Archive for February, 2017

ร้อยละ 15 ของจำนวนเทศบาลของญี่ปุ่นทั้งหมดส่งสัญญาณการเติบโตทางเศรษฐกิจ

  สำนักข่าว Kyodoได้ทำการสำรวจรัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่น จำนวน 1,788 แห่ง เกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจของท้องถิ่น ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2016 ถึงเดือนมกราคม 2017 ได้รับคำตอบจำนวน 1,720 แห่ง ผลการสำรวจพบว่า ร้อยละ 15 ของทั้งหมดกำลังมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดี เนื่องจากประสบความสำเร็จในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและบริษัทให้มาลงทุน ในขณะที่ร้อยละ 66 กล่าวว่าภาวะเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเทียบกับปีที่ผ่านมา แหล่งข่าว: www.japantimes.co.jp.

ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นตก 0.8% ในเดือนมกราคม

  ข้อมูลของรัฐบาลญี่ปุ่นแสดงตัวเลขด้านผลผลิตภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นในเดือนมกราคม ลดลงร้อยละ 0.8 จากเดือนก่อนหน้านี้ ถือเป็นการลดลงเป็นครั้งแรกในรอบหกเดือนที่การผลิตในอุปกรณ์การขนส่งและภาคเคมีหดตัว   แหล่งข่าว: http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/International-Relations/RCEP-countries-gather-in-Japan-for-trade-talks

ประเทศสมาชิก RCEP รวมตัวกันในญี่ปุ่นเพื่อเจรจาการค้า

ประเทศสมาชิก RCEP รวมตัวกันในญี่ปุ่นเพื่อเจรจาการค้า

เครดิตภาพ: สำนักข่าว Kyodo เมืองโกเบ – ห้าวันของการเจรจาความร่วมมือเพื่อส่งเสริมการค้าในเอเชียเริ่มแล้วที่เมืองโกเบ ญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ประเทศสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) กำลังจะหารือกันใน 13 หัวข้อ รวมทั้งทรัพย์สินทางปัญญา การค้าบริการและการกำจัดภาษีและกำลังมองหาวิธีการที่จะบรรลุข้อตกลงโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ นี่คือการเจรจาครั้งแรกจาก 16 ประเทศ RCEP ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน อินเดียและสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งได้รวมตัวกันตั้งแต่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศอย่างเป็นทางการว่าสหรัฐอเมริกาขอถอนตัวจากความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (Trans-Pacific Strategic Economic Partnership Agreement: TPP) “เราควรจะตระหนักถึงการพัฒนาล่าสุดของเศรษฐกิจโลกที่แนวโน้มยังคงเติบโตไม่มาก ควบคู่ไปกับการเพิ่มขึ้นของการกีดกันทางการค้า…”ปัญหาของทุกคนเป็นปัญหาโดยรวมของเรา เราต้องทำงานร่วมกันเพื่อขจัดความกังวลและหาวิธีการแก้ปัญหาทั่วโลก” นาย Iman Pambagyo หัวหน้าคณะกรรมการเจรจา RCEP ชาวอินโดนีเซียกล่าวในระหว่างการเปิดงาน การเจรจารอบแรกเกิดขึ้นในปี 2013 โดยมีเป้าหมายในการสร้างกฎการค้าทั่วไปในทั้งหมด 15 หัวข้อ เริ่มแรก […]

“สายเกินไปที่จะพบผู้นำเกาหลีเหนือ”: Trump

“สายเกินไปที่จะพบผู้นำเกาหลีเหนือ”: Trump

ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าเขาโกรธมากที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด มีข้อเสนอต่างๆมากกว่าการใช้ขีปนาวุธเพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ จีนสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างง่ายดายถ้าเขาต้องการ  Trump ยินดีที่จีนยุติการนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือแต่ต้องมีมาตรการกดดันเปียงยางมากกว่านี้ Trump ยังไม่ตัดสินใจในบางประเด็นเรื่องการพบผู้นำเกาหลีเหนือแต่อาจจะสายเกินไป  Reuters กล่าว Trump เห็นว่าเรื่องภัยคุกคามจากขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นประเด็นหลักในนโยบายของเขาที่จะกดดันจีนให้ใช้ความสามารถมากขึ้น จีนเป็นผู้ส่งอาหารและพลังงานรายใหญ่ให้เกาหลีเหนือและเป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือ “เราจะเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้น…แต่เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากและจีนสามารถจัดการให้จบได้อย่างรวดเร็ว ในความเห็นของฉัน” Trump กล่าวเมื่อตอนพบกับนายกรัฐมนตรี Abe ในช่วงต้นเดือนนี้ด้วยว่าเรื่องเกาหลีเหนือสำคัญมาก การรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเป็น “a very, very high priority” สำหรับเขา เขาไม่ต้องการให้ประเทศต่างๆครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ต้องการตามหลังประเทศใดๆ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่เป็นมิตรก็ตาม แหล่งข่าว The Korea Times (2017). Trump says it’s too late to meet with Kim Jong-un. [Online].Available: http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2017/02/103_224615.html. ที่มาภาพ http://whoisbiography.com/donald-trump-biography-life-education-career-facts/

นายกรัฐมนตรี Hwang ปฏิเสธเรื่องขยายเวลาสอบสวนกรณีอิมพีชเมนต์ประธานาธิบดี

นายกรัฐมนตรี Hwang ปฏิเสธเรื่องขยายเวลาสอบสวนกรณีอิมพีชเมนต์ประธานาธิบดี

ทางการเกาหลีใต้ได้สืบสวนกรณีอื้อฉาวเกี่ยวกับการใช้อำนาจรัฐในทางที่ผิดและคอรัปชันมาเป็นเวลา 10 สัปดาห์แล้ว นายกรัฐมนตรี Hwang Kyo-ahn ปฏิเสธเรื่องการขอขยายเวลาสอบสวนกรณีนี้เป็นเวลา 30 วัน สำนักนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงสื่อไปแล้วว่าพนักงานสอบสวนได้ทำหน้าที่ลุล่วงแล้ว มีการฟ้องร้องหรือมีหลักฐานเพียงพอแล้วสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว คณะที่ปรึกษาได้ดำเนินการสืบสวนเป็นเวลา 70 วันและส่งเรื่องดังกล่าวกลับสู่สำนักงานอัยการแล้ว นายกรัฐมนตรี Hwang กล่าวว่าเป็นการไม่เหมาะสมที่จะขยายเวลากรณีดังกล่าวที่อาจจะส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2017 คาดว่ากระบวนการอิมพีชเมนต์ประธานาธิบดี Park จะจบลงในเดือนพฤษภาคมถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณีดังกล่าวแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรี Hwang ให้คำมั่นว่าจะเน้นทำให้ภารกิจของรัฐมีเสถียรภาพถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องเศรษฐกิจและความมั่นคง แหล่งข่าวและที่มาภาพ Arirang News (2017). Acting president rejects request to extend probe into power abuse scandal.  [Online].Available: http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=201265.  

ทิศทางของต่างประเทศมีความสำคัญต่อการเติบโตของญี่ปุ่นในปี 2017

ทิศทางของต่างประเทศมีความสำคัญต่อการเติบโตของญี่ปุ่นในปี 2017

เครดิตภาพ: Nikkei Asian Review เป็นไปได้ว่าในปีนี้เศรษฐกิจญี่ปุ่นจะขยายตัวประมาณร้อยละ 1 แต่ความเสี่ยงจากต่างประเทศ อย่างเช่น การกีดกันทางการค้าที่เปลี่ยนแปลงในประเทศตะวันตก และการที่ค่าเงินดอลล่าร์แข็งค่านั้น อาจเป็นภัยต่อการเติบโตตัวทางเศรษฐกิจของญี่ปุ่น เศรษฐกิจของโลกปีนี้นั้นมีแนวโน้มเติบโตมากขึ้น โดยตามตัวเลขที่สำรวจโดยภาคเอกชน สหรัฐอเมริกา จีน และญี่ปุ่น ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (Gross Domestic Product: GDP) ส่งสัญญาณการขยายตัว การจ้างงานและการบริโภคของสหรัฐอเมริกา รวมถึงอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนในเอเชียนั้นต่างมีความแข็งแกร่งมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การที่นโยบายกีดกันทางการค้ามีโอกาสแพร่หลายในหลายประเทศนั้นยังคงเป็นเรื่องที่น่ากังวล ในเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส เยอรมนี และประเทศอื่นๆในยุโรป พรรคฝ่ายขวาจัดได้ชนะการเลือกตั้งอาจเพิ่มความไม่มั่นคงในการปกครอง อีกทั้งธนาคารยุโรปยังเผชิญกับปัญหาหนี้เสียเรื้อรัง (toxic debt)  สิ่งเหล่านี้อาจมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่น นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังต้องประสบกับความเสี่ยงภายในประเทศอันเนื่องมาจากการบริโภคที่ซบเซา โดยนักเศรษฐศาสตร์ทั้งหลายต่างเชื่อว่าภาวะเงินเฟ้อของญี่ปุ่นในปีนี้จะยังคงต่ำกว่าเป้าหมายของธนาคารกลางญี่ปุ่นที่ร้อยละ 2 ดังนั้น รัฐบาลญี่ปุ่นจะยังคงเรียกร้องให้บริษัทต่างๆเพิ่มค่าแรงเพื่อกระตุ้นให้อัตราเงินเฟ้อบรรลุเป้าหมายร้อยละ 2 ที่ตั้งไว้ดังเช่นปีที่ผ่านมา แหล่งข่าวและที่มาภาพ: http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Economy/Foreign-trends-play-larger-role-in-Japanese-growth-for-2017

“อเมริกาจะรับมือเกาหลีเหนืออย่างเข้มแข็ง” Trump

“อเมริกาจะรับมือเกาหลีเหนืออย่างเข้มแข็ง” Trump

Donald Trump จากการทดสอบยิงขีปนาวุธชนิดใหม่ของเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดี Donald Trump ให้คำมั่นว่าจะรับมือเกาหลีเหนือ “very strongly”. ในการประชุมกับสื่อที่ทำเนียบขาว พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีแคนาดา Justin Trudeau ประธานาธิบดี Trump กล่าวว่าเกาหลีเหนือเป็นปัญหาใหญ่ “เห็นได้ชัดเจนว่าเรื่องของเกาหลีเหนือเป็นปัญหาใหญ่และเราจะรับมืออย่างเข้มแข็ง” ประธานาธิบดี Trump กล่าว อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าจะรับมือเกาหลีเหนือด้วยวิธีใดต่อความพยายามพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ที่เพนตากอนได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อกรณีดังกล่าว เน้นว่าวอชิงตันมีความผูกพันต่อการปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนและพันธมิตร เช่นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นโดยไม่ยืดหยุ่น การพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือทำให้ทั่วโลกเป็นห่วง ผู้นำหลายคน เช่น ผู้นำญี่ปุ่น รัสเซีย ตุรกีและฮังการีแสดงความเสียใจต่อการยั่วยุดังกล่าว แหล่งข่าว Kim Mok-yeon, Arirang News (2017). President Trump says U.S. will deal with North Korea ‘very strongly’.  [Online].Available: http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=200809. ที่มาภาพ https://www.youtube.com/watch?v=7xX_KaStFT8.  

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Donald Trump ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2017 โดยประเด็นที่ได้รับการจับตามอง คือ ทิศทางความร่วมมือในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงและข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ประธานาธิบดี Trump ได้ยืนยันถึงการสานต่อความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่น และต้องการกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ เช่น นิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ตลอดจนการยืนยันถึงพันธะสัญญาของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนญี่ปุ่นปกป้องดินแดนตามมาตรา 5 ของสนธิสัญญาความมั่นคงญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะพิพาทกับจีนอย่าง Senkaku/Diaoyu ขณะที่ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี Abe ยังมองในแง่ดีว่า แม้สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากการเจรจาข้อตกลง TPP แต่ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีทางเศรษฐกิจ ผู้สื่อข่าวมองว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ของผู้นำญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ เพราะประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ได้แสดงจุดยืนต่อการรักษาความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงต่อไป แหล่งข่าวที่มาภาพ : http://www.reuters.com/article/us-usa-trump-japan-idUSKBN15P17E

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: เวียดนาม

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: เวียดนาม

  นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe สิ้นสุดการเดินทางเยือนเอเชีย-แปซิฟิก 4 ประเทศ ที่เวียดนามในวันที่ 16 มกราคม 2017 โดยประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลเป็นประเด็นที่ได้รับการจับตามอง ในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Abe ยืนยันว่า ญี่ปุ่นจะจัดส่งเรือตรวจการณ์จำนวน 6 ลำ ให้แก่เวียดนาม อันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้เพื่อการพัฒนา (yen-loan) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (120,000 ล้านเยน) มีวัตถุประสงค์ คือ สนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเลแก่เวียดนาม ประเด็นความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ก็เป็นอีกประเด็นที่ทั้งสองประเทศหยิบยกขึ้นมาหารือ หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความชัดเจนที่ต้องการถอนตัวออกจากการเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) (ปัจจุบันได้ถอนตัวออกอย่างเป็นทางการ) ซึ่งญี่ปุ่นและเวียดนามแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะสนับสนุน TPP ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม การกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับเวียดนามเกิดขึ้นท่ามกลางการดำเนินนโยบายเชิงรุกของจีนที่จะครอบครองพื้นที่ที่ตนอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ อีกทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกของสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดี Trump ก็ยิ่งทำให้ญี่ปุ่นมุ่งกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้น แหล่งข่าวและที่มาภาพ : http://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2062592/japan-pm-shinzo-abe-meets-vietnamese-leaders-promises

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: อินโดนีเซีย

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: อินโดนีเซีย

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนอินโดนีเซียในวันที่ 15 มกราคม 2017 เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Joko Widodo ในประเด็นความมั่นคงทางทะเลและความร่วมมือพัฒนาระบบรางในเส้นทางจาการ์ต้า-สุราบาย่า รวมทั้งประเด็นพัฒนานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ประเด็นความมั่นคงทางทะเล ทั้งสองประเทศแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันรักษาความมั่นคงทางทะเล เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศที่พึ่งพาการเดินทางและการขนส่งทางทะเล โดยญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาหมู่เกาะห่างไกลของอินโดนีเซีย ในการนี้นายกรัฐมนตรี Abe เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเหนือทะเลจีนใต้อย่างสันติ ด้วยการเคารพกฎหมายและระเบียบระหว่างประเทศ ความร่วมมือพัฒนาระบบรางเส้นทางจาการ์ต้า-สุราบาย่า ระยะทางประมาณ 600 กม. ซึ่งทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะร่วมมือพัฒนาเส้นทางนี้เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของอินโดนีเซีย อนึ่ง ในปี 2015 จีนชนะการประมูลโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเส้นทางจาการ์ต้า-บันดุง ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าร่วมประมูลด้วย ประเด็นนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องถึงภัยคุกคามต่อภูมิภาคจากความพยายามของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะสั่นคลอนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค และมองว่า การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้นั้นเป็น “การยกระดับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ” การเดินทางเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Abe ยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงทางทะเล อันเป็นวาระหลักในนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นของรัฐบาลนี้ รวมทั้งความพยายามส่งออกเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับเพื่อสร้างรายได้แก่ประเทศตามหลักการ Abenomics แหล่งข่าวและที่มาภาพ : http://www.reuters.com/article/us-indonesia-japan-idUSKBN14Z0P9