Archive for November, 2013

สนามบินนาริตะเปิดบริการใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

สนามบินนาริตะเปิดบริการใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/11/258927.html, CHIBA, Japan, Nov. 28, Kyodo สรุปข่าว/ บริษัท ท่าอากาศยานนานาชาตินะริตะ จำกัด (มหาชน)  เปิดตัวนำเสนอ “ห้องประกอบพิธีละหมาดของชาวมุสลิม” ภายในอาคารสนามบินนาริตะใกล้เมืองโตเกียว อันเป็นบริการใหม่สำหรับนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมที่จะเดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวจากประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยได้จัดสรรพื้นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนากว้างจากเดิมเป็นสองเท่าภายในอาคารสนามบินถึงสี่แห่ง พร้อมกับจัดบริเวณสำหรับการทำความสะอาดร่างกาย รวมถึงแผนที่จะเริ่มให้บริการจัดเลี้ยงอาหารฮาลาลในห้องพักสำหรับผู้ที่รอขึ้นเครื่อง ขณะเดียวกันก็วางแผนที่จะตั้งร้านอาหารและครัวฮาลาลที่รับรองความถูกต้อง น่าเชื่อถือ (ไม่มีหมูและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์) พร้อมกันนี้นาย Makoto Natsume ประธานดำเนินงานได้กล่าวในงานแถลงข่าวที่สนามบินว่าบริษัทได้ดำเนินการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานนี้เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวจากโลกมุสลิมที่เดินทางเข้าประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ   ที่มาภาพ: http://english.kyodonews.jp/photos/2013/11/258908.html วิเคราะห์ข่าว/ ด้วยสถานการณ์ปัจจุบันที่ชาวมุสลิมมีการเดินทางท่องเที่ยวไปในประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รวมถึงญี่ปุ่นก็เป็นประเทศปลายทางของชาวมุสลิมดังสถิติที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจากผลสำรวจของบริษัท Crescentrating (http://asia.muslimthaipost.com) พบว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวชาวมุสลิมมีการขยายตัวเร็วกว่าการใช้จ่ายเฉลี่ยของนักท่องเที่ยวทั่วโลก และคาดว่าการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวมุสลิมจะขึ้นถึงปีละ 192,000 ล้านดอลลาร์ภายในปี 2563 อันนับว่าเพิ่มขึ้นมากจากปี 2554 ซึ่งมีการใช้จ่าย 126,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ชาวมุสลิมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นก็มีจำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะในอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศที่มีผู้นับถือศาสนาอิสลามมากที่สุดในโลก และญี่ปุ่นก็มีความสัมพันธ์อันดีกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในกรอบความร่วมมือ ASEAN+3 และ ASEAN-Japan ดังนั้นการจัดบริการด้านการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรกับชาวมุสลิมจึงเป็นกลยุทธ์การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่ญี่ปุ่นจะให้ความสำคัญ […]

เวียดนามตั้งเป้าการค้ากับจีน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2015

เวียดนามตั้งเป้าการค้ากับจีน 6 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2015

ที่มา http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th2/china-economic-business/result.php?SECTION_ID=576&ID=11117 สรุปข่าว                เวียดนามตั้งเป้าผลประกอบการการค้าชายแดนกับจีน 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 รัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนามกล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ประเทศจะทำงานเพื่อยกระดับผลประกอบการการค้าชายแดนกับกัมพูชา 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับลาว 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2015 จากปี 2008 ถึงเดือนกันยายน 2013 ผลประกอบการการค้าชายแดนของเวียดนามมีมูลค่าถึง 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเพิ่มขึ้นเฉลี่ยร้อยละสิบเป็นประจำทุกปี และในปี 2012 มีปริมาณการค้าชายแดนกับประเทศจีน กัมพูชา และลาวรวมประมาณ 1.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมีปริมาณการค้าระหว่างเวียดนามกับจีนอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ บทวิเคราะห์ จากการที่นายกรัฐมนตรีจีนได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีของเวียดนามเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เพื่อเสาะหาความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ ผู้นำทั้งสองประเทศได้เป็นประธานในการลงนามข้อตกลงด้านต่างๆ ทางธุรกิจจำนวน 12 ฉบับ เพื่อเพิ่มความร่วมมือด้านการค้า โครงสร้างพื้นฐาน พลังงาน และงานด้านทะเล และจะมีการดำเนินมาตรการต่างๆ เพื่อรักษาดุลการค้า ขยายความเชื่อมโยงทางการเงินและเงินตรา และพัฒนาความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากความเสี่ยงทางการเงิน ทั้งสองประเทศยังจะใช้ประโยชน์จากโครงการสำคัญๆ ด้านการเชื่อมต่อทางการขนส่งอีกด้วย อีกทั้งจีนยังเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของเวียดนาม และเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของอาเซียนด้วยเช่นกัน จะเห็นได้ว่าจีนกำลังเสริมสร้างอิทธิพลของตนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านทางความเกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจในทางที่ก่อให้เกิดประโยชน์ หากความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศประสบความสำเร็จก็จะนำมาซึ่งผลประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย เพราะเวียดนามเองก็เป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก […]

อาณาเขตทางอากาศ ADIZ ทำให้เกิดข้อขัดแย้งในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือมากขึ้น

  เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาจีนได้ประกาศอาณาเขตทางอากาศ (Air defence identification zone-ADIZ) ที่เครื่องบินต่างๆที่บินผ่านใน ADIZ ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของจีนหรืออาจต้องเผชิญกับมาตรการรักษาความปลอดภัยแบบฉุกเฉิน ADIZ ของจีนในทะเลจีนตะวันออกนั้นทับซ้อนกับทั้งอาณาเขตของเกาหลีใต้และญี่ปุ่น ที่มาของความขัดแย้งดังกล่าวมาจากกรณีพิพาทอันยาวนานระหว่างจีนละญี่ปุ่นเรื่องเกาะ Senkaku หรือ Diaoyu  นอกจากนี้แล้ว ADIZ ยังครอบคลุมพื้นที่รอบๆ Ieodo,ซึ่งเป็นหินที่อยู่ใต้ทะเลตั้งอยู่ห่างออกไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะ Marado ของเกาหลีใต้ 149 กิโลเมตร ในทะเลจีนตะวันออกอันเป็นพื้นที่ทับซ้อนในเขตเศรษฐกิจ (Economic Zone-EEZ) ของทั้งสองประเทศ ที่สร้างความตึงเครียดระหว่างเกาหลีใต้และจีนมานานแล้ว  ทางโซลและปักกิ่งได้เจรจาเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจน ทางเกาหลีใต้ได้กล่าวแสดงความเสียใจและไม่สามารถยอมรับการประกาศ ADIZ ของจีนเพียงฝ่ายเดียว โดยที่ไม่ได้เจรจากับทางเกาหลีใต้และญี่ปุ่น (The Korea Herald, 2013) ส่วนสหรัฐอเมริกานั้นได้ส่ง เครื่องบินรบ B-52 จำนวน 2 ลำและเครื่องบินที่ไม่ติดอาวุธมายังพื้นที่พิพาทในทะเลจีนตะวันออกแล้ว พันเอก Steve Warren  กล่าวที่ Pentagon ซึ่งเป็นอาคารสำนักงานใหญ่ของกระทรวงกลาโหมสหรัฐอเมริกาว่า “วอชิงตันได้เข้าไปปฏิบัติการในพื้นที่เกาะ Senkaku แล้ว” “เราได้ดำเนินการตามขั้นตอนของเราไม่ใช่ตามเงื่อนไขของของจีน” (www.bbc.co.uk, 2013) […]

ธุรกิจน้ำตาลจีนประสบภาวะวิกฤต

ธุรกิจน้ำตาลจีนประสบภาวะวิกฤต

ที่มา http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/articles/detail.php?IBLOCK_ID=70&SECTION_ID=508&ELEMENT_ID=12360   สรุปข่าว                สมาคมผู้ผลิตน้ำตาลจีนคาดการณ์ว่าในปี 2555/2556 กว่าร้อยละ 60 ของบริษัทการผลิตน้ำตาลที่อยู่ในเขตปกครองตนเองกว่างซี ซึ่งเป็นแหล่งผลิตน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของจีนนั้น จะประสบภาวะขาดทุน ซึ่งปัญหาดังกล่าวก็ยังเกิดขึ้นกับบริษัทในยูนหนาน มณฑลไห่หนาน และมณฑลเฮหลงเจียงเกือบทั้งหมดเช่นกัน โดยมีสาเหตุหลักคือการนำเข้าน้ำตาลราคาถูกจากต่างประเทศ จากสถิติของสมาคมผู้ผลิตน้ำตาลจีน ในปี 2555/2556 จีนมีผลผลิตน้ำตาลทั้งสิ้น 13.07 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 1.55 ล้านตันจากปีก่อน แต่ในครึ่งแรกปี 2556 จีนได้นำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศจำนวนมาก ทำให้ราคาน้ำตาลภายในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าธุรกิจน้ำตาลจีนจะขาดทุน 10,000 ล้านหยวนในปีนี้ ในฐานะที่เป็นประเทศผู้นำเข้าน้ำตาลที่ใหญ่ที่สุดของโลก ใน 9 เดือนแรกปีนี้ จีนได้นำเข้าน้ำตาล 2.93 ล้านตัน โดยราคานำเข้าเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมเท่ากับ 4,207 หยวนต่อตัน (ถูกลง 1,278 หยวนต่อตันเมื่อเทียบกับราคาน้ำตาลที่ตลาดกว่างตง) ทั้งนี้ สืบเนื่องจากปริมาณการผลิตน้ำตาลของโลกในปีนี้ได้เพิ่มมากขึ้นอย่างมากรวมทั้งราคาถูก จึงทำให้ปริมาณการนำเข้าน้ำตาลจากต่างประเทศเพิ่มมากขึ้น หากพิจารณาสถิติการจำหน่าย พบว่า ภายในสิ้นเดือนกรกฎาคม 2556 (ภายในปี 2555-2556) จีนได้จำหน่ายน้ำตาลทั้งสิ้น 11.18 […]

เกาหลีเหนือสั่งประหารนักโทษต่อหน้าสาธารณชนข้อหาดูทีวีเกาหลีใต้

เกาหลีเหนือสั่งประหารนักโทษต่อหน้าสาธารณชนข้อหาดูทีวีเกาหลีใต้

ทหารเกาหลีใต้ประจำการที่ชายแดนเกาหลีเหนือที่มีรายงานออกมาเกี่ยวกับการสั่งประหารนักโทษ 80 คน By Ted Thornhill PUBLISHED: 09:46 GMT, 11 November 2013 | UPDATED: 11:46 GMT, 11 November 2013 เกาหลีเหนือบังคับให้สตรีและเด็กเข้าไปในสนามกีฬากลางเพื่อดูการประหารชีวิตนักโทษด้วยปืนกล แหล่งข่าวแจ้งว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ ที่ 3 พฤศจิกายน 2556 (2013) จูง อัง อิลโบ ไม่สามารถยืนยันการตายได้ แต่เขากล่าวว่าแหล่งข่าวใกล้ชิดกับหน่วยงานภายในของเกาหลีเหนือได้ไปเห็นเหตุการณ์และไม่สามารถให้ข้อมูลถึงสถานที่ต่างๆ แต่สามารถคาดเดาว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นจริงเพื่อจะหยุดแนวคิดของผู้ที่มีฐานะร่ำรวยที่มีเพิ่มมากขึ้นในสังคม โดยการเลือกสถานที่ในการลงโทษประหารเพื่อให้คนในสังคมได้รับรู้ว่าการชมสื่อภาพยนตร์เกาหลี การเผยแพร่สื่อลามก การค้าประเวณี และการครอบครองคัมภีร์ใบเบิ้ล เป็นปัญหาอาชญากรรม จูง อัง อิลโบ รายงานว่า ในย่านวอนซาน จังหวัดกางวอน ประชาชน ประมาณ 10,000คน ถูกบังคับให้เข้าไปในสนามกีฬาชินโปง และบังคับให้ชม นักโทษ 8 คน ที่ถูกมัดกับเสา และมีถุงกระสอบคลุมหัว กำลังถูกประหารด้วยปืนกล แหล่งข้อมูลกล่าวว่าเขาได้ยินจากที่พักและเห็นว่าทุกคนหวาดกลัวต่อเหตุการณ์ดังกล่าว […]

ซ.ต.พ. นโยบายพักรบทางการทูต

ข่าว:-ประธานาธิบดียายา จาเม่ (Yahya Jammeh) แห่งแกมเบียได้ประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอย่างกระทันหันเมื่อวันที่ 14 พ.ย. 2556   จีนแผ่นดินใหญ่ได้แสดงท่าทีเลือกที่จะไม่มีสัมพันธ์กับแกมเบีย แสดงให้เห็นว่า  ”ความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันมีมากกว่าผลประโยชน์ที่ได้จากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแกมเบีย”***(แก้ไขปรับปรุง ครั้งล่าสุด_ เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2557)*** วิเคราะห์:-“All diplomacy is a continuation of war by other means.” (Zhou Enlai) …มุมมองไต้หวัน รำพันว่า ก่อนปี 2551 ไต้หวันกับจีนแผ่นดินใหญ่พยายามดึงประเทศต่างๆ ให้สถาปนาความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการ  ทั้งสองจีนเล่นบทบาทเจ้าบุญทุ่มในเวทีการเมืองระหว่างประเทศขยันให้ความช่วยเหลืออย่างมากมายมหาศาลเพื่อดึงให้ประเทศต่างๆรับรองตน ทำให้หลายประเทศวิ่งไปวิ่งมาระหว่างช่องแคบไต้หวันแสวงหาผลประโยชน์จากทั้งสองฝ่าย กระทั่งกลายเป็นการเรียกร้องผลประโยชน์ทางการทูตให้กับตน   …หลังจากปี 2551 ประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) หม่า อิงจิ่ว ได้รื้อฟื้นการเจรจาระหว่างองค์กรกลางของช่องแคบไต้หวันฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน รวมทั้งผลักดันนโยบาย “ทางรอดทางการทูต” และ “พักรบทางการทูต (diplomatic truce) ” จนกลายเป็นสิ่งที่รู้กันเป็นอย่างดีสำหรับทั้งสองฝ่ายว่าจะไม่ดึงประเทศพันธมิตรของอีกฝ่าย ทั้งนี้ บริบทการพักรบทางการทูตทำให้ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันไม่อาจที่จะอาศัยความขัดแย้งระหว่างช่องแคบไต้หวันมาหาประโยชน์ได้อีกต่อไป…ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่า-กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากแกมเบียไม่พอใจการให้ความช่วยเหลือจากไต้หวัน! หรือ ได้รับแรงกดดันจากทางการจีนแผ่นดินใหญ่?… ถ้าหาก – ปักกิ่งสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับแกมเบียในช่วงเวลาอันสั้นในเร็วๆ นี้ และให้ความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องต่อแกมเบีย – แล้วไซร้ – ก็ “ซ.ต.พ.” —> นโยบายพักรบทางการทูตล้มเหลวอย่างไม่เป็นท่า…   แหล่งข้อมูล:http://bit.ly/IhkXCf , http://bit.ly/1ciAjzd;  http://bit.ly/1aZsrjm;  http://bit.ly/1jzB09J;  http://bit.ly/1hcijvW ;  http://bit.ly/1hcijvW ,  http://bit.ly/17TETGF ,  http://bit.ly/1i813cG, http://bit.ly/1aL6YPg; […]

เฮลิคอปเตอร์พุ่งชนอาคารสูงในกรุงโซลอย่างมีเงื่อนงำ

เฮลิคอปเตอร์พุ่งชนอาคารสูงในกรุงโซลอย่างมีเงื่อนงำ

ภาพหน้าต่างอาคารที่พักอาศัย ไอปาร์ค ในย่านซัมเซิง ทางตอนใต้กรุงโซล ส่วนภาพขวาเป็นซากเฮลิคอปเตอร์ซีคอสกี้ ของบริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ ที่พุ่งชนอาคาร ทำให้นักบินสองคน เสียชีวิต เมื่อวันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2556 / ข่าวยนฮับ โดย คิม แท เกียว คำถามและความคลางแคลงใจของเจ้าบ้านผู้อาศัยในอาคารสูงที่ถูกเฮลิคอปเตอร์เอกชนในกรุงโซล เมื่อวันเสาร์ ที่ 16 พฤศจิกายน 2556 คร่าสองชีวิตนักบิน ผู้มีฝีมือว่าทำไมเขาถึงทำการบินในขณะที่อากาศอยู่ในภาวะอันตรายเนื่องจากหมอกลงจัด บริษัท แอลจี อิเลคทรอนิคส์ เจ้าของเฮลิคอปเตอร์กล่าวว่ากัปตัน ปาร์ค อิน เคียว ตัดสินใจนำเครื่องบินออกจากสนามบินนานาชาติ คิมโป เมื่อตอนเช้าวันเสาร์ เพื่อไป ลานขึ้นลงของเฮลิคอปเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆกับอาคารที่พักอาศัยดังกล่าว ในภาคตะวันออกของนครหลวงโซล แหล่งข่าวอ้างว่ากับตัน ปาร์ค มีประวัติการบิน หากมีหมอกลงจัดเขาจะไม่ทำการบินอย่างแน่นอน และมีข่าวลือว่า กับตันถูกบังคับให้ทำการบินเพราะมีกำหนดจะต้องไปรับผู้บริหารระดับสูงของบริษัทเพื่อไปส่งที่โรงงานในเมืองจอนจูทางตอนใต้ของโซลประมาณ 200 กิโลเมตร ในขั้นต้นกับตันปาร์ครายงานแล้วว่าเครื่องไม่สามารถบินขึ้นได้เนื่องจากหมอกลงจัด และเพื่อนของเขากล่าวว่าปาร์คเป็นคนที่มีหลักการในการทำงาน โดยปกติจะไม่บินในขณะที่อากาศมีทัศนะวิสัยไม่ดี มีการกล่าวขานกันว่าทำไมถึงไม่ใช้บรรทัดฐานการบิน […]

ญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.8% ภายในปี 2020

ญี่ปุ่นแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 3.8% ภายในปี 2020

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/11/256604.html, TOKYO, Nov. 15, Kyodo  สรุปข่าว/ รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศมุ่งมั่นเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงให้ได้ร้อยละ 3.8 จากปี 2005 ให้สำเร็จในปี 2020 ในฐานะประเทศที่มีโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ โดยเป้าหมายใหม่นี้จะสามารถโน้มน้าวนานาชาติได้ในฐานะที่แสดงให้เห็นถึงการปรับเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 3 ในปีฐาน 1990 ที่มีการลงนามในพิธีสารเกียวโต ซึ่งรัฐบาลเองก็ได้เสนอว่าอาจจะมีการปรับเพิ่มเป้าหมายหากสามารถผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ได้อย่างต่อเนื่อง ในการนี้นาย Nobuteru Ishihara รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมจะประกาศเป้าหมายใหม่ของญี่ปุ่นต่อการประชุมเจรจาสมัชชารัฐภาคี สมัยที่ 19 (COP19) ณ กรุงวอซอร์ ประเทศโปร์แลนด์ ภายใต้กรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ วิเคราะห์ข่าว/ การที่ญี่ปุ่นประกาศแถลงเพิ่มเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้สูงกว่าระดับการปล่อยในปี 1990 คือร้อยละ 3 นั้น เนื่องมาจากญี่ปุ่นมีข้อผูกพันกับการรักษาสิ่งแวดล้อมผ่านพิธีสารเกียวโต อันเป็นข้อตกลงที่ญี่ปุ่นได้ลงนามรับรองและให้สัตยาบันในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change) ซึ่งให้ประเทศพัฒนาแล้วและประเทศอุตสาหกรรม (ภาคีภาคผนวกที่ 1) ต้องลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้กลับไปอยู่ในระดับการปล่อยในปี 1990 โดยในข้อตกลงระยะผูกมัดการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรอบที่สองจะมีผลบังคับระหว่างปี 2013-2020 ประกอบกับที่ญี่ปุ่นได้พยายามมีบทบาทนำในเรื่องดังกล่าว จึงต้องการแสดงให้ประชาคมโลกเห็นถึงความตระหนักต่อประเด็นปัญหาสิ่งแวดล้อมและมีความคาดหวังว่าจะสามารถโน้มน้าวหรือกระตุ้นให้นานาชาติร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย […]

นโยบายด้านความมั่นคงของโซลต่อเอเชีย: แนวทางใหม่ของการฑูตเกาหลีใต้

    โซลได้ประกาศนโยบายด้านความมั่นคง (Seoul Defense Dialogue-SDD) ในเอเชียโดยมุ่งเน้นการดำเนินการทูตแบบพหุภาคีกับสองภูมิภาคคือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้กับจีนแนวนโยบายพื้นฐานของ SDD คือ “การร่วมมือกันทางด้านความมั่นคงและสันติภาพ” มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมทางด้านความมั่นคงและสร้างความไว้วางใจด้านการทหารในเอเชีย-แปซิฟิก รวมทั้งบนคาบสมุทรเกาหลี โดยโซลเริ่มใช้ SDD เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2012 ในช่วงแรกนั้นมีรัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆเข้าร่วมจำนวน 7 ประเทศ แต่ในปัจจุบันได้ขยายไปเป็นจำนวน 24 ประเทศ แนวความคิดหลักของ SDD ในปัจจุบันคือ 1)      ถึงแม้ว่าประเทศต่างๆในเอเชียจะมีความร่วมมือกันทางเศรษฐกิจ แต่ความจริงแล้วยังขาดซึ่งความร่วมมือด้านความมั่นคง ดังนั้น SDD จึงเป็นพื้นฐานสำหรับความร่วมมือแบบพหุภาคีสำหรับความก้าวหน้าในเรื่องความมั่นคงในเอเชีย 2)      จากการที่เกาหลีเหนือได้ทำการทดสอบอาวุธนิวเคลียร์และปล่อยขีปนาวุธและรัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมี ประเทศต่างๆจึงอยู่ในสภาพการณ์ที่มีอันตรายจากอาวุธที่มีอำนาจการทำลายล้างสูง รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆจึงเห็นความสำคัญในความจริงดังกล่าวและนี่คือความรับผิดชอบและบทบาทต่อภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกและต่อสังคมโลก 3)      ในเรื่องความไม่มั่นคงปลอดภัยในโลกไซเบอร์ในศตวรรษที่ 21 จึงได้สร้างความร่วมมือขึ้นใหม่ระหว่างสถาบันทางทหารกับพลเรือนและบทบาทของสถาบันทหารต่อความมั่นคงในโลกไซเบอร์ 4)      รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆได้อภิปรายกันถึงประสิทธิผลในการแก้ปัญหาและแนวทางในการเผชิญกับการโจมตีในโลกไซเบอร์ในระดับของกฎหมายระหว่างประเทศและข้อตกลงต่างๆ 5)      จากการที่สหรัฐอเมริกาได้ลดงบประมาณทางด้านความมั่นคง รัฐมนตรีด้านความมั่นคงของประเทศต่างๆจึงรวบรวมกรณีต่างๆที่เกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงในเอเชีย-แปซิฟิกจากหลายประเทศและแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันในการจัดการทางด้านความมั่นคง (Hwang Jae-ho, 2013) บทวิเคราะห์ เรื่องความมั่นคงนั้นเกาหลีใต้มีความกระตือรือร้นเนื่องมาจากต้องเผชิญกับภัยคุกคามต่างๆ เช่น เรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือที่ยังแก้ไขไม่ได้หรือการถูกโจมตีในโลกไซเบอร์ จึงได้เจรจากับประเทศต่างๆในเอเชีย-แปซิฟิกและเริ่มใช้ SDD […]

นโยบายด้านความมั่นคงของโซลต่อเอเชีย: แนวทางใหม่ของการทูตเกาหลีใต้

โซลได้ประกาศนโยบายด้านความมั่นคง (Seoul Defense Dialogue-SDD) ในเอเชียโดยมุ่งเน้นการดำเนินการทูตแบบพหุภาคีกับสองภูมิภาคคือ ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกาและเกาหลีใต้กับจีน แนวนโยบายพื้นฐานของ SDD คือ “การร่วมมือกันทางด้านความมั่นคงและสันติภาพ” มี