Category: Taiwan_Politics

ผู้ชุมนุมชาวไต้หวันเร่งรัฐบาล ลบทำลายมรดกตกทอดจาก Chaing Kai Shek

สำหรับชาวไต้หวัน 23 ล้านคน วันพุธที่ 28 ก.พ. 2018 คือวันครบรอบปีที่ 71 ของการสังหารหมู่ประชาชนอย่างน้อย 18,000 ชีวิต ในเหตุการณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อ ‘เหตุการณ์ 228’ (228 Incident) ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1957 วันที่ 28 ก.พ. ของทุกปี เป็นวันหยุดของชาวไต้หวัน และเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ชาวไต้หวันกลุ่มหนึ่งก็ใช้โอกาสนี้เรียกร้องให้รัฐบาล Tsai Ing Wen เร่งรัดแผนการลบทำลายสัญลักษณ์ทั้งในเชิงรูปธรรมและนามธรรมที่ระบอบเผด็จการในยุคสมัยของ Chiang Kei Shek ทิ้งไว้บนเกาะแห่งนี้ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่ไต้หวันเพิ่งจะผ่านกฎหมายที่จะจัดการกับมรดกของความอยุติธรรมภายใต้การปกครองของ Chiang Kei Shek เมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี้เอง ซึ่งหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ชื่อของถนนและโรงเรียนที่ตั้งขึ้นเพื่อรำลึกถึงอดีตผู้ปกครองจะถูกเปลี่ยน และบรรดารูปปั้นของเขาจะถูกรื้อถอน อย่างไรก็ตาม หลายปีที่ผ่านมา รูปปั้นของ Chiang Kei Shek นับร้อยชิ้นก็ถูกนำมารวมไว้ใกล้กับสุสานของเขาในเมืองเถาหยวนอยู่ก่อนแล้ว และเมื่อวันพุธ กลุ่มผู้ประท้วงราวสิบคนก็บุกเข้าไปในสุสานพร้อมกับผืนผ้าที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาลจีน จากนั้นก็ราดเทสีแดงลงบนโลงหินของ Chiang Kei […]

ไต้หวันชงแผนงบกลาโหมยาวถึงปี 68 เสริมสร้างป้องกันประเทศรับมือจีน

ไต้หวันชงแผนงบกลาโหมยาวถึงปี 68 เสริมสร้างป้องกันประเทศรับมือจีน

วันที่ 11 มกราคม 2018 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า พรรครัฐบาลของไต้หวันเตรียมวางแผนจัดสรรงบประมาณระยะยาวโดยเพิ่มสัดส่วนงบประมาณกลาโหมเพื่อพัฒนาระบบอาวุธป้องกันประเทศให้ก้าวหน้า ซึ่งถูกมองว่ามุ่งมั่นในเสริมสร้างป้องปรามการโจมตีจากจีนมากขึ้น โดยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าของนางไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ได้วางกรอบงบประมาณใช้จ่ายด้านนี้ยาวถึงปี 2025 โดยทางการระบุว่า หากรัฐสภาอนุมัติแผนงบประมาณอนาคตนี้ คาดว่าในปี 2025 งบประมาณด้านกลาโหมจะใช้กับโครงการต่างๆเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20 เปอร์เซ็น หรือราว 6.2 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน ถึง 3.8 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน อีกทั้งเศรษฐกิจไต้หวันในปีนี้ เติบโตตามเป้า การใช้จ่ายเพื่อป้องกันประเทศจึงเป็นสิ่งที่เกินจากที่ประธานาธิบดีประกาศไว้ว่ารัฐบาลจะแก้ไขตัดรายจ่ายงบประมาณกองทัพ ทางการไต้หวันระบุว่า นางไช่และทีมนโยบายได้พบปะกับผู้นำเหล่าทัพหลายครั้งเพื่อผลักดันการลงทุนด้านการฝึกฝนและอุปกรณ์ครั้งใหม่ ซึ่งตามแถลงการณ์ของกระทรวงกลาโหมระบุคือ สิ่งสำคัญเร่งด่วนได้แก่ จรวดมิสไซล์ โดรนและระบบสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องบินขับไล่และระบบป้องกันขีปนาวุธใหม่ รายงานระบุว่า แม้ยุทโธปกรณ์ส่วนใหญ่จะผลิตขึ้นในประเทศ แต่ทั้งนี้ยังมีแผนการสร้างเรือดำน้ำ 8 ลำ ซึ่งเป็นแผนขับเคลื่อนระยะยาวเพื่อเสริมสมรรถนะตามที่ตกลงกับสหรัฐฯไว้ไม่นาน แต่สิ่งเหล่านี้อาจเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัฐบาลจีนกับรัฐบาลสหรัฐฯมากขึ้น ทางการยังระบุว่า ส่วนงบประมาณเพิ่มเติม จะมุ่งเสริมสร้างด้านยุทธศาสตร์ป้องกันแบบอสมมาตรในระยะสั้นและเสริมสมรรถนะอาวุธและยุทโธปกรณ์ทั้งจากที่ผลิตในประเทศและผ่านการจัดซื้ออาวุธในระยะยาว ด้านรัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมไต้หวันกล่าวยืนยันกับสื่อว่า สงครามอิเล็กทรอนิกส์ ความมั่นคงด้านสารสนเทศ และโดรนที่ถูกพัฒนาคือเป้าหมายสำคัญในปีนี้ พร้อมกับโครงการอื่นที่ขับเคลื่อนไปด้วยอย่าง การปรับปรุงระบบป้องกันขีปนาวุธแพตทริออทของบริษัทเรทิออน เครื่องขับไล่เอฟ-16 เอ/บี ของบริษัทล็อคฮีท มาร์ตินและเครื่องบินสำหรับการฝึกที่ผลิตในประเทศ […]

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัว “การประชุมอวี้ซาน-นวัตกรรมและความก้าวหน้าของเอเชีย” โดยไช่ อิงเหวินได้เตรียมส่งเสริมแผนการเรือธง 5 ด้าน สำหรับนโยบายมุ่งลงใต้ และเตรียมก่อตั้ง “มูลนิธิแลกเปลี่ยนเอเชีย – ไต้หวัน” เพื่อเป็นการจัดการประชุมอวี้ซานอย่างฐาวร ไช่ อิงเหวิน กล่าวว่า ภาระกิจแรกของไต้หวันคือ การเปลี่ยนตำแหน่งบทบาทของไต้หวันในภูมิภาค นโยบายมุ่งลงใต้คือกลยุทธ์ระดับเอเชียของไต้หวัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ไต้หวัน และประเทศต่างๆ ในโลกในการขยายการทำงานร่วมกัน ขยายบทบาทของไต้หวันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ที่ผ่านมานโยบายมุ่งลงใต้มีการผลักดันความร่วมมือต่างๆ ในภูมิภาค เช่น RCEP (ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแข็งขันซึ่งกันและกัน แต่ยังเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันอีกด้วย ไช่ อิงเหวิน กล่าวเสริมว่า ในลำดับต่อไป ไต้หวันจะมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมแผนการ 5 เรือธง ซึ่งประกอบไปด้วย การพัฒนาบุคลากร, ความร่วมมือในอุตสาหกรรมนวัตกรรม, ความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค, ความร่วมมือด้านการแพทย์และสุขภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่นเดียวกับการจัดการประชุมที่เกี่ยวข้้องกับนโยบายมุ่งลงใต้ และการแลกเปลี่ยนเยาวชน ซึ่งการประชุมอวี้ซานก็ถือเป็นการบุกเบิกแผนการเรือธงของไต้หวัน สำหรับแผนการ […]

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

“Daily Inquirer” จัดเป็นหนึ่งในสามสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษชื่อดังของประเทศฟิลิปปินส์ โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2017ที่ผ่านมา บนเว็บไซต์ INQUIRER.NET ได้ลงบทความในหัวข้อ “Taiwan reaches out to neighbors, embraces immigrants” โดยมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวันอย่าง ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา นโยบายมุ่งลงใต้ของไต้หวัน และการดูแลผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน โดยในย่อหน้าแรกได้กล่าวว่าทะเลสาบสุริยันต์จันทรานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจาก 30 ประเทศ หรือกว่า 2 หมื่นคน มาร่วมเทศกาลว่ายน้ำข้ามทะเลสาบที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี สำหรับชาวต่างชาติแล้วเป็นกิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาด อีกทั้งยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายมุ่งลงใต้ โดยไต้หวันได้ส่งเสริมนโยบายมุ่งลงใต้โดยการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการเดินทางมาไต้หวัน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดทางใต้ของไต้หวัน นอกจากนี้ไต้หวันยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับฟิลิปปินส์ในด้านพลังงาน การเกษตร  และการศึกษา เป็นต้น สำหรับการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยของไต้หวัน และฟิลิปปินส์ สำหรับบทสรุปในบทความ กล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ดูแล ต้อนรับและเป็นมิตรผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านจากอินโดนิเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และกัมพูชา ที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน มีการช่วยเหลือให้พวกเค้าปรับตัวในการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมของไต้หวันด้วย นอกจากนี้ไต้หวันยังมีการตอบสนองกับการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวมุสลิมจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยมีการเตรีมพร้อมในด้านอาหารมุสลิม […]

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) พรรคที่ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ระบุว่า ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวัน อนุมัติการยื่นขอลาออกของ หลิน ฉวน นายกรัฐมนตรีไต้หวันแล้ว โดยการลาออกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นไปเพื่อฟื้นคะแนนนิยมของประธานาธิบดีไช่ ที่ลดต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา รายงานระบุว่า หลังประธานาธิบดีไต้หวันที่เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 มีคะแนนนิยมลดต่ำลงเหลือเพียง 29.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายหลิน นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกร่วมพรรคดีพีพี ว่าดำเนินนโยบายผิดพลาด เช่น การระงับความสัมพันธ์กับจีน การปฏิรูประบบบำนาญ และกฎหมายแรงงานเป็นต้น ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้นายหลิน ลาออกเพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยมของประธานาธิบดี และปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2563 ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนคือนายวิลเลียม ไล่ นายกเทศมนตรีเมืองไถหนัน ที่ได้รับความนิยมและเป็นสมาชิกพรรคระดับสูงของพรรคดีพีพี   ที่มาข่าวและภาพ: มติชน

รัฐมนตรีไต้หวันลาออกเซ่นไฟฟ้าดับทั่วเกาะ

ไต้หวันเร่งสอบสวนสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ กระทบเกือบ 7 ล้านครัวเรือนเมื่อวันอังคาร ด้านรัฐมนนตรีเศรษฐกิจลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รัฐบาลไต้หวันแถลงสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในประเทศเมื่อเย็นวันอังคารที่ 15 สิงหาคม ทำให้บ้านเรือนประชาชน 6.68 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้กินพื้นที่ 17 เมือง รวมถึงบริษัทและโรงงานต่างๆ ไฟฟ้าดับเช่นกัน เกิดจากความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 6 เครื่องของโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊ซธรรมชาติในเมืองเถาหยวนหยุดทำงาน ทำให้กระแสไฟฟ้าทั่วประเทศถูกตัด เหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในไต้หวันเมื่อวันอังคารทำให้ไฟสัญญาณจราจรในหลายพื้นที่ไม่ทำงาน และมีรายงานเหตุประชาชนติดค้างอยู่ในลิฟต์ รวมถึงสร้างความโกลาหลในร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญกับอากาศร้อนที่อุณหภูมิราว 32 องศาเซลเซียส และไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ในช่วงบ่ายวันพุธ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจหลี่ จื้อคัง ประกาศลาออกเมื่อค่ำวันอังคารเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีไต้หวันหลิน ชวน ระบุจะตั้งกรรมการจากภายนอกเพื่อเข้ามาตรวจสอบเครือข่ายผลิตไฟฟ้าทั่วเกาะไต้หวัน ซีพีซี คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการส่งแก๊ซแถลงถึงเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับว่า เกิดจากปัญหาทางโครงสร้างและความผิดพลาดของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนอุปกรณ์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในเมืองเถาหยวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศที่ดำเนินงานโดยไต้หวัน พาวเวอร์ โค ด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แถลงขอโทษที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ ระบุว่าการจัดหาไฟฟ้าเป็นความมั่นคงของชาติ และย้ำถึงความสำคัญที่จะต้องเพิ่มความปลอดภัยกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ   ข่าวจาก Reuters

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไต้หวัน หลัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่พอใจการใช้งบประมาณสูงกว่า 4 แสนล้านบาท พัฒนาโครงการของพรรครัฐบาล

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไต้หวัน หลัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่พอใจการใช้งบประมาณสูงกว่า 4 แสนล้านบาท พัฒนาโครงการของพรรครัฐบาล

วันนี้ (14 ก.ค.2560) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไต้หวันจากพรรคก๊กมินตั๋งขว้างปาสิ่งของและเก้าอี้ในระหว่างการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประธานาธิบดีไต้หวัน นอกจากนี้ ยังปาลูกโป่งบรรจุนํ้าใส่ นาย Lin Chuan นายกรัฐมนตรีไต้หวัน เพื่อขัดขวางไม่ให้รายงานงบประมาณของโครงการต่อที่ประชุมได้ ทำให้ต้องปิดการประชุมสภาลงไปในที่สุด โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมการติดตั้งเสาไฟฟ้าตลอดเส้นทางรถไฟมาตรการป้องกันนํ้าท่วม รวมไปถึงการส่งเสริมพลังงานสีเขียวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งใช้งบประมาณมากถึง 420,000 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 460,000 ล้านบาท รักษาการประธานพรรคก๊กมินตั๋งนำกลุ่มผู้ประท้วง และสมาชิกพรรคฝ่ายค้านมาชุมนุมกันบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา พร้อมทั้งตะโกนเรียกร้องให้ยุติการดำเนินโครงการที่ใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น ขณะที่ ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า ความนิยมในตัวประธานาธิบดีไต้หวัน ลดลงจากร้อยละ 70 เหลือเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น หลังจากรัฐบาลเตรียมปฏิรูประบบบำนาญ จนเกิดการประท้วงใหญ่ขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มาภาพ : Taipei Times

ไต้หวันประณามสหประชาชาติ หลังนักศึกษาถูกห้ามเดินทางไปยังนครเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ไต้หวันวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสหประชาชาติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมาหลังนักศึกษาไต้หวันถูกห้ามเดินทางไปรับฟังการไต่สวนสาธารณะในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่จีนพยายามจะโดดเดี่ยวไต้หวันในเวทีโลก กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังไต้หวันถูกตัดออกจากการประชุมหลักขององค์การอนามัยโลกเมื่อเดือนที่แล้ว ภายใต้การกดดันจากจีน ซึ่งยังคงมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีน ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบระหว่างจีนกับไต้หวันเลวร้ายลง นับตั้งแต่ประธานาธิบดี Tsai Ing-wen ของไต้หวันขึ้นสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว และจีนก็ตัดการสื่อสารอย่างเป็นทางการทั้งหมดกับไต้หวัน ด้านกระทรวงต่างประเทศไต้หวันกล่าววันนี้ว่า ได้ประท้วงไปยัง U.N. เกี่ยวกับกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา ซึ่งกระทรวงต่างประเทศยืนยันว่า อาจารย์ชาวไต้หวันและนักศึกษา 3 คน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการไต่สวนแบบเปิดที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน ขณะที่เว็บไซต์ UP Media ซึ่งเป็นภาษาจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่บอกอาจารย์และนักศึกษาไต้หวัน 3 คนว่า หนังสือเดินทางของพวกเขาไม่ถูกต้อง ต้องออกโดยจีน เนื่องจากไต้หวันไม่ใช่ประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของจีน   ที่มาข่าว : Reuter

ปานามาตัดสัมพันธ์ทางการทูตไต้หวัน เบนเข็มซบจีน

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมาบีบีซีรายงานว่า ปานามาได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และหันมาสร้างความสัมพันธ์กับประเทศจีนแทน โดยรัฐบาลปานามาระบุว่าพวกเขายอมรับนโยบาย “จีนเดียว” และจะถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับประเทศจีนนั้นถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกออกไป และยืนยันว่าควรจะมารวมตัวกับแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ ปานามาถือเป็นประเทศล่าสุดเบนเข็มความสัมพันธ์ทางการทูตมาที่ปักกิ่งแทนไทเป หลังเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา หมู่เกาะเซาตูเมียและปรินซิพของแอฟริกาได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเช่นกัน โดยปัจจุบันเหลือเพียง 20 ประเทศเท่านั้นที่ยังดำรงความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอยู่ ขณะที่อีกกว่า 46 ประเทศรวมทั้งไทยมีผู้แทนอยู่ในไต้หวัน แต่ไม่ใช่ทูต สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของปานามานี้เกิดขึ้นหลังจากจีนได้ขยายการลงทุนทางเศรษฐกิจไปยังประเทศแถบอเมริกากลางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบริเวณที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจอย่างคลองปานามา โดยจีนเริ่มมีการลงทุนโครงการสร้างท่าเรือที่บริเวณตอนเหนือของปานามา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นคำตอบของปานามาผู้นำไต้หวัน ที่เดินทางเยือนกรุงปานามาซิตีเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว   ที่มาข่าว : BBC

ไต้หวันเปิดตัวโครงการสร้างเรือดำน้ำ

ไต้หวันเปิดตัวโครงการสร้างเรือดำน้ำ

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันเป็นประธานเปิดโครงการสร้างเรือดำน้ำโครงการแรกของไต้หวัน ไว้รับมือการคุกคามทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 มีนาคมว่า ผู้นำหญิงของไต้หวันเป็นประธานพิธีลงนามอย่างเป็นทางการเพื่อริเริ่มโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไต้หวัน, ซีเอสบีซีคอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือของไต้หวัน และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติชุงซาน ซึ่งไช่ประกาศยกย่องการเปิดตัวโครงการนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์” ปัจจุบันกองทัพเรือไต้หวันมีกองเรือดำน้ำที่ประกอบด้วยเรือดำน้ำ 4 ลำ ซึ่งซื้อจากต่างประเทศทั้งหมด แต่มีเพียง 2 ลำที่สามารถส่งใช้งานได้ยามศึกสงคราม เรือดำน้ำอีก 2 ลำที่ผลิตโดยสหรัฐตั้งแต่ทศวรรษ 1940 นั้น เก่าเกินไปและใช้สำหรับการฝึกเท่านั้น ไช่กล่าวว่า เรือดำน้ำที่ผลิตขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “นโยบายกลาโหมพื้นเมือง” นี้ น่าจะส่งมอบได้ภายในเวลา 8 ปี และระหว่างมาร่วมพิธีที่ฐานทัพเรือในเมืองเกาสงเมื่อวันอังคาร ไช่ได้ขึ้นเรือดำน้ำไหหู่ ที่เป็นเรือดำน้ำชั้นสวาร์ดิสที่ไต้หวันซื้อจากเนเธอร์แลนด์ และได้ชมการซ้อมจำลองการยิงตอร์ปิโดขณะอยู่บนเรือลำนี้ด้วย การเปิดตัวโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันย่ำแย่ลงนับแต่ไช่ขึ้นเป็นผู้นำไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว และยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังจากไช่โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลไต้หวันกล่าวเตือนด้วยว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่จีนอาจรุกรานไต้หวัน ทำให้รัฐบาลต้องเสริมการป้องกันทางทหาร เมื่อเดือน ม.ค.นี้ จีนได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเพื่อไปฝึกในแปซิฟิก และทำให้เฟิง ฉีกวน รัฐมนตรีกลาโหม ชี้ถึงความจำเป็นที่ไต้หวันต้องเร่งสร้างเรือดำน้ำไว้ใช้เอง ที่มาภาพ : Taipei Times