งหนึ่งของช่วง 3 เดือนก่อนหน้า สืบเนื่องจากภาวะส่งออกชะลอตัวและการใช้จ่ายของผู้บริโภคซบเซาลง ทำให้เกิดการถกเถียงกันเกี่ยวกับประสิทธิภาพของ “อาเบะโนมิกส์”

ในวันพฤหัสบดี (14 พ.ย.) ข้อมูลทางการของญี่ปุ่นได้แสดงให้เห็นว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในไตรมาส 3 ของปีนี้ขยายตัวด้วยอัตรา 1.9% ต่อปี ลดลงจากระดับ 3.8% ในช่วง 3 เดือนก่อนหน้า ตัวเลขดังกล่าวถือว่าสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์จากผลสำรวจความคิดเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่จัดทำโดยวอลล์สตรีท เจอร์นัล ซึ่งอยู่ที่ 1.7% และดัชนีนิกเกอิในวันพฤหัสบดีพุ่งขึ้น 2.50% จากแรงหนุนของการอ่อนตัวของเยน โดยเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันเมื่อปีที่แล้ว เศรษฐกิจญี่ปุ่นในรอบเดือนกรกฎาคม-กันยายน ปี 2556 จะขยายตัวแค่ 0.5% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์เพียงเล็กน้อย แต่ต่ำกว่าไตรมาส 2 ที่ขยายตัว 0.9% ตัวเลขดังกล่าวนี้หมายถึงอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นตลอดครึ่งแรกปีนี้ของญี่ปุ่นกำลังตกฮวบ จนกระทั่งตามหลังเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาที่มีอัตราขยายตัวต่อปีอยู่ที่ 2.8% ในไตรมาส 3

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์เคยเตือนว่า มาตรการส่งเสริมการเติบโต อันประกอบด้วยแผนกระตุ้นการใช้จ่ายขนาดใหญ่ของรัฐบาลกับนโยบายผ่อนคลายทางการเงินจากธนาคารแห่งประเทศญี่ป่น (บีโอเจ) จะไม่สามารถฉุดดึงเศรษฐกิจประเทศให้หลุดจากภาวะเงินฝืดที่ยืดเยื้อมานานปีได้ โดยที่ยังจะต้องมีการปฏิรูปเศรษฐกิจในด้านสำคัญๆ ตามที่รัฐบาลสัญญาไว้ ซึ่งรวมถึงการผ่อนคลายกฎหมายแรงงานเพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นในการจ้างงาน และการลงนามทำข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศหรือกลุ่มต่างๆ

ทั้งนี้ วันพุธ (13 พ.ย.) รัฐสภาญี่ปุ่นได้ผ่านกฎหมายปูทางสำหรับการเปิดเสรีตลาดกระแสไฟฟ้ามากขึ้น ทว่า การปฏิรูปสำคัญอื่นๆ ส่วนใหญ่ยังเป็นเพียงคำพูดลอยๆ เท่านั้น จากอัตราเติบโตของเศรษฐกิจในระดับนี้ ยิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ที่ บีโอเจ จะต้องขยายนโยบายผ่อนคลายการเงินที่ริเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนออกไปอีก

มาซิฮิโกะ ฮาชิโมโตะ นักเศรษฐศาสตร์ของสถาบันวิจัยไดวา (Daiwa Institute of Research) มีความเห็นว่าว่า แม้ข้อมูลล่าสุดอาจน่าผิดหวัง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าอาเบะโนมิกส์ หมดแรงในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจแล้ว เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคยังคงเข้มแข็ง และการส่งออกได้รับการคาดหมายว่า จะเพิ่มขึ้นตามการฟื้นตัวของอุปสงค์ในประเทศสำคัญๆ ของเอเชีย

แต่กลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับ “อาเบะโนมิกส์” มองว่า การเติบโตส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น ได้แรงหนุนจากแผนกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐและการที่บีโอเจอัดฉีดเงินจำนวนมากเข้าสู่ระบบการเงิน ซึ่งคล้ายกับมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)

มาซามิชิ อาดาชิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสของเจ.พี.มอร์แกน ซีเคียวริตีส์ (JPMorgan Securities) บอกว่า การเติบโตส่วนมากผลักดันโดยการใช้จ่ายในโครงการภาคสาธารณะ จึงบ่งชี้ว่า อาเบะโนมิกซ์เริ่มอ่อนแรงจริงๆ และเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเข้าสู่สนามทดสอบ หลังจากรัฐบาลมีการขึ้นภาษีการขายในเดือนเมษายนปีหน้า ตามแผนการที่มุ่งลดหนี้สาธารณะที่ปัจจุบันมีมูลค่าเป็นกว่า 2 เท่าของขนาดจีดีพี

จากรายงานข้อมูลที่ออกมาในวันพฤหัสบดี (14 พ.ย.) ได้ปรับแก้ผลผลิตอุตสาหกรรมในโรงงานว่าขยายตัวเพียง 1.3% ต่ำกว่าตัวเลขที่ออกมาก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 1.5%

ทางด้านพวกบริษัทต่างๆ ยังคงลังเลที่จะขึ้นเงินเดือนหรือเพิ่มการใช้จ่ายเงินทุน และนี่มองว่าเป็นตัวบ่งชี้การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เป็นรูปธรรม ว่ายังจะไม่ไปไหน หลังจากดีอุปสงค์ผู้บริโภคซบเซามาหลายปีและขัดขวางการเติบโตของภาคธุรกิจ

กระนั้น ในอีกด้านหนึ่ง ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจขณะนี้ยังคงอยู่ในระดับสูง และภาคครัวเรือนมีแนวโน้มเริ่มใช้จ่ายมากขึ้นขณะที่อัตราว่างงานขยับลงและค่าแรงเริ่มเพิ่มสูงขึ้น

แหล่งที่มา:

1) Japan economic growth halves in September quarter. 2013. [Online]. From: http://www.afp.com/en/node/1158817[16/11/13]

2) อัตราเติบโตของ ศก.ญี่ปุ่นตกฮวบ หวั่น “อาเบะโนมิกส์” หมดแรง. 2556. [ออนไลน์]. จาก: http://www.manager.co.th/around/viewnews.aspx?NewsID=9560000142146[16/11/56]

 วิเคราะห์ข่าว – แม้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาส 3 จะขยายตัวลดน้อยลง อันเนื่องมาจากการส่งออกปรับตัวลดลงร้อยละ 0.6 ซึ่งเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ไตรมาส เนื่องจากการส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคเอเชียและสหรัฐฯ ลดลง แต่ในอีกด้านหนึ่ง การใช้จ่ายส่วนบุคคลเพิ่มร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นไตรมาสที่ 4 ติดต่อกัน[1] สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของภาคครัวเรือนในการใช้จ่ายมากขึ้น อย่างไรก็ดี เมื่อปรับภาษีการขายหลังเดือนเมษายน ปี 2557 เป็นต้นไปแล้ว แนวโน้มของการขยายตัวทางทางเศรษฐกิจจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ หากไม่มีการปฏิรูปทางเศรษฐกิจ และญี่ปุ่นไม่สามารถดำเนินการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยเฉพาะในการจัดตั้งเขตการค้าเสรีร่วมกับจีนและเกาหลีใต้อย่างเป็นรูปธรรมแล้ว นโยบายเศรษฐกิจแบบอาเบะโนมิกส์จะต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน.

 

อ้างอิง

[1] สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง. รายงานภาวะเศรษฐกิจญี่ปุ่น ประจำวันที่ 15 พ.ย. 56. 2556. [ออนไลน์]. จาก: http://www.fpo.go.th/FPO/index2.php?mod=Content&file=contentview&contentID=CNT0010916&categoryID=CAT0000736[16/11/56]

Leave a Comment