782 views

ชาวเน็ตจีน ล้อเลียนการเซนเซอร์ภาพในซีรีส์บูเช็คเทียนฉบับปรับปรุงใหม่


บูเช็คเทียน1 บูเช็คเทียน2

ที่มาภาพ: ASTVผู้จัดการออนไลน์

สืบเนื่องจากเหตุละครโทรทัศน์ในจีน “บูเช็คเทียน” ที่เพิ่งฉายไปได้ 16-17 ตอน ก็ต้องมีอันถูกปลดกลางอากาศเมื่อปลายปีที่ผ่านมา  ชาวเน็ตจำนวนมากในแดนมังกรก็ดูจะขัดใจเหลือทน ลุกขึ้นมากระแหนะกระแหน ทั้งล้อเลียนการเซนเซอร์ฉากที่เผยร่องอกผ่านสื่อสังคมออนไลน์ “เวยป๋อ” แม้ หูหนันทีวี (HNTV) ผู้ออกอากาศละครเรื่องนี้  จะชี้แจงว่าเป็นปัญหาทางเทคนิค แต่มีหลายเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเพราะฉากที่เผยให้เห็นเนินอกตูมเต่งของเหล่าดาราสาว ทั้งซูเปอร์สตาร์ ฟ่าน ปิงปิง ผู้สวมบท พระนางบูเช็คเทียนแห่งราชวงศ์ถัง, จางถิง, โจว ไห่เหม่ย และแม่นางอื่นๆ ซีรีส์ บูเช็คเทียน ได้กลับมาฉายอีกครั้งในวันปีใหม่ 1 ม.ค. 2558 โดยฉากนักแสดงสาวในชุดเสื้อผ้ายุคราชวงศ์ถังที่ให้เห็นเนินอกร่องอก ถูกตัด ชาวจีนหลายๆคนจึงรู้สึกขัดใจ บ้างก็ว่าการเซนเซอร์ ทำให้ละครสูญเสียคุณค่าด้านสุนทรียะ บ้างถึงกับว่าทำให้หมดความน่าเชื่อถือทางประวัติศาสตร์ ละครโทรทัศน์ บูเช็คเทียน หรือชื่อภาษาอังกฤษ The Empress of China  สำหรับ “ บูเช็กเทียน” หรือในสำเนียงจีนกลาง คือพระนาง อู เจ๋อเทียน (624 – 705) เป็นจักรพรรดินีหนึ่งเดียวของแผ่นดินจีนสมัยราชวงศ์ถัง สำหรับเครื่องแต่งกายของอิสตรียุคถัง มีความโดดเด่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์ราชวงศ์จีน โดยเฉพาะชุดที่เรียกว่า “หรูฉวิน” (唐代 齐胸襦裙) ที่เป็นแบบเปิดลำคอ คว้านลึกเผยร่องอก จากการสำรวจโดย ซีน่า เว่ยป๋อ ในประเด็นการตัดฉาก “ร่องอก” ในละครโทรทัศน์บูเช็คเทียน เกือบ 95 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ชม ไม่เห็นด้วยกับการเซนเซอร์ฯภาพ โดยให้เหตุผลว่า ฉากเหล่านี้เป็นการแสดงวัฒนธรรมของประวัติศาสตร์จีนในส่วนหนึ่ง พร้อมกันนี้ ชาวเน็ตก็ได้โพสต์ภาพล้อเลียนการเซนเซอร์ในลักษณะต่าง โดยเฉพาะฉากเผยหน้าอกของผู้คุมกฎด้านสื่อของจีน เช่น ภาพของ เหมา เจ๋อตง เป็นต้นฯลฯ 

แหล่งอ้างอิง: http://www.manager.co.th/China/  

วิเคราะห์ข่าว: จะเห็นว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมออนไลน์ในจีนไม่แตกต่างจากประเทศในโลกเสรี เพราะมีการล้อเลียน และแสดงความรู้สึกไม่พอใจ โดยเฉพาะที่ออกทางสังคมเครือข่ายออนไลน์ นี่เป็นเหตุให้สื่อออนไลน์แบบ  google facebook Line และ Instagram ถูกบล็อก และหมดโอกาสในการยึดตลาดในจีน คงมีแต่สื่อออนไลน์ของจีนเท่านั้นที่มีโอกาส  แต่ก็ตกลงอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาล คงต้องติดตามกระแสสังคมออนไลน์ในจีนจะเป็นอย่างไรต่อไป

Leave a Comment