71 views

จีนและอีก 20 ประเทศร่วมลงนามจัดตั้งธนาคารของภูมิภาค


133740149_14141371813351n

สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานว่า จีน และอีก 20 ประเทศ รวมทั้งสิงคโปร์ ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจที่จะจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) ขึ้นเพื่อถ่วงดุลกับธนาคารเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากชาติตะวันตก ณ หอประชุมใหญ่ประชาชน (Great Hall of people) ในกรุงปักกิ่ง

ธนาคารแห่งนี้ ถูกผลักดันให้เกิดขึ้นโดยจีน ซึ่งจะตั้งสำนักงานอยู่ที่กรุงปักกิ่ง ตามที่สำนักข่าวซินหัว (Xinhua) รายงานคาดว่าธนาคารจะมีเงินทุนกว่า 50 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อที่จะตอบสนองต่อความต้องการที่กำลังขยายตัวของภูมิภาคเอเชียในการพัฒนาการขนส่ง, เขื่อน, ท่าเรือ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ

“จีนมีคำกล่าวที่ว่าถ้าคุณอยากรวย คุณต้องสร้างถนนก่อน ผมเชื่อว่าเป็นคำอธิบายที่สื่อความได้ดีถึงความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ” นายสี่ จิ้นผิง (Xi Jinping) ประธานาธิบดีจีน กล่าวหลังจากพิธีลงนาม

จีนผงาดขึ้นมาเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอับดับสองของโลก ด้วยความปรารถนาที่จะมีบทบาทมากขึ้นในองค์กรระหว่างประเทศเช่นเดียวกับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ, ธนาคารโลก และธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย ซึ่งถูกกำกับโดยยุโรป, สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่น ซึ่งนอกเหนือประเทศยักษ์ใหญ่เหล่านี้ อินเดีย และสิงคโปร์ ก็ได้ลงนามร่วมกับจีนเพื่อจัดตั้งธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานแห่งเอเชียด้วย โดยปราศจาก 3 ใน 5 ประเทศอำนาจทางเศรษฐกิจ คือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย

ทั้งนี้ หัวหน้าระดับสูงของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชียกล่าวว่า “หลังจากมีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจแล้วเกิดคำถามขึ้นต่อโครงสร้างของธนาคารแห่งใหม่นี้เป็นอย่างไร และเป็นสิ่งที่สำคัญจำเป็นที่ธนาคารนี้ต้องนำเอาวิธีการปฏิบัติที่เป็นไปตามมาตรฐานสากลมาใช้ในการจัดการและป้องกันด้านสิ่งแวดล้อม และสังคมต่อโครงการและแผนการพัฒนาที่ให้การสนับสนุน” นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นก็แสดงความกังวลต่อประเด็นดังกล่าว ในขณะที่สหรัฐอเมริกาแสดงท่าทีไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งต่อเรื่องนี้

“จีนยังคงเปิดโอกาสให้ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมด้วย  และยังคงอยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย และประเทศอื่นๆ” โฆษกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีนกล่าว “เรายินดีที่ประเทศอื่นๆ มีส่วนร่วมในกระบวนการ และเราก็กำลังติดต่อพูดคุยกับทุกฝ่าย”

นายสี่ ได้ให้การยืนยันหลังจากการลงนามว่า “สำหรับการดำเนินการของธนาคารต้องเป็นไปตามกฎระเบียบและขั้นตอนในระดับพหุภาคี และเรายังคงเรียนรู้จากธนาคารโลกและธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย รวมถึงสถาบันการพัฒนาระหว่างประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่ดีของพวกเขา”

การดำเนินการลงนามบันทึกความเข้าใจจะเริ่มต้นเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดกันในหนึ่งเดือนนี้ และคาดว่าจะเสร็จสิ้นปีหน้า ตามที่รัฐมนตรีการคลังของสิงคโปร์ระบุ

นายคิม จิม ยง (Kim Jim Yong) ประธานธนาคารโลก กล่าวไว้ในเดือนกรกฎาคมว่า “ประมาณการว่าความต้องการโครงสร้างพื้นฐานของประเทศกำลังพัฒนาต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 1 ล้านล้านต่อปี ซึ่งมากเกินกว่าความสามารถของธนาคารโลก และการลงทุนภาคเอกชนจะสามารถจัดการได้” และเขายังกล่าวอีกว่า “มีความจำเป็นที่จะต้องการลงทุนใหม่ๆ ในโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมาก และเราสามารถทำได้ดี พร้อมร่วมกับธนาคารใหม่ๆ ได้เมื่อธนาคารเหล่านั้นกลายเป็นจริงขึ้นมา”

Leave a Comment