Archive for November, 2015

จีนเผยการค้าระหว่างประเทศเดือนต.ค.ร่วง 9%

สำนักงานศุลกากรจีนเผย ยอดการค้าระหว่างประเทศเดือนต.ค.ของจีนร่วงลง 9% เมื่อเทียบรายปี แตะ 2.06 ล้านล้านหยวน หรือ 3.2462 แสนล้านดอลลาร์ ซึ่งปรับตัวลงมากกว่าตัวเลขเดือนก.ย.ที่หดตัวลง 8.8% โดยยอดการค้าระหว่างประเทศของจีน ลดลงเป็นเดือนที่ 8 แล้ว นับตั้งแต่เดือนมี.ค.ปีนี้ สำนักงานศุลกากรจีน ระบุว่า ยอดส่งออกของจีนหดตัวลง 3.6% แตะ 1.23 ล้านล้านหยวนในเดือนต.ค. ขณะที่ยอดนำเข้าเดือนต.ค.ร่วงลง 16% สู่ระดับ 8.3314 แสนล้านหยวน ส่วนยอดเกินดุลการค้าพุ่งขึ้น 40.2% อยู่ที่ 3.9322 แสนล้านหยวน ช่วง 10 เดือนแรกของปี ยอดการค้าระหว่างประเทศหดตัวลง 8.1% เมื่อเทียบรายปี แตะ 19.93 ล้านล้านหยวน โดยยอดส่งออกปรับตัวลง 2% อยู่ที่ 11.46 ล้านล้านหยวน และยอดนำเข้าหดตัวลงเช่นกันที่ 15.2% แตะ 8.47 ล้านล้านหยวน ขณะที่ยอดเกินดุลการค้าขยายตัว 75.3% […]

ผู้นำจีนย้ำไต้หวันเป็นครอบครัวเดียวกัน

การหารือกันครั้งแรกของผู้นำจีนและไต้หวัน หลังสิ้นสุดสงครามกลางเมืองปี 2492 เปิดฉากขึ้นที่โรงแรมแชงกีลาในสิงคโปร์ ถือเป็นการพบกันครั้งประวัติศาสตร์และเป็นช่วงเวลาสำคัญของความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวัน ประธานาธิบดีสีและประธานาธิบหม่า ได้จับมือกันและโบกมือให้แก่กองทัพผู้สื่อข่าว ก่อนจะเข้าประชุมเป็นการภายใน โดยคาดว่า ผู้นำทั้งสองจะแลกเปลี่ยนทัศนะเรื่องการส่งเสริมความสัมพันธ์ พร้อมทั้งหารือในประเด็นหลัก ๆ เพื่อกระชับความร่วมมือ และยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน โดยจะไม่มีการออกแถลงการณ์ร่วมกัน หรือประกาศข้อตกลงใด ๆระหว่างกัน ทั้งนี้ ผู้นำจีนและไต้หวัน พบกับครั้งล่าสุด เมื่อปี 2488 เมื่อเหมา เจ๋อตุง ผู้นำการปฏิวัติคอมมิวนิสต์จีน พบกับนายพลเจียง ไคเช็ก ประธานาธิบดีชาตินิยมจีน เพื่อไกล่เกลี่ยความบาดหมางแต่ไม่สำเร็จ กองกำลังคอมมิวนิสต์ยึดจีนได้ในปี 2492 ทำให้นายพลเจียงและผู้ติดตามร่วม 2 ล้านคนอพยพหนีไปยังเกาะไต้หวัน ขณะเดียวกัน ชาวไต้หวันกว่าร้อยคน พยายามบุกเข้าไปอาคารรัฐสภาในกรุงไทเป เพื่อประท้วงที่ประธานาธิบดีหม่า อิงจิ่ว จะพบกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีน ที่สิงคโปร์วันนี้ ถือเป็นการประชุมสุดยอดของสองฝ่ายครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามกลางเมืองในปี 2492 ผู้ประท้วง พยายามบุกอาคารรัฐสภา ที่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยแน่นหนา แต่ถูกตำรวจสกัดและไม่มีการจับกุมแต่อย่าง อย่างไรก็ตาม ผู้ประท้วงจำนวนหนึ่ง ยังคงปักหลักประท้วงอยู่ด้านนอกรัฐสภาในช่วงเช้าวันนี้ ส่วนที่ท่าอากาศยานซงซาน ผู้ประท้วงกลุ่มหนึ่ง ได้เผาภาพของผู้นำไต้หวันและจีน ขณะที่ประธานาธิบดีหม่าให้สัมภาษณ์สั้น ๆ […]

จีนยกเลิกนโยบายลูกคนเดียว

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีนรายงานว่าพรรคคอมมิวนิสต์จีนได้ประกาศยกเลิกนโยบายลูกคนเดียวซึ่งใช้มาตั้งแต่ปี 2522 และยินยอมให้คู่สามีภรรยาสามารถมีลูกได้2คนซึ่งเป็นการยกเลิกข้อบังคับที่จำกัดคู่สามีภรรยาในเขตเมืองให้มีลูกได้คนเดียวสาเหตุนั้นก็เพื่อยกระดับการพัฒนาประชากรให้สมดุลรวมทั้งยังเป็นการรับมือกับปัญหาประชากรผู้สูงวัยที่นับวันจะมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นนอกจากนั้นก็ยังเป็นการยกเลิกนโยบายที่ไม่ได้รับความนิยมซึ่งถือว่ารุกล้ำเข้าไปในชีวิตครอบครัว การตัดสินใจดังกล่าวปรากฏอยู่ในคำแถลงของพรรคคอมมิวนิสต์จีนหลังประชุมคณะกรรมการกลางพรรคว่าด้วยการวางแผนเศรษฐกิจและพัฒนาสังคมถึงปี 2563 ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้การประชุมของคณะกรรมการกลางพรรคได้มีมติที่สำคัญออกมาโดยส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่เรื่องเศรษฐกิจและไม่เคยมีวี่แววมาก่อนเลยว่าจะมีการพิจารณาเรื่องนโยบายลูกคนเดียว แม้ว่าจีนจะเดินหน้าไปสู่การผ่อนปรนเรื่องการวางแผนครอบครัวโดยเฉพาะนโยบายลูกคนเดียวที่นำมาใช้ตั้งแต่ปี 2522 เพราะเป็นมาตรการชั่วคราวในอันที่จะควบคุมจำนวนประชากรและจำกัดความต้องการด้านน้ำและทรัพยากรอื่นๆหลังใช้นโยบายนี้คู่สามีภรรยาในชนบทยังสามารถที่จะมีลูกคนที่สองได้หากว่าลูกคนแรกเกิดมาเป็นผู้หญิงและ เมื่อเดือนพ.ย.2556 พรรคคอมมิวนิสต์จีนประกาศว่าจะยอมให้มีลูก2คนได้หากพ่อหรือแม่ของเด็กนั้นเป็นลูกคนเดียวมาก่อน

“สี จิ้นผิง” เซ็นสัญญากว่า 3 หมื่นล้านปอนด์ สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอังกฤษ

นายสีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน และนาย เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ได้ร่วมลงนามในข้อตกลงทางการค้าหลายฉบับ รวมมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านปอนด์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยสัญญาดังกล่าวเน้นไปที่ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการเงิน โดยเฉพาะเงินสนับสนุนเพื่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในอังกฤษถึง 3 แห่ง ที่ถือเป็นการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในประเทศตะวันตกเป็นครั้งแรกของจีน กลุ่ม CGN ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจไฟฟ้าของจีนภายใต้การบริหารของรัฐบาล จะสนับสนุนเงินลงทุน 1 ใน 3 เพื่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฮิงค์ลีพอยต์ ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ และจะออกทุน 2 ใน 3 สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเขตแบรดเวลล์ทางตะวันออกของกรุงลอนดอน รวมถึงสนับสนุนเงินทุน 1 ใน 5 ให้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่เขตไซส์เวลล์ ด้านทิศตะวันออกของอังกฤษอีกด้วย การเซ็นสัญญาสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในครั้งนี้ ถูกรัฐบาลพันธมิตรต่างชาติของอังกฤษวิพากษ์วิจารณ์ว่า อังกฤษกำลังกระตือรือร้นสร้างความสัมพันธ์ด้านการลงทุนกับจีนมากเกินไป และกำลังเพิกเฉยต่อเหตุละเมิดสิทธิมนุษยชนของจีนที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ขณะที่นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ นายเดวิด คาเมรอนได้ออกมาบอกว่า การพัฒนาความสัมพันธ์ทางการเงินและการลงทุน เป็นสิ่งแรกที่ควรทำก่อนที่จะมีการพัฒนาความสัมพันธ์ทางด้านอื่นๆ นโยบายการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งใหม่ เป็นนโยบายที่รัฐบาลอังกฤษกำหนดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อแก้ปัญหาภาวะขาดแคลนพลังงานในประเทศที่กำลังจะเกิดขึ้นในทศวรรษหน้า ท่ามกลางข้อถกเถียงของประชาชนถึงความคุ้มค่าและผลกระทบที่จะตามมาในภายหลัง

การเปลี่ยนแปลงระเบียบการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

ระเบียบการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกำลังมีการเปลี่ยนแปลงจากเดิมในหลายประการ ประการแรก ประเทศในภูมิภาคเอเชียกำลังเปลี่ยนจากที่ใช้เงินดอลล่าร์สหรัฐฯเป็นเงินสกุลหลักในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน ใช้ในการชำระเงิน ชำระหนี้การค้าและการลงทุน รวมทั้งใช้เป็นเงินสำรองระหว่างประเทศ มาเป็นการใช้เงินหยวนของจีนแทนมากขึ้น เนื่องจากระบบการเงินของสหรัฐอเมริกามีความไม่แน่นอน อีกทั้งการเติบโตของอิทธิพลของจีนในตลาดการเงินทั่วโลกแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ จีนยังได้นำเสนอมาตรการริเริ่มอื่น ๆ มากมายที่มุ่งเน้นการตลาด รวมถึงแผนการที่จะเปิดเสรีระบบการเงินของประเทศและอัตราดอกเบี้ย สิ่งเหล่านี้ ทำให้ IMF กำลังจะตัดสินใจเกี่ยวกับ Special Drawing Rights (SDR) basket  โดยจะรวมเงินหยวนใน new SDR basket ในการประชุมคณะกรรมการบริหารวันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 ที่จะถึงนี้ ประการที่สอง ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญ คือ การที่จีนเป็นผู้นำในการก่อตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) เมื่อเดือนมิถุนายน 2558 ที่ผ่านมา เนื่องจากการจัดตั้ง AIIB นี้เป็นการท้าทายอำนาจธนาคารโลก (World Bank) และธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ที่มีบทบาทอยู่ก่อนแล้วในการจัดหาเงินทุนเพื่อโครงการในระดับภูมิภาค […]

เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังฟื้นตัวปานกลาง

ธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่นกล่าวในรายงานประจำเดือนตุลาคมว่า  เศรษฐกิจของญี่ปุ่นคาดว่าจะยังคงฟื้นตัวปานกลาง  การส่งออกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมยังทรงตัวในปัจจุบัน  แต่มีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นในระดับปานกลาง การลงทุนภาครัฐ แม้ในปัจจุบันจะยังคงรักษาระดับค่อนข้างสูง แต่มีแนวโน้มลดลงในระดับปานกลางเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ เศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยเชิงเทคนิคในไตรมาสที่ 3  ซึ่งมีสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการลงทุนของบริษัทที่อ่อนแอ  การลงทุนทางธุรกิจลดลงร้อยละ 5  และอัตราการเจริญเติบโตติดลบร้อยละ 0.2 ธนาคารแห่งชาติญี่ปุ่นจะยังคงรักษาเป้าหมายการเพิ่มฐานเงินประจำปีประมาณ  80  ล้านล้านเยน อีกทั้งผู้กำหนดนโยบายได้หันมาให้ความระมัดระวังเกี่ยวกับการคาดการณ์เงินเฟ้อ ซึ่งดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นระยะยาว แม้ว่าบางตัวชี้วัดล่าสุดได้แสดงให้เห็นการพัฒนาที่ค่อนข้างอ่อนแอ ข้อมูลของกระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานว่า  การส่งออกประจำเดือนตุลาคมลดลงเป็นครั้งแรกในรอบมากกว่าหนึ่งปี เนื่องจากความต้องการที่มีน้อยจากประเทศจีน   แหล่งที่มาข่าว:  http://www.rttnews.com/2583088/boj-japan-s-economy-to-continue-recovering-moderately.aspx?type=aeco

จีน ญี่ปุ่น กำลังแข่งขันในโครงการที่สำคัญ

จีนและญี่ปุ่นกำลังแข่งขันเพื่อสร้างอิทธิพลในภูมิภาค โดยให้คำมั่นสัญญากับ 10 ประเทศสมาชิกอาเซียนในการให้เงินกู้จำนวนมากและการจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ฝ่ายจีนโดยนาย Li Keqiang นายกรัฐมนตรีของจีน ได้ให้คำมั่นระหว่างการประชุมอาเซียนซัมมิทที่เมืองหลวงของมาเลเซียว่า จะให้เงินกู้ถึง 10 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯเพื่อการโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเพิ่มการเชื่อมต่อระหว่างประเทศในภูมิภาค และจะให้เงินจำนวน 3.6 พันล้านหยวน (564 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ) แก่ประเทศกำลังพัฒนา เช่น กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม นอกจากนี้  จีนยังผลักดันความคิดริเริ่มเกี่ยวกับองค์กรด้านความร่วมมือด้านการเงินในภูมิภาคเอเชีย (Asian Financial Cooperation Association) เพื่อเสริมสร้างการแลกเปลี่ยนในภูมิภาค ซึ่งเป็นที่มาของธนาคารเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian   Infrastructure Investment Bank: AIIB) ที่มีจีนเป็นแกนนำจัดตั้งขึ้นในเดือนมิถุนายน ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับญี่ปุ่นได้เสนอที่จะบรรเทาข้อจำกัดเงินกู้ และจัดหาผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ธนาคารเพื่อการพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) ที่มีญี่ปุ่นเป็นแกนนำยังประกาศส่งเสริมความร่วมมือกับ AIIB ในการให้เงินทุนเพื่อการสร้างโครงสร้างพื้นฐานจำนวน 110 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ ในอีก 5 ปี นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น […]

ญี่ปุ่นให้คำมั่นที่จะสนับสนุนการบูรณาการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ญี่ปุ่นให้คำมั่นที่จะสนับสนุนการบูรณาการประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

   แหล่งที่มาภาพ: Kyodo News   ในการประชุมสุดยอดระหว่างผู้นำของประเทศญี่ปุ่นและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 21 พ.ย.58 ที่ผ่านมา  นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาย Shinzo  Abe  ได้รับการคาดหวังที่จะแสดงท่าที “การสนับสนุนอย่างเต็มที่” ต่อการบูรณาการเศรษฐกิจของประชาคมอาเซียน  ซึ่งก็เป็นไปตามความคาดหมาย โดยนายอาเบะมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการบูรณาการประชาคมอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคอาเซียนที่มีทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ อนึ่ง ญี่ปุ่นได้ให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาอย่างเป็นทางการแก่ประเทศอาเซียนมาโดยตลอด เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และการมีความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงอย่างเข้มแข็งระหว่างญี่ปุ่นกับอาเซียน  บทบาทของญี่ปุ่นในเรื่องเหล่านี้ เป็นความพยายามที่จะเพิ่มอิทธิพลด้านเศรษฐกิจและการเมืองในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นภูมิภาคที่จีนกำลังมีบทบาทในการให้ความช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจด้วยเช่นกัน ขณะที่จีนได้นำเสนอวิธีการตอบสนองต่อความต้องการความต้องการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของเอเชียโดยการเป็นผู้นำการจัดตั้งธนาคารเพื่อการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอเชีย (Asian Infrastructure Investment Bank: AIIB) นาย Abe ได้ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 เกี่ยวกับความคิดริเริ่มที่จะให้เงินทุนจำนวน  110 พันล้านดอลล่าร์ เพื่อส่งเสริมโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพในเอเชียใน 5 ปีข้างหน้า   แหล่งที่มา:  https://english.kyodonews.jp/news/2015/11/385487.html  

ประธานาธิบดีปาร์ค กึน- เฮเสนอให้พัฒนา SMEs ในการประชุมเอเปค 2015

  เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 19 ที่ผ่านมาประธานาธิบดีปาร์ค กึน- เฮ มีข้อเสนอในการประชุมเอเปค (Asia-Pacific Economic Cooperation- APEC) ที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ให้มีการริเริ่มโครงการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีอนาคตสดใส ให้สามารถเข้าถึงตลาดโลกได้ โดยมีหัวข้อหลักของการประชุมคือ “Building Inclusive Economies, Building a Better World.” ประธานาธิบดีปาร์คและผู้นำจากประเทศต่างๆจำนวน 20 ประเทศรวมทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงเข้าร่วมการประชุมด้วย ผู้นำจากหลายประเทศได้อภิปรายถึงการหาแนวทางให้มีกลไกการเติบโตใหม่ๆและให้มีการเติบโตอย่างครอบคลุมท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่เติบโตช้าลง ในข้อเสนอของประธานาธิบดีปาร์คกล่าวว่าในเอเชีย-แปซิฟิกมีวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมคิดเป็น 97% ของจำนวนผู้ประกอบการทั้งหมดและจ้างงานมากกว่าครึ่งหนึ่งของกำลังการผลิตในกลุ่มเอเปค ซึ่งธุรกิจเหล่านี้ต้องการการเติบโตและพัฒนาให้เป็นธุรกิจที่พร้อมสำหรับการส่งออกมากกว่าพึ่งพาตลาดภายในประเทศเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้ SMEs ต้องมีส่วนร่วมในห่วงโซ่แห่งคุณค่าของโลกซึ่งมีผลผลิตจากขั้นตอนต่างๆของกระบวนการผลิตจากหลายแหล่งในประเทศต่างๆ  ในภาคการบริการนั้นประธานาธิบดีปาร์คเรียกร้องให้ประเทศต่างๆดูแลด้วยการจ้างงานในระดับสูงและมีมูลค่าเพิ่ม (Kang Seung- woo, 2015). เอกสารอ้างอิง Kang Seung- woo (2015). Park calls for globalization of small firms. [Online] […]

รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยัน “รัฐบาลดูแลระบบการจัดพิมพ์หนังสือเรียนประวัติศาสตร์”

กรุงโซล- รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไป นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจะใช้หนังสือเรียนที่รัฐบาลกำกับ ดูแลระบบการจัดพิมพ์ หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาของเกาหลีใต้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ของเอกชนจำนวน 8 สำนักพิมพ์โดยผ่านการรับรองจากรัฐบาล แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้าไปดูแลระบบการจัดพิมพ์หนังสือรียนประวัติศาสตร์มากขึ้น หนังสือเรียนใหม่จะเขียนประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะมอบหมายให้ครูและนักวิชาการที่เหมาะสมเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าถูกต่อต้านจากพรรคฝ่ายค้าน นักเรียน นักวิชาการและประชาชนบางกลุ่มก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางพรรคฝ่ายค้าน NPAD ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาเพื่อประท้วงเรื่องการจัดทำหนังสือเรียนโดยรัฐบาล อย่างไรก็ตามเมื่อวันพุธที่ 11 ที่ผ่านมา ทางพรรคฝ่ายค้านแสดงความยินยอมเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาแล้ว (BBC, 2015). เอกสารอ้างอิง BBC  (2015). South Korea to control history textbooks used in schools. [online].  Available  http://www.bbc.com/news/world-asia-34504142.