Archive for May, 2014

ญี่ปุ่นยกหนี้ให้พม่า 300,000 ล้านเยน ::กระชับความสัมพันธ์ทางการทหาร ทางการค้าและการลงทุน

ข่าว:  เสนาธิการทหารร่วมกองกำลังป้องกันตนเองของญี่ปุ่นเยือนพม่าเป็นเวลา 4 วัน  เข้าพบหารือกับ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของพม่า  เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการทหาร พร้อมกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและการลงทุนกับพม่า  ยิ่งกว่านั้น ญี่ปุ่นยกหนี้ที่พม่าติดค้างอีก 300,000 ล้านเยน (3,000 ล้านดอลลาร์) จากทั้งหมด 500,000 ล้านเยน  “From Japan With Love” วิเคราะห์: อดีต  ญี่ปุ่นยึดครองพม่า ช่วง พ.ศ. 2485 – 2488  {ซึ่งอยู่ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (พ.ศ. 2482 – 2488 ) } ขณะนั้นพม่าภายใต้การปกครองของอังกฤษ (พ.ศ. 2367 – 2491) พม่าหวังว่าจะได้รับความช่วยเหลือจากญี่ปุ่นให้ได้รับเอกราชจากอังกฤษ แต่ไม่เป็นผล ซึ่งพม่าลงความเห็นว่าญี่ปุ่นขาดความจริงใจ  จนกระทั่งฝ่ายสัมพันธมิตรขับไล่ญี่ปุ่นออกไปได้เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ. 2488  ญี่ปุ่นไม่มีความสัมพันธ์ทางทหารกับพม่านับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2488  เป็นต้นมา ปัจจุบัน   หรือ   69 ปี  นับจากสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 กระทั่งปัจจุบัน  (พ.ศ. 2488 -2557)  … เมื่อวันที่  27 […]

บ้านที่พักอาศัยในปักกิ่ง

บ้านที่พักอาศัยในปักกิ่ง

ที่มาภาพ: CRI online ข่าวจาก CCTV America / CRI online ลักษณะของหมู่บ้านในกรุงปักกิ่ง จะมีลักษณะเป็นตึกสูงแบบคอนโดมิเนียมที่เราเห็นในนครใหญ่ทั่วไป จากการสำรวจสำมะโนครัวประชากรของกรุงปักกิ่งช่วงต้นปี 2011พบว่ากรุงปักกิ่งมีประชากรที่พำนักถาวรอยู่ถึง 19.6 ล้านคน  จึงเห็นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย  การกระจายตัวของประชากรของกรุงปักกิ่งอาศัยอยู่หนาแน่นมากในเขตชั้นในของตัวเมือง ประชากรกว่า 60% ของทั้งเมืองอาศัยอยู่ที่เขตใจกลางเมือง ผู้คนในละแวกนี้จะอาศัยอยู่บนตึกสูงเสียดฟ้า ไปตามถนนจะเห็นตึกสูงอยู่กันเป็นหย่อมๆ มีรั้วล้อมรอบ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็น หมู่บ้านของคนปักกิ่ง ราคาบ้านที่ปักกิ่งโดยเฉลี่ย นั้นอยู่ที่ประมาณ 125,000 บาท/ตารางเมตร  ขึ้นอยู่กับทำเลด้วย ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านทำเลทองอย่าง 钓鱼台七号院 (เตี้ยวอวี๋ไถชีห้าวเยวี่ยน) ที่อยู่ติดกับเรือนรับรองรัฐบาลเตี้ยวอวี๋ไถนั้นราคาสูงถึง 625,000 บาท/ตารางเมตร ในขณะที่บ้านแถวชานเมืองนั้นราคา 40,000 บาท/ตารางเมตร ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาก็เช่น อยู่ในเขตวงแหวนรอบในหรือไม่ อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือไม่ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ราคาบ้านที่ปักกิ่งแพงขึ้นอย่างรวดเร็วมากภายในเวลาไม่กี่ปีมานี้ ส่วนใหญ่แล้วหมู่บ้านในปักกิ่ง 1 หมู่บ้านจะประกอบไปด้วยตึกสูงๆ หลายๆ ตึก อย่างหมู่บ้านหนึ่ง มีตึกทั้งหมด 12 […]

ความรุนแรงต่อต้านจีนในสังคมเวียดนาม

ความรุนแรงต่อต้านจีนในสังคมเวียดนาม

  ที่มาภาพ: www.bloggang.com ข่าวจาก CCTV / เอเอฟพี – สื่อทางการเวียดนามรายงานว่าเกิดเหตุหญิงชาวเวียดนามจุดไฟเผาฆ่าตัวตายประท้วงการตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนในน่านน้ำพิพาทที่เป็นชนวนเหตุกระตุ้นความโกรธแค้นในเวียดนาม เว็บไซต์ข่าวหนังสือพิมพ์แถ่งเนียน รายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ในนครโฮจิมินห์ระบุว่า นางเล ถิ เถวียต มาย อายุ 67 ปี ราดน้ำมันเชื้อเพลิงใส่ตัวเองและจุดไฟเผาที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในนครโฮจิมินห์  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าดับไฟ หลังผ่านไป 3 นาที และหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นางมายจุดไฟเผาตัวเองเนื่องจากปัญหาส่วนตัวและความโกรธแค้นต่อกรณีการตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันอย่างผิดกฎหมายของจีนที่ละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม บุตรชายของผู้เสียชีวิตเผยว่ามารดามักติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์เกี่ยวกับเหตุขัดแย้งพิพาทเวียดนาม-จีน และดูมีท่าทีเศร้าเสียใจ จีนตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่เมื่อต้นเดือนพ.ค. ก่อให้เกิดความตึงเครียดในการเผชิญหน้าทางทะเลระหว่างเรือจีนและเวียดนามหลายสิบลำ ทั้งสองประเทศมีปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับสิทธิอธิปไตยดินแดนทางทะเล และการเผชิญหน้าดังกล่าวจุดกระแสเหตุจลาจลต่อต้านจีนในเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อน จีนอพยพพลเมืองหลายพันคนออกจากเวียดนามหลังเกิดเหตุจลาจลและระบุว่ามีชาวจีน 4 คน เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายเวียดนามระบุว่ามีชาวจีนเสียชีวิต 3 คน จีนอ้างสิทธิอธิปไตยเกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้ ขณะที่เพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความรู้สึกวิตกเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวมากขึ้นของจีนในการรุกรานอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำที่เชื่อว่ามีแหล่งน้ำมันและก๊าซอยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลเวียดนามประณาม การตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนเป็นการคุกคามสันติภาพอย่างร้ายแรง. วิเคราะห์ข่าว ปัญหาเรื่องการต่อต้านจีนและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมเวียดนามมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันมีการเผาโรงงานของคนจีน ทำร้ายคนจีน ที่ทำงานอยู่ในเวียดนาม จนถึงขนาดต้องมีการอพยพกลับประเทศจีนกันเลยทีเดียว  ปัญหานี้คาดว่าจะยังคงเกิดขึ้นอีกนานในเวียดนาม อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ให้ข้อแนะนำว่าการแก้ไขขณะนี้ของรัฐบาลจีนที่ดีทีสุดคือ การนิ่งและเจรจาน่าจะเป็นวิธีที่แก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจีนพึงกระทำ ซึ่งน่าจะขัดแย้งกับความต้องการของสังคมจีน ที่ชาตินิยมซึ่งรู้สึกว่า การทำร้ายคนจีนในเวียดนาม เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่รัฐบาลเวียดนามต้องรับผิดชอบเพราะเป็นเรื่องผิดกฏหมายระหว่างประเทศ

สหรัฐตั้งข้อหาทหารจีน กล่าวหาโจรกรรมข้อมูลไซเบอร์

สหรัฐตั้งข้อหาทหารจีน กล่าวหาโจรกรรมข้อมูลไซเบอร์

ที่มาภาพ: news.mthai.com ปักกิ่ง/วอชิงตัน (เอพี/บีบีซี นิวส์) – ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ รายงานว่า ทางการสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาทหารจีน 5 นาย ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในกองทัพจีน ผู้ถูกฟ้อง 5 คน ชื่อ หวัง ตง, ซุน ไคเหลียง,เหวิน ซินหยู, ฮวง เจิ้นหยู และกู๋ ชุนฮุ่ย ทั้งหมดเป็นนายทหารหน่วยที่ 61398 ของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน (พีแอลเอ) ถูกฟ้องคนละ 31 กระทง แต่ละกระทงมีโทษจำคุกถึง 15 ปี ในฐานจารกรรมข้อมูลอินเทอร์เน็ต จากบริษัทการค้าของสหรัฐฯ โดยข้อมูลดังกล่าวเป็นเรื่องความลับทางการค้า และเอกสารภายในของบริษัทธุรกิจ 5 แห่ง และสหภาพแรงงานอีก 1 แห่ง  ซึ่งล้วนเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านเทคโนโลยีและนิวเคลียร์ทางการจีนเรียกเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำจีนเข้าพบ เพื่อแสดงความไม่พอใจเรื่องรัฐบาลสหรัฐฟ้องทหารจีน 5 นาย ว่าพัวพันการจารกรรมทางไซเบอร์สำนักข่าวซินหัวอ้างกระทรวงต่างประเทศจีนว่า นายเจิ้ง เจ๋อกวง ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศจีน ได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจต่อนายแม็กซ์ เบากัส […]

จีนกำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสำหรับปี 2014

จีนกำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสำหรับปี 2014

ที่มา http://www.dailymailnews.com/   สรุปข่าว          คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติได้กำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนสำหรับปี 2014 ได้แก่ จีนจะยังคงขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การควบคุมการจัดหาเงินทุนของรัฐบาลท้องถิ่น โดยออกกฎให้รัฐบาลท้องถิ่นรายงานว่าเงินที่นำไปลงทุนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับรัฐได้มากน้อยเพียงใด การเพิ่มกลไกพัฒนาอัตราการแลกเปลี่ยนเงินหยวน ลดการแทรกแซงเงินหยวน และลดความผันผวนของค่าเงินหยวน เปิดโอกาสให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ โดยธุรกิจแรกที่เป็นโครงการนำร่องได้แก่ ภาคธนาคารในขนาดเล็กและขนาดกลาง การปฏิรูปราคาสินค้าและภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วย การขนส่ง โทรคมนาคม ยา และการดูแลสุขภาพ   บทวิเคราะห์ แนวทางการปฏิรูปของจีนที่ได้ดำเนินการไปแล้วใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การปฏิรูปภาคการเงิน และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยหันมาพึ่งพาการบริโภคภาคเอกชนมากขึ้นแทนการส่งออกและการลงทุน นัยที่ส่งผลต่อประเทศไทยนั้น ในระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบต่อการส่งออกของไทยบ้างจากผลของการปรับค่าเงินหยวน ในระยะยาวนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของจีนในครั้งนี้จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีเสถียรภาพและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยในอนาคต และโครงสร้างสินค้าส่งออกไปจีนของไทยในอนาคตอาจเปลี่ยนไปจากปัจจุบันที่สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าเกษตรอาจเปลี่ยนมาส่งออกสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ เป็นต้น   แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/20/c_126525865.htm http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1396853478

การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9

การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9

ที่มา http://news.xinhuanet.com สรุปข่าว          สำนักงานศุลกากรของจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 มีมูลค่า 188.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 มีมูลค่า 170.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 มีมูลค่า 358.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การค้าเกินดุลอยู่ที่ 18.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบรายปี การค้าต่างประเทศกับสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5, 2.4, 1.6 และ 1.2 ตามลำดับในสี่เดือนแรกของปี บทวิเคราะห์ การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 เมื่อกลับไปเปรียบเทียบกับการส่งออกในเดือนมีนาคมพบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น นักวิเคราะห์ของจีนมองว่าตัวเลขการค้าต่างประเทศที่ดีดตัวขึ้นนี้เป็นเพราะนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลและการปรับปรุงการส่งออกไปยังประเทศสำคัญ การส่งออกของจีนอาจมีอัตราเพิ่มขึ้นหรือลดลงอยู่เพราะผลจากปัจจัยภายนอกที่สลับซับซ้อนต่างๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางการจีนก็หามาตรการในการรองรับและเพิ่มนโยบายสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ประกาศข้อเสนอเกี่ยวกับการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงออกมาเพื่อส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกของจีนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพราะฉะนั้นจีนสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน และอีกไม่นานเราจะได้เห็นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของเศรษฐกิจจีนกัน แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/08/c_133319674.htm (วันที่ 8 พฤษภาคม 2014)

จีนวางแผนเร่งเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางทะเลอีกครั้ง

จีนวางแผนเร่งเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางทะเลอีกครั้ง

ที่มา http://thai.cri.cn สรุปข่าว          รัฐบาลจีนได้เริ่มวางแผนการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ด้วยการสร้างท่าเรือเป็นสำคัญ แผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตามเส้นทาง ประกอบด้วย ท่าเรือของปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ การพัฒนาเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ถูกเสนอโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการเดินทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอาเซียน ในระหว่างเยือนอินโดนีเซียเมื่อเดือนตุลาคม 2013 ที่ผ่านมา พื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้แก่มณฑลยูนนานและเขตปกครองตนเอง   กว่างซีจ้วงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับปลายทางด้านหนึ่งของเส้นทางนี้ เส้นทางสายไหมทางทะเลมีมากว่า 2,000 ปีจากการแล่นเรือของร้านค้าโบราณจากชายฝั่งตะวันออกของจีน ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางใต้สุดของประเทศอินเดีย และแอฟริกา ไปทางอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดง เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างกันตามเส้นทาง   บทวิเคราะห์ การพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่ออาเซียนโดยตรงเพราะอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางผ่านของการเดินเรือเท่านั้น นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ แล้วผู้นำจีนยังผลักดันการจัดตั้งกองทุน China-ASEAN Maritime Cooperation Fund วงเงิน 3 พันล้านหยวนเพื่อสร้างความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนกับอาเซียน อาทิ การวิจัยทางทะเล การเดินเรือเพื่อความปลอดภัย การเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือ ตลอดจนต่อสู้กับภัยคุกคามข้ามชาติ เป็นต้น นับว่าการพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งนี้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายผลประโยชน์ระหว่างจีนกับอาเซียน เป็นการสร้างความร่วมมือทางน่านน้ำ สำหรับอาเซียนนั้นการพัฒนาในครั้งนี้อาจจะช่วยลดทอนความร้อนแรงของปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับบางประเทศในอาเซียนได้ จึงต้องติดตามการพัฒนาในครั้งนี้อีกครั้งว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใดในขั้นตอนการปฏิบัติ   […]

การส่งออกของจีนในเดือนมีนาคมลดลงร้อยละ 6.6

การส่งออกของจีนในเดือนมีนาคมลดลงร้อยละ 6.6

ที่มา http://english.customs.gov.cn   สรุปข่าว          สำนักงานศุลกากรของจีนได้รายงานตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนมีนาคม 2104 พบว่ามูลค่าการส่งออกของจีนลดลงร้อยละ 6.6 มีมูลค่า 170.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการนำเข้าลดลงร้อยละ 11.3 มีมูลค่า 162.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่ารวมของการค้าระหว่างประเทศลดลงร้อยละ 9 มีมูลค่า 332.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลการค้ากลับมาเกินดุลที่ 7.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากขาดดุล 22.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนที่ผ่านมา   บทวิเคราะห์ นักวิเคราะห์ของจีนมองว่าแนวโน้มมูลค่าการส่งออกที่ลดลงจะเป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น และยังถือว่าเป็นแง่ดีสำหรับการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และยังคาดการณ์ว่าการค้าระหว่างประเทศของจีนจะกลับมาฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคม การที่ตัวเลขการส่งออกของจีนลดลงนั้นอาจเป็นผลกระทบมาจากปัจจัยภายนอกที่สลับซับซ้อน อาทิ เศรษฐกิจของสหรัฐที่ชะลอตัวลงอย่างมาก ประเทศตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเงิน ทำให้การส่งออกของจีนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ผลกระทบนี้ยังส่งให้อัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 1 ของจีนขยายตัวเพียงร้อยละ 7.4 แต่อย่างไรก็ตามทางการจีนน่าจะมีมาตรการรับมือในเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน เนื่องจากจีนก็มีประสบการณ์ในการปรับเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างมาก จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาที่น่ากังวลนัก   แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-04/10/c_133251659.htm (วันที่ 10 เมษายน 2557)           […]

“หมีแพนด้า”นำเข้า “หมีขาว”ส่งออก_ก๊าซธรรมชาติ

ข่าว: รัสเซียและจีนบรรลุข้อตกลงนำเข้าก๊าซธรรมชาติ มูลค่าเกือบ 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  ระยะเวลา 30 ปี (http://onforb.es/1vPPCuu; http://bit.ly/1goySpM; http://yhoo.it/1jBhe1k) *** แก้ไขปรับปรุง ครั้งล่าสุด วันที่ 29 พฤษภาคม 2557***   วิเคราะห์: บริบท ทวิภาคี: หมีแพนด้า + หมีขาว  แพนด้ายักษ์ หรือ ไจแอนท์แพนด้า (Giant panda; ชื่อวิทยาศาสตร์: Ailuropoda melanoleuca) หรือที่นิยมเรียกว่า หมีแพนด้า เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  แพนด้ายักษ์ถือเป็นสัญลักษณ์ทางการทูตอย่างหนึ่งของจีน (http://bit.ly/1jckyeI) หมีขาว หรือ หมีขั้วโลก ( Polar bear; ชื่อวิทยาศาสตร์:Ursus maritimus) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม  หมีขาว ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติของประเทศรัสเซีย  (http://bit.ly/1gow4c1) ข้อตกลงนำเข้าก๊าซธรรมชาติระหว่างสองชาติมหาอำนาจ (รัสเซีย และ จีน) มูลค่ามหาศาล 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ  มีความพิสดาร  (http://onforb.es/1vPPCuu; http://bit.ly/1goySpM; http://yhoo.it/1jBhe1k) ดังนี้ 1) การเจรจาทำข้อตกลงนี้ยืดเยื้อมาราธอนยาวนานถึง 10 ปี ซึ่งปัญหาหลักอยู่ที่การเจรจาต่อรองราคา (Price negotiations) 2) ผลการเจรจาต่อรองราคา ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่า จีนตกลงซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียในราคาเท่าใด  3) จีนจะนำเข้าก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียปีละ 38,000 […]

55 ปี ไต้หวันลงทุนในไทย ราว 430,000 ล้านบาท 2,180 โครงการ

ข่าว:  กระทรวงเศรษฐการไต้หวัน อ้างข้อมูลคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนไทย ระบุว่า  ช่วง ปีค.ศ.1959 -2013  (หรือ ช่วง พ.ศ. 2502-2556) หรือ ราว 55 ปี  ผู้ประกอบการชาวไต้หวันนำเงินลงทุนในประเทศไทย  จำนวนเงิน  13,453 ล้านดอลลาร์สหรัฐ   (ประมาณ 430,000 ล้านบาท )  ทั้งหมด 2,180 โครงการ    ประกอบด้วย  (1) อุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น อิเลคทรอนิกส์ ยานยนต์ เหล็ก และปิโตรเคมี เป็นต้น  และ  (2) กลุ่มอุตสาหกรรมขนาดเล็ก อาทิ ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์น้ำ สิ่งทอ เครื่องจักร การนำเข้าและส่งออก เครื่องประดับ สินค้าเกษตร อุปกรณ์กีฬา เฟอร์นิเจอร์แต่งบ้าน เซรามิกซ์ บริษัทจัดหางาน บ้านและที่ดิน ชานมไข่มุก และบริษัทนำเที่ยว เป็นต้น  ขณะนี้ การดำเนินกิจการของผู้ประกอบการไต้หวันยังเป็นไปตามปกติ […]