Archive for January, 2014

ทำไมถึงมีโบสถ์คริสต์จำนวนมากในเกาหลี

ทำไมถึงมีโบสถ์คริสต์จำนวนมากในเกาหลี

โบสถต์โปรเตสเต้นท์ซบเซา แต่ความยึดมั่นในการเผยแพร่ศาสนาคงเดินหน้าต่อไป Published : 2014-01-15 20:02 Updated : 2014-01-15 20:02 อารอน ทัน สถาปนิกผู้มีชื่อเสียงของฮ่องกง ได้เคยอธิบายเกี่ยวกับกรุงโซลว่า เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยไม้กางเขน และดูเหมือนจะเป็นที่พอใจสำหรับผู้มาเยือนเกาหลี เมื่อมองไม้กางเขนบนยอดหลังคาโบสถ์ที่ตกแต่งด้วยสีแดงและสีขาวอันเป็นจุดเด่นของกรุงโซล เกาหลีเปลี่ยนแปลงไปสู่สังคมคริสต์เตียนประมาณร้อยกว่าปีมาแล้วหลังจากที่สังคมถูกครอบงำด้วยลัทธิขงจื้อและศาสนาพุทธมานานจริงหรือ ศาสตราจารย์ ชุง เบียงจูน แห่งมหาวิทยาลัยโซล จางชิน ในเมืองกวางจู จังหวัดเคียงจี กล่าวว่า การเข้าใจสถานะปัจจุบันของคริสต์โปรเตสเต้นท์ในเกาหลี สิ่งหนึ่งต้องพิจารณาถึงยุคของการเติบโตที่น่าตื่นเต้น เมื่อเกาหลีเคยเป็นมวลชนแห่งคริสต์เตียน และเอื่อยช้าลง มันดูเหมือนโปรเตสเต้นท์ของเกาหลียังอยู่ในยุคการเจริญรุ่งเรือง ในช่วงที่ยาวนาน และยังคงผลิตผู้สอนศาสนาและสร้างโบสถ์ออกมามากมาย ที่สำคัญมีโบสถ์ขนาดเล็กจำนวนมากที่ดูแลการเงินเลี้ยงตัวเองอย่างยั่งยืน นักสถิติของรัฐได้ระบุจำนวนโบสถ์โปรเตสเต้นท์ ว่าในปี 2012 มีถึง 77,000 แห่ง มากกว่าร้านสะดวกซื้อในประเทศซะอีก โปรเตสเต้นท์ได้เข้ามาในประเทศเกาหลีประมาณ 130 ปี ที่ผ่านมาและเป็นศาสนาที่มีความนิยมลำดับที่ 2 รองจากศาสนาพุทธ ด้วยร้อยละ 18 ของคนเกาหลีนับถือโปรเตสเต้นท์ (น่าจะมากกว่าคือร้อยละ 30) โบสถ์ได้รับการเลื่อมใสมากสำหรับคนเมืองที่ต้องการความสงบ และในชุมชนที่ทำงานด้วยความรีบเร่งอย่างย่านอุตสาหกรรม และความเป็นเมือง […]

ทางการจีนไม่ต่อวีซ่าให้ผู้สื่อข่าวนิวยอร์กไทมส์

ทางการจีนไม่ต่อวีซ่าให้ผู้สื่อข่าวนิวยอร์กไทมส์

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่านาย Austin Ramzy นักข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ (The New York Times) ต้องเดินทางออกจากประเทศจีนเนื่องจากไม่ได้รับการต่อวีซ่าผู้สื่อข่าว สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศจีน (Foreign Correspondents’ Club of China – FCCC) ตั้งข้อสังเกตว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลจีนในการสร้างแรงกดดันต่อผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างประเทศที่ประจำอยู่ในประเทศจีนไม่ให้เสนอข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของผู้นำระดับสูงและรัฐบาลจีน กรณีของนาย Ramzy เป็นผู้สื่อข่าวของหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์รายที่สามซึ่งถูกทางการจีนปฏิเสธวีซ่าผู้สื่อข่าวในรอบ 18 เดือน โดยนักวิเคราะห์มองว่าการดังกล่าวเป็นผลจากการที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ได้เผยแพร่รายงานเกี่ยวกับความร่ำรวยของญาติอดีตประธานาธิบดีเหวิน เจียเป่า ในปลายปี ค.ศ. 2012 ซึ่งทำให้เว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ดังกล่าวถูกปิดไม่ให้เข้าถึงในประเทศจีน ด้านโฆษกของกระทรวงการต่างประเทศได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่าเป็นผลจากการที่นาย Ramzy ละเมิดข้อบังคับที่กำหนดไว้ และรัฐบาลจีนได้ขยายเวลาให้นาย Ramzy จัดการเรื่องวีซ่าผู้สื่อข่าวเป็นพิเศษหลังจากวีซ่าของเขาสิ้นสุดลงในปลายปี 2013 อย่างไรก็ตามกรณีของผู้สื่อข่าวนิวยอร์กไทมส์รายล่าสุดยากที่จะปฏิเสธว่าการดังกล่าวไม่ใช่แรงกดดันทางการเมือง หากแต่ทางการจีนต้องการส่งสัญญาณไปยังสำนักข่าวต่างประเทศไม่ให้มีการล้ำเส้นที่รัฐบาลจีนกำหนดไว้โดยพฤตินัย      

เกาหลีเสริมสร้างการลงทุนไปสปป.ลาวและบรูไน

เกาหลีเสริมสร้างการลงทุนไปสปป.ลาวและบรูไน

สำนักงานศูนย์อาเซียน-เกาหลี ( The ASEAN-Korea Centre ) มีการส่งเสริมการลงทุนและการตลาดไป สปป.ลาว และบรูไน โดยประเมินที่อุตสาหกรรมภาคการผลิตพลังงานและอาหารของทั้งสองประเทศ ท่ามกลางความสนใจในชุมชนธุรกิจของเกาหลี ในการขยายโอกาสทางการตลาดในสองประเทศ ภารกิจโดยย่อเกี่ยวกับสถานการณ์ลงทุนล่าสุดของประเทศ และนโยบายในอุตสาหกรรมพลังงานและอาหารด้วยรัฐเห็นความสำคัญ ร่วมกับ กระทรวงแผนงานและการลงทุน ของประเทศสปป.ลาว และคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศบรูไน ส่วนหนึ่งของกิจกรรม และภารกิจคือจะเดินทางไปเยี่ยมโซนอุตสาหกรรมในนครหลวงเวียงจันทน์ ของ สปป.ลาว และเมือง บาร์ดาร์เสรี เบกาวัน เมืองหลวงของบรูไน ตามลำดับ เพื่อสังเกตการณ์สภาวะการตลาดในปัจจุบันและมองช่องทางการตลาดใหม่ๆในภาคพลังงานทดแทน ที่มา : http://www.koreatimes.co.kr/www/news/culture/2014/01/386_149854.html บทวิเคราะห์ข่าว ภายหลังการเข้ามารับตำแหน่งใหม่ของสตรีคนดัง ผู้นำแห่งเกาหลีใต้ ปาร์ค กึน เฮ หล่อน ได้เดินทางไปจับมือสานความสัมพันธ์กับประเทศต่างๆทั้งในด้านการขยายการค้า หรือแม้แต่การขยายความสัมพันธ์ทางสังคมและวัฒนธรรม เพราะเมื่อไม่นานมานักเธอก็ได้ไปเดินแฟชั่นโชว์ในชุดประจำชาติเกาหลี ในประเทศเวียดนาม ดังนั้นการที่หน่วยงานของรัฐบาลอย่างสำนักงานศูนย์อาเซียน-เกาหลี ( The ASEAN-Korea Centre ) จะเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ เพื่อศึกษาโอกาสทางการค้าหรือแม้แต่เพื่อการสานสร้างความสัมพันธ์ต่อกันกับประเทศใหม่ๆในอาเซียนจึงเป็นเรื่องปกติสำหรับรัฐบาลชุดปัจจุบันของเกาหลี

นครหลวงโซลจับมือกับเมืองต่างๆของจีนเพื่อคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

นครหลวงโซลจับมือกับเมืองต่างๆของจีนเพื่อคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

Published : 2014-01-28 17:04 Updated : 2014-01-28 17:04 ผู้ว่าการนครหลวงโซลกล่าวว่าจะมีความร่วมมือกับเทศบาลเมืองต่างๆของจีนในการยกระดับคุณภาพอากาศโดยมีผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการฝุ่นละอองในอากาศจากประเทศเพื่อนบ้านมาร่วมด้วย การลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับเมืองต่างๆของจีนเพื่อการส่งเสริมความร่วมมือในนโยบายการแบ่งปันอากาศบริสุทธิ์ที่เชื่อมโยงกับเทคโนโลยี และภูมิภาคที่เกี่ยวข้อง ร่วมกับเมืองต่างๆของกรุงปักกิ่ง เซี้ยงไฮ้ เซินหยาง และเทียนจิน รวมถึงจังหวัดซานดง การจับมือร่วมกันในโอกาสต่อไปเป็นเมืองอุลาบาทา ของมองโกเลีย จาง ฮุง แจ หัวหน้าภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมภาคส่วนนครหลวงโซล กล่าวว่า อย่างน้อยที่สุด 30 – 50 % ของฝุ่นละอองที่นี่มีกำเนิดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน ความร่วมมือระหว่างประเทศเป็นสิ่งสำคัญในการควบคุมฝุ่นละออง พื้นฐานบน บันทึกความเข้าใจ (MOU) นครหลวงโซลจะมีหน่วยให้คำปรึกษาระหว่างประเทศร่วมกับเทศบาลของกรุงปักกิ่ง โดยมีนโยบายในการขยายกลุ่มที่มีความผลักดันให้ประสบความสำเร็จ บันทึกความเข้าใจ (MOU) จะมีการลงนามกับนกรุงปักกิ่งประมาณเดือนมีนาคมนี้ ภายใต้แผนการใหม่ นครหลวงโซลตั้งเป้าหมายในการลดลงของค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละอองที่ 18 ไมโครกรัมต่อคิวบิตเมตรภายใน 10 ปี ซึ่งค่าเฉลี่ยในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 25 ไมโครกรัมต่อคิวบิตเมตร นครหลวงโซลแจ้งเตือนภัยเรื่องฝุ่นละอองอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง เมื่อความเข้มข้นของชั้นบรรยากาศอยู่ในระดับวัตถุอนุภาคสารพิษที่มากเกินควรกว่า 85 ไมโครกรัมต่อคิวบิตเมตร […]

ญี่ปุ่น*ไต้หวัน: ความตกลงสิทธิประมงฯ

  ข่าว_การเจรจาของคณะกรรมการร่วมประมงไต้หวัน-ญี่ปุ่นครั้งที่ 3 ได้มีการจัดทำระเบียบหลักปฏิบัติการทำประมงในเขตน่านน้ำประมงภายใต้ความตกลงสิทธิประมงไต้หวัน-ญี่ปุ่น โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องเป็นพิเศษในแง่ของความร่วมมือในเขตน่านน้ำและการปฏิบัติตามกฎหมายในเขต 3 เหลี่ยมทางทิศเหนือของหมู่เกาะปาฉงซาน (八重山) หรือ Sakishima Islands โดยใช้วิธีการ “แบ่งช่วงเวลาและแบ่งเขต” “แจ้งเหตุระหว่างกัน” “ไม่ขับไล่เรือประมงของอีกฝ่าย วาดเส้นเขตน่านน้ำในการทำประมงของแต่ละฝ่าย” เพื่อให้เรือประมงของทั้งสองฝ่ายสามารถทำประมงร่วมกันได้ (http://bit.ly/1foTeKo) *** แก้ไขปรับปรุง ครั้งล่าสุด _เมื่อวันที่ 30 ม.ค. 2557 *** วิเคราะห์_“Let us move from the era of confrontation to the era of negotiation.” (Richard M. Nixon) การเจรจาต่อรอง (Negotiation) เป็นการใช้อำนาจจากการต่อรองอย่างเป็นทางการ เพื่อการยอมรับและความเห็นชอบในการเปลี่ยนแปลงข้อเสนอที่ได้ทำการเจรจากัน หรือเป็นขั้นตอนที่สองฝ่ายขึ้นไปมีการต่อรองกันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อเสนอ หรือเป็นการประชุมเพื่อค้นหาข้อตกลงที่ยอมรับร่วมกัน หรือเป็นขั้นตอนของการตัดสินใจร่วมกัน ซึ่งเป็นการหาข้อตกลงร่วมกันระหว่างสองฝ่ายขึ้นไป โดยใช้สันติวิธี เน้นไปที่การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ และลดเงื่อนไขกันบ้าง จนหาข้อยุติปัญหาและข้อขัดแย้งได้ “All diplomacy is a continuation of […]

ญี่ปุ่นขอให้ช่วยสกัดการขยายอิทธิพลทางทหารในเอเชีย

ญี่ปุ่นขอให้ช่วยสกัดการขยายอิทธิพลทางทหารในเอเชีย

ญี่ปุ่นวอนโลกสกัดกั้นการขยายตัวทางทหารในเอเชีย เพื่อเลี่ยงความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งในภูมิภาคที่จะทำให้เกิดหายนะทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรีชินโสะ อาเบะ ผู้นำญี่ปุ่น กล่าวสุนทรพจน์ครั้งสำคัญในเวทีการประชุมเวิลด์ อิโคโนมิค ฟอรั่ม ที่เมืองดาวอส สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 22 มกราคมที่ผ่านมา เรียกร้องให้นานาชาติสนับสนุนฝ่ายญี่ปุ่น ในความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งกับจีนขึ้น ในเรื่องข้อพิพาททางเขตแดนในทะเลจีนตะวันออก นายอาเบะ ระบุว่า โลกจำเป็นต้องจำกัดการขยายทหารในเอเชีย ไม่เช่นนั้นเรื่องนี้อาจจะมีการขยายกำลังเพิ่มมากขึ้น จนตรวจสอบไม่ได้ ซึ่งหากสันติภาพ และเสถียรภาพของเอเชียตกอยู่ในภาวะสั่นคลอน ก็จะส่งผลกระทบต่อโลกที่เหลือเป็นวงกว้าง ผู้นำญี่ปุ่นย้ำด้วยว่า ผลตอบแทนการเติบโตทางเศรษฐกิจของเอเชียจะต้องไม่สูญเสียไป เพราะการขยายตัวทางทหาร แม้ว่านายอาเบะจะไม่ได้กล่าวถึงจีนอย่างชัดเจน แต่เจ้าหน้าที่ญี่ปุ่นขยายความถ้อยแถลงของเขาว่าเป็นเสียงเตือนต่อผู้ร่วมประชุมที่มีอิทธิพล ถึงมุมมองของญี่ปุ่นในเรื่องที่ว่า จีนกำลังเพิ่มความพยายามที่จะระรานญี่ปุ่นและประเทศเพื่อนบ้าน แหล่งที่มา: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์. ญี่ปุ่นวอนโลกสกัดขยายทหารในเอเชีย. [ออนไลน์]. แหล่งที่มา: http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/20140123/558068/ญี่ปุ่นวอนโลกสกัดขยายทหารในเอเชีย.html[25/01/14] วิเคราะห์ข่าว – การที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นายชินโสะ อาเบะหยิกยกเอาเรื่องความมั่งคงในภูมิภาคขึ้นมากล่าวในการประชุม World Economic Forum ครั้งนี้ เป็นประเด็นที่น่าแปลกใจไม่น้อย เนื่องจากว่าวัตถุประสงค์ของการประชุมนั้นต้องการให้ผู้นำทางการเมืองและทางเศรษฐกิจทั้งจากภาครัฐและเอกชนของประเทศต่างๆ แสดงทัศนวิสัยทางด้านเศรษฐกิจของโลก แต่นายอาเบะกลับนำเอาประแด็นความมั่นคงเข้ามาพาดพิงและชี้ให้เห็นว่าการขยายตัวทางทหารในเอเชียจะบั่นทอนการเติบโตของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะเศรษฐกิจของเอเชีย โดยความเสียหายทางเศรษฐกิจที่อาจจะเกิดขึ้นย่อมจะสร้างความกังวลใจให้แก่ญี่ปุ่น เนื่องจากเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเริ่มฟื้นตัวจากการผลักดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ตลอดจนอาจส่งผลกระทบต่อความเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นแหล่งการค้าและการลงทุนของญี่ปุ่นด้วย  ด้วยเหตุดังกล่าว ญี่ปุ่นจึงพยายามส่งเสียงเรียกร้องในเวทีนานาชาติ เพื่อให้นานาชาติช่วยจับตามองและกดดันจีนซึ่งกำลังขยายอิทธิพลทางความมั่นคงทะเลไม่ให้ดำเนินกิจกรรมทางทหารตามอำเภอใจมากเกินไป […]

ระบบปฏิบัติการสัญชาติจีน COS (China Operating System)

ระบบปฏิบัติการสัญชาติจีน COS (China Operating System)

  แหล่งข่าวและที่มาภาพ:  http://thai.cri.cn/247/2014/01/21/123s217423.htm วันที่ 15 มกราคมนี้ ระบบปฏิบัติการ COS (China Operating System) ที่ร่วมกันวิจัยและบุกเบิกโดยสถาบันวิจัยซอฟต์แวร์แห่งสภาวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนและบริษัทเทคโนโลยีเครือข่ายและการสื่อสารเหลียนถง เซี่ยงไฮ้ ได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงปักกิ่ง โดยระบบนี้สามารถใช้ในคอมพิวเตอร์ส่วนตัว สมาร์ท โฟน กล่องรับสัญญาณ และ เครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนอัจฉริยะ ที่มีความได้เปรียบด้านหน้าจอคมชัด  ปลอดภัยและมีความเร็วสูง จะเปิดยุคใหม่แห่งอุปกรณ์อัจฉริยะของจีน  การเปิดตัวระบบปฏิบัติการ COS ครั้งนี้ เกิดขึ้นเพื่อทำลายการผูกขาดของซอฟต์แวร์พื้นฐานของต่างประเทศ เช่น แอปเปิล และ กูเกิลนำการบุกเบิกระบบปฏิบัติการที่จีนถือสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาและมีความเป็นจีน โดยสามารถรองรับการใช้งานโปรแกรมสำเร็จรูป(application programs) ได้มากกว่า 1 แสนรายการ บทวิเคราะห์ข่าว รัฐบาลจีนสนับสนุนระบบปฏิบัติการสัญชาติจีนที่เรียกว่า COS (China Operating System) หวังลดการพึ่งพาระบบปฏิบัติการแบรนด์นอกทั้งกูเกิล แอปเปิล และไมโครซอฟท์ ที่ผูกขาดตลาดจีนมานาน โดยต้องการให้ระบบปฏิบัติการจีนเป็นทางเลือกใหม่ดึงดูดผู้ใช้งานที่ต้องการอะไรใหม่ๆ กระตุ้นให้เกิดการแข่งขันกับระบบปฏิบัติการอื่นของต่างประเทศ โดยเฉพาะไอโอเอส (iOS) และแอนดรอยด์ (Android) สมาร์ตโฟนรุ่นแรกที่ใช้ระบบปฏิบัติการจีนคือ HTC   ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนจากไต้หวัน ล่าสุดทางเอชทีซีได้ออกมารายงานแล้วว่าทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ […]

จีนปราบทุจริต ไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ครอบครัวอยู่ตปท.

จีนปราบทุจริต ไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ครอบครัวอยู่ตปท.

  ที่มาภาพ:  http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9570000006740 จีนเริ่มมาตรการล่าสุดในการกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่กำลังกัดกร่อนชาติ โดยประกาศตัดสิทธิ์การพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ลูกเมียย้ายถิ่นฐานไปอาศัยในต่างแดนปัจจุบันจีนกำลังประสบปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งสามี ภรรยา หรือบุตร ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันหมด เจ้าหน้าที่รัฐพวกนี้จะอาศัยเส้นสายของครอบครัว ที่อยู่ในต่างประเทศ ลอบเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปเมืองนอกอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ จึงเกิดคำเรียกขานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีพฤติกรรมดังกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ล่อนจ้อน” (naked officials)นายหวัง ฮ่วนชุน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ที่จะคอร์รัปชั่น โดยคดีทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 40 และคดีการทุจริตและฉ้อโกงเกือบร้อยละ 80 ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ล่อนจ้อน” นับเป็นครั้งแรก ที่มีการออกกฎระเบียบไม่พิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะนี้ กฎนี้ประกาศโดยฝ่ายการจัดตั้งองค์กรกลางพรรคคอมมิวนิสต์ (Organization Department) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจ และเป็นผู้ตัดสินใจในการแต่งตั้งตำแหน่งทางการเมือง และยังระบุด้วยว่า การพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องเน้นในเรื่องความซื่อสัตย์มั่นคงด้านศีลธรรมให้มากขึ้น รวมทั้งความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประชาชน ตลอดจนรักษาปกป้องสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าเกณฑ์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ต้องเป็นผู้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษเท่านั้น ส่วนผู้มีชื่อเสียงมัวหมองในหมู่สาธารณชนจะไม่ได้รับการพิจารณาส่งเสริม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ออกมาเตือนเช่นเดียวกับผู้นำจีนรุ่นก่อน ๆ ว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เนื่องจากการปราบปรามคอร์รัปชั่นมีความยากซับซ้อน และต้องใช้ […]

ธุรกิจภาคบริการของจีนก้าวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก

ธุรกิจภาคบริการของจีนก้าวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก

ที่มา http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=443&ELEMENT_ID=2452   สรุปข่าว          สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า สัดส่วนภาคบริการของจีน คิดเป็นร้อยละ 46.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของจีนในปี 2013 ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก โดยภาคอุตสาหกรรมอยู่ในอันดับที่สองประมาณร้อยละ 43.9 ของ GDP ในปี 2013 เศรษฐกิจของจีนขยายตัวร้อยละ 7.7 มูลค่ารวม 56.9 ล้านล้านหยวน (9.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมีการขยายตัวมากกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ที่ร้อยละ 7.5 โดยในภาคเกษตรหรือภาคปฐมภูมิ ขยายตัวไต่ขึ้นไปที่ร้อยละ 4 ในปีนี้ ที่ 5.7 ล้านล้านหยวน ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.8 ที่ 25 ล้านล้านหยวน และภาคบริการขยายตัวร้อยละ 8.3 อยู่ที่ 26.2 ล้านล้านหยวน การที่เศรษฐกิจในภาคบริการขยายตัวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมนั้นเป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจและสังคมของจีนได้เข้าสู่ย่างก้าวใหม่ การปฏิรูปใหม่ในประเทศควรมุ่งเน้นไปที่ภาคบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเงิน การส่งสินค้า และโลจิสติกส์ สอดคล้องตามแผน 5 ปี ฉบับที่ 12 […]

เกาหลีใต้, สวิสเซอร์แลนด์ลงนามข้อตกลงทางการค้าและเทคโนโลยี

ผู้นำของเกาหลีใต้และสวิสเซอร์แลนด์เห็นชอบในการส่งเสริมความร่วมมือแบบทวิภาคีในทางการค้า วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางอุตสาหกรรม ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮไปเยือนสวิสเซอร์แลนด์เป็นเวลา 4 วันในฐานะตัวแทนของประเทศ   และประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดี Didier Burkhalter ของสวิสเซอร์แลนด์ที่กรุงเบิร์น (Bern) ประเทศสวิสเซอร์แลนด์เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเพื่อหาแนวทางส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางการค้าและสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านอาชีวะศึกษา (vocational education)  เทคโนโลยีและความมั่นคงระดับโลก ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮ  กล่าวภายหลังการประชุมว่า “ประธานาธิบดี Burkhalter และฉันแลกเปลี่ยนความเข้าใจในเรื่องความฉลาดของมนุษย์ว่าคือกุญแจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์‘creative economy’ และเห็นชอบที่จะสร้างความร่วมมือในเรื่องการอาชีวะศึกษา” “ทั้งสองประเทศต่างก็แลกเปลี่ยนความเข้าใจซึ่งถือว่าเกิดศักยภาพขั้นสูงของความร่วมมือถ้าวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นพื้นฐานของสวิสเซอร์แลนด์สามารถรวมกันกับเทคโนโลยีด้านอุตสาหกรรมของเรา” ภายหลังการประชุมสุดยอด ผู้นำของทั้งสองประเทศได้ลงนามใน memorandums of understanding- MOU จำนวน 12 ฉบับรวมทั้งข้อตกลงในการส่งชาวเกาหลีใต้จำนวน 20 คนมาทำงานในบริษัทของสวิสเซอร์แลนด์ หลังจากสำเร็จการศึกษาจากวิทยาลัยอาชีวะศึกษาของเกาหลีใต้ในทุกปี  นอกจากนี้ผู้นำของทั้งสองประเทศยังได้ลงนามในข้อตกลงที่จะปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุนเพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนของสถาบันวิจัยและวิทยาลัยเทคโนโลยีของแต่ละประเทศ  ปาร์คเป็นประธานาธิบดีของเกาหลีใต้คนแรกที่ไปเยือนสวิสเซอร์แลนด์ในฐานะตัวแทนของประเทศนับตั้งแต่ทั้งสองประเทศเริ่มความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 1963  ถึงแม้สวิสเซอร์แลนด์จะเป็นประเทศที่มีประชากรไม่มากและไม่มีทรัพยากรมากแต่กลับเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากประเทศหนึ่ง โดยประชาชนของสวิสเซอร์แลนด์มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวเกือบ 80,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ ปี ซึ่งเศรษฐกิจที่เข้มแข็งนี้อยู่บนฐานของแรงงานที่มีฝีมือและใช้เทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์( Cho Chung-un, 2014) เอกสารอ้างอิง Cho Chung-un (2014). Korea, […]