Category: Education

โรงเรียนจีนเปิดธนาคารเกรด ใครสอบไม่ผ่าน มากู้ยืมคะแนนไปใช้ได้

โรงเรียนจีนเปิดธนาคารเกรด ใครสอบไม่ผ่าน มากู้ยืมคะแนนไปใช้ได้

โครงการธนาคารเกรดนี้เป็นแนวคิดของโรงเรียนมัธยม Nanjing (Nanjing No.1 High School) ที่ตั้งอยู่ในเมือง Nanjing มณฑล Jiangsu ประเทศจีน เว็บไซต์อ็อดดิตี้เซ็นทรัล เมื่อเดือนมกราคม 2560 เผยว่า การจัดทำนั้นก็เพื่อให้นักเรียนได้มีโอกาสแก้ตัวเป็นครั้งที่สอง บางรายที่สอบตกแบบเฉียดฉิวไปเพียง 1 คะแนน ก็สามารถมายืมคะแนนไปใช้ได้โดยไม่ต้องสอบตก หลักการทำงานของธนาคารแห่งนี้คือ ยืมไปเท่าไรก็ใช้คืนเท่านั้น สมมติยืมไป 3 คะแนนเพื่อให้สอบผ่าน ครั้งหน้าก็ต้องสอบให้ได้คะแนนมากกว่าเดิมเพื่อจะได้หัก 3 คะแนนไปใช้หนี้ แต่หลักเกณฑ์การคืนคะแนนก็ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีหักเอาในครั้งหน้าเสมอไปโดยขึ้นอยู่กับอาจารย์แต่ละคน อาจารย์บางวิชาอาจจะให้นักเรียนทำงานพิเศษเพิ่ม ทำงานในห้องแล็บ หรือเขียนเรียงความออกไปพูดหน้าชั้น เป็นต้น นักเรียนคนใดที่ไม่สามารถใช้หนี้ “คืนคะแนน” กลับสู่ธนาคารเกรดได้ นักเรียนคนนั้นก็จะถูกขึ้นบัญชีดำจากธนาคาร ทั้งนี้ถึงแม้ว่าผลตอบรับของโครงการธนาคารเกรดจะเป็นไปในทางที่ดี แต่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเห็นดีเห็นงามด้วย นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษา ให้ความเห็นว่า ถึงแม้ว่าโครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนลดความกดดันในการสอบ แต่มันคือวิธีการที่ไม่เหมาะสม จะทำให้นักเรียนไม่ตั้งใจเรียนเพราะคิดว่ายังไงก็ต้องผ่านและยังไม่สามารถการันตีได้ว่านักเรียนจะทำคะแนนได้ดีกว่าเดิมในการสอบครั้งต่อไปอีกด้วย แหล่งข่าวและที่มาภาพ: http://nzmao.com/ และ เฟซบุ๊ก 南京一中(Nanjing No.1 High School)

รัฐบาลเกาหลีใต้ยืนยัน “รัฐบาลดูแลระบบการจัดพิมพ์หนังสือเรียนประวัติศาสตร์”

กรุงโซล- รัฐบาลเกาหลีใต้กล่าวตั้งแต่ปี 2017 เป็นต้นไป นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาจะใช้หนังสือเรียนที่รัฐบาลกำกับ ดูแลระบบการจัดพิมพ์ หนังสือเรียนประวัติศาสตร์ระดับชั้นมัธยมศึกษาของเกาหลีใต้ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นจัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ของเอกชนจำนวน 8 สำนักพิมพ์โดยผ่านการรับรองจากรัฐบาล แต่รัฐบาลชุดปัจจุบันเข้าไปดูแลระบบการจัดพิมพ์หนังสือรียนประวัติศาสตร์มากขึ้น หนังสือเรียนใหม่จะเขียนประวัติศาสตร์อย่างถูกต้อง รัฐบาลจะมอบหมายให้ครูและนักวิชาการที่เหมาะสมเป็นผู้เขียนหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ ถึงแม้ว่าถูกต่อต้านจากพรรคฝ่ายค้าน นักเรียน นักวิชาการและประชาชนบางกลุ่มก็ตาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางพรรคฝ่ายค้าน NPAD ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมรัฐสภาเพื่อประท้วงเรื่องการจัดทำหนังสือเรียนโดยรัฐบาล อย่างไรก็ตามเมื่อวันพุธที่ 11 ที่ผ่านมา ทางพรรคฝ่ายค้านแสดงความยินยอมเข้าร่วมการประชุมรัฐสภาแล้ว (BBC, 2015). เอกสารอ้างอิง BBC  (2015). South Korea to control history textbooks used in schools. [online].  Available  http://www.bbc.com/news/world-asia-34504142.

หนังสือเรียน: บอกเล่าประวัติศาสตร์…ให้มุมมองต่ออนาคต

  พรรคฝ่ายรัฐบาล Saenuri Party และพรรคฝ่ายค้าน New Politics Alliance for Democracy ของเกาหลีใต้มีมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับหนังสือเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษา ทางพรรคฝ่ายรัฐบาลกล่าวหนังสือเรียนหลากหลายที่ใช้อยู่นั้นมีอคติในอุดมการณ์ “หนังสือเรียนที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นกำลังล้างสมองเด็กนักเรียนด้วยอุดมการณ์แบบเอียงซ้าย ให้มุมมองที่เป็นลบต่อประวัติศาสตร์ของเรา หนังสือเรียนบางเล่มสนับสนุนแนวความคิดแบบสังคมนิยม โดยกล่าวถึงลัทธิการพึ่งตนเอง “Juche”  ของเกาหลีเหนือ” ตัวแทนของพรรคฝ่ายรัฐบาลกล่าว หนังสือเรียนชั้นมัธยมของเกาหลีใต้ในปัจจุบันมีสำนักพิมพ์ของเอกชนต่างๆจำนวน 8 สำนักพิมพ์เป็นผู้พิมพ์โดยผ่านการรับรองจากรัฐบาล โรงเรียนต่างๆสามารถเลือกใช้หนังสือจาก 8 สำนักพิมพ์ดังกล่าว รัฐบาลชุดปัจจุบันพยายามควบคุมการจัดทำหนังสือเรียนโดยหน่วยงานของรัฐและจะเริ่มใช้ในปี 2017 แต่ถูกต่อต้านจากนักวิชาการ นักเรียน และประชาชนที่มองว่ารัฐบาลมีแนวโน้มจะให้มุมมองประวัติศาสตร์ในแนวที่สนับสนุนรัฐบาลและการเมือง ในขณะที่ทางพรรคฝ่ายค้านมองว่ารัฐบาลพยายามท้าทายค่านิยมแบบประชาธิปไตย การรับรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ของประชาชน (Ji Myung-kil, 2015). ใครเป็นผู้จัดทำหนังสือเรียนเกาหลีใต้ต้องติดตามกันต่อไป ประเทศในเอเชียตะวันออกมีมุมมองทางด้านประวัติศาสตร์ที่แตกต่างกัน หนังสือเรียนควรบอกเล่าประวัติศาสตร์ที่ถูกต้องแก่เยาวชน เอกสารอ้างอิง Ji Myung-kil (2015). Rival parties differ over plan for state-authored history textbook. [online]. Available: http://www.arirang.co.kr/News/News_View.asp?nseq=184036.  

จีนเป็นนักเรียนต่างชาติที่มีมากที่สุดในเยอรมัน

จีนเป็นนักเรียนต่างชาติที่มีมากที่สุดในเยอรมัน

    เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม กระทรวงศึกษาธิการและการวิจัยเยอรมัน ประกาศว่า ปี 2014 เยอรมนีมีนักเรียนต่างชาติเกิน 3 แสนคน ในจำนวนนี้ เป็นนักเรียนจีนมีจำนวน 28,400 คน มากเป็นอันดับหนึ่ง กระทรวงศึกษาธิการและการวิจัยเยอรมนีได้ประกาศรายงานว่า  เยอรมนีกลายเป็นประเทศที่มีนักเรียนต่างชาติมากเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก สหรัฐอเมริกาและอังกฤษ  โดย ปี 2014 มีนักเรียนต่างชาติจำนวน 301,000 คน  วิศวกรรมศาสตร์ได้รับความนิยมมากที่สุด ปีหลังๆ นี้ จำนวนนักศึกษาจีนที่เลือกไปเรียนที่เยอรมนีเพิ่มขึ้นทุกปี  โดย ปี 2013  มีจำนวน  25,600 คน และ ปี 2014 มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 28,400 คน นับเป็นนักเรียนต่างชาติที่มีมากที่สุดในเยอรมัน ที่มาภาพและแหล่งข่าว: http://thai.cri.cn/247/2015/07/23/64s234412.htm 2-formatOriginal.jpg th.interscholarship.com

สถาบันอุดมศึกษาจีนติดอันดับสาขาวิชาดีเด่นของโลก

สถาบันอุดมศึกษาจีนติดอันดับสาขาวิชาดีเด่นของโลก

ที่มาภาพ: https://blog.eduzones.com/tonsungsook/112467 เมื่อเดือนเมษายน 2558 นี้ บริษัท UK QS Global Education Group ประกาศผลการจัดอันดับสาขาวิชาดีเด่นของมหาวิทยาลัยทั่วโลก สาขาวิชาของมหาวิทยาลัยจีน 86 แห่งติด 400 อันดับ รองจากสหรัฐอเมริกา ถือเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยติดอันดับต้นๆ เป็นจำนวนมากในโลก ในจำนวนมหาวิทยาลัยจีนที่โดดเด่นด้านวิชาการจนติด 400 อันดับของโลกนั้น เป็นมหาวิทยาลัยในแผ่นดินใหญ่จีน 58 แห่ง และมหาวิทยาลัยฮ่องกง 8 แห่ง ไต้หวัน 20 แห่ง รวมแล้วทั้งหมด 86 แห่ง ส่วนสหรัฐอเมริกาครองอันดับหนึ่งด้วยจำนวนมหาวิทยาลัย 157 แห่ง อังกฤษ 80 แห่ง อยู่อันดับ 3 รองลงมาคือฝรั่งเศสและเยอรมนี บริษัท UK QS Global Education Group เผยว่า ผลการประเมินดังกล่าวเกิดจากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิชาการระดับสุดยอด 85,000 คน และผู้ว่าจ้างกว่า 41,000 […]

2 สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อเด็กหญิง

2 สตรีหมายเลข 1 ของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นตกลงความร่วมมือด้านการศึกษาเพื่อเด็กหญิง

ที่มา// http://www.bernama.com/bernama/v8/wn/newsworld.php?id=1118520 นาง Michelle Obama สตรีหมายเลข 1 แห่งสหรัฐฯ กระชับความร่วมมือกับสตรีหมายเลข 1 ของญี่ปุ่น นาง Akie Abe ในการประชุมโต๊ะกลมเรื่องการให้ความช่วยเหลือเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านการศึกษาของเด็กหญิงในประเทศกำลังพัฒนา ณ กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กรุงโตเกียว เมื่อวันที่ 19 มีนาคมที่ผ่านมา โดยทั้งสองยืนยันความร่วมมือทวิภาคีที่จะช่วยเหลือเด็กผู้หญิงที่ด้อยโอกาสจากทั่วโลกให้ได้รับการศึกษาและพัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ โดยญี่ปุ่นประกาศมอบเงินจำนวน 42,000 ล้านเยนหรือประมาณ 340 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นเวลา 3 ปี นับจากปี 2015 เป็นต้นไป เพื่อเสริมพลังและสนับสนุนความเท่าเทียมด้านการศึกษาของเด็กผู้หญิง ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของญี่ปุ่นที่พยายามส่งเสริมบทบาทของผู้หญิงให้มากขึ้นด้วย ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากความริเริ่มโครงการ “Let Girls Learn” ของนางโอบามา ที่ต้องการขยายโอกาสให้กับเด็กหญิงทั่วโลกสามารถเข้าเรียนจนจบการศึกษาในโรงเรียน ซึ่งมีเป้าหมายช่วยเด็กหญิงอย่างน้อย 62 ล้านคนที่ไม่สามารถเรียนหนังสือให้กลับเข้าชั้นเรียนได้   source- http://english.kyodonews.jp/news/2015/03/342229.html

จีนสั่งห้ามใช้ตำราที่ส่งเสริม “ค่านิยมตะวันตก” ในมหาวิทยาลัย

สำนักข่าว The Guardian ของสหราชอาณาจักร รายงานว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการของจีนประกาศว่าจะสั่งห้ามใช้ตำราระดับมหาวิทยาลัยที่ส่งเสริม “ค่านิยมตะวันตก” ซึ่งการดังกล่าวเป็นสัญญาณล่าสุดในการสร้างความยึดมั่นทางอุดมการณ์ของรัฐบาลจีนภายใต้การนำของประธานาธิบดี Xi Jinping Yuan Guiren รัฐมนตรีศึกษาธิการ กล่าวว่า ตำราที่ส่งเสริมค่านิยมตะวันตก ซึ่งบ่อนทำลายสถานะนำของพรรคคอมมิวนิสต์และอุดมการณ์สังคมนิยม ต้องไม่ปรากฏในชั้นเรียนและสถานศึกษาของจีน มหาวิทยาลัยในประเทศจีนส่วนใหญ่บริหารจัดการโดยรัฐบาล และอยู่ภายใต้การควบคุมอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเรียนการสอนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และประเด็นอื่น ๆ ที่อาจมีศักยภาพเป็นภัยคุกคามต่อการถือครองอำนาจของพรรค ตั้งแต่การก้าวสู่อำนาจของ Xi ในปี 2002 วงวิชาการจีนถูกควบคุมมากยิ่งขึ้น นักวิชาการที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์พรรคคอมมิวนิสต์จำนวนมากถูกปลดจากตำแหน่งหรือจำคุก อาทิ Xia Yeliang อดีตศาสตราจารย์สาขาเศรษฐศาสตร์ ประจำมหาวิทยาลัยปักกิ่ง (Peking University) ถูกไล่ออกในปี 2013 หลังจากอยู่ในตำแหน่งกว่า 13 ปี เนื่องจากข้อเรียกร้องอย่างต่อเนื่องของเขาให้มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในจีน ในบางมณฑลของทางการจีนได้ประกาศว่าจะนำกล้อง CCTV มาติดในชั้นเรียนมหาวิทยาลัย ซึ่งการดังกล่าวทางการเคยใช้มาแล้วในชั้นเรียนของนักวิชาการที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล เช่น กรณีของ Ilham Tohti ศาสตราจารย์เศรษฐศาสตร์ ชาติพันธุ์อุยกุร์ (Uighur) ซึ่งถูกตัดสินจำคุกตลอดชีวิตในข้อหาแบ่งแยกดินแดน โดยหลักฐานสำคัญ คือ […]

คณะผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นให้ความเห็นต่อการนำแบบเรียนจริยธรรมที่ผลิตโดยรัฐไปใช้ในโรงเรียน

คณะผู้เชี่ยวชาญญี่ปุ่นให้ความเห็นต่อการนำแบบเรียนจริยธรรมที่ผลิตโดยรัฐไปใช้ในโรงเรียน

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/11/255168.html, TOKYO, Nov. 7, Kyodo สรุปข่าว/ ตามที่คณะผู้เชี่ยวชาญกระทรวงการศึกษาได้ให้ข้อเสนอว่าความรู้ทางจริยธรรมควรจะได้รับการยกระดับให้เป็นส่วนหนึ่งในหลักสูตรที่มีการเรียนการสอนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นนั้น จึงได้มีการพัฒนาแบบเรียนวิชาจริยธรรมโดยรัฐขึ้น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญจากภาคส่วนต่างๆ ได้ตั้งข้อสงสัยและวิพากษ์วิจารณ์ในความคลุมเครือของหลักสูตรตลอดกระบวนการพัฒนาและความยุ่งยากต่อการนำไปใช้จริง รวมถึงเป็นแบบเรียนที่ผลิตโดยรัฐซึ่งแตกต่างจากแบบเรียนวิชาอื่นๆ ที่ผลิตโดยภาคเอกชนที่มีความหลากหลายมากกว่า (ผ่านการตรวจสอบอนุมัติโดยกระทรวงการศึกษา) ต่อข้อสังเกตและการถกเถียงในประเด็นต่างๆ ของแบบเรียนที่รัฐผลิตขึ้นนี้ทำให้กระทรวงการศึกษาและพรรคร่วมรัฐบาลได้ประกาศที่จะดำเนินการด้วยความระมัดระวังโดยเฉพาะในเรื่องความเป็นไปได้ของแนวคิดดังกล่าว ดังนั้นคณะผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินผลการศึกษาจึงได้เพิ่มความเข้มข้นในแบบเรียนให้มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น ซึ่งจะนำเสนอร่างรายงานนี้ในที่ประชุมในต้นสัปดาห์หน้า ก่อนที่จะร่วมอภิปรายและทบทวนแบบเรียนรอบสุดท้ายในปลายปีนี้ และจะดำเนินการปรับปรุงตามข้อเสนอเพื่อที่จะให้ทันนำไปใช้จริงในปี 2015 ทั้งนี้ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ฝ่ายปฏิบัติการเฉพาะกิจด้านการศึกษาของรัฐบาลได้ริเริ่มแนวคิดนี้เพื่อขานรับต่อความต้องการของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ในการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งแบบเรียนจริยธรรมที่นำเสนอได้รับการบรรจุเป็นหลักสูตรของโรงเรียนที่จะเสริมสร้างความตระหนักเกี่ยวกับบรรทัดฐานทางสังคมด้วยความมุ่งหวังในการลดพฤติกรรมการรังแกกันในกลุ่มเด็กนักเรียน แต่ข้อเสนอนี้ก็ล้มเหลวไม่ได้รับการรับรองจากคณะที่ปรึกษาระดับสูง   ที่มาภาพ: http://media.nola.com/news_impact/photo/japan-earthquake-textbook-donationjpg-b5b672c6add1daf9.jpg วิเคราะห์ข่าว/ จากข่าวจะเห็นได้ว่านอกจากการมุ่งเน้นฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศแล้ว รัฐบาลญี่ปุ่นก็มีการพัฒนาด้านอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย ดังเช่นความร่วมมือระหว่างประเทศ หรือการจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการแก้ปัญหาด้านการศึกษาที่ได้ผลิตแบบเรียนวิชาจริยธรรมเพื่อสร้างความตระหนักของบรรทัดฐานทางสังคมและลดพฤติกรรมการรังแกกันในกลุ่มเด็กนักเรียน หากได้มีการวิพากษ์วิจารณ์ถึงแบบเรียนดังกล่าวในแง่มุมต่างๆ จากผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้องจากหลายภาคส่วน ซึ่งได้เรียกร้องให้มีการพิจารณาการพัฒนาแบบเรียนนี้อย่างรอบคอบและเป็นไปตามขั้นตอนหลักระเบียบวิธีการพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้ได้มาตรฐานและเหมาะสมที่จะใช้ในโรงเรียน โดยเฉพาะข้อคำนึงในการใช้แบบเรียนบังคับในหลักสูตรเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถแก้ปัญหาจริยธรรมของนักเรียนได้

ชาวจีนกว่า 400 ล้านคนพูดภาษาจีนกลางไม่ได้

ชาวจีนกว่า 400 ล้านคนพูดภาษาจีนกลางไม่ได้

ที่มาภาพ: itc.cric.ac.th ซีอาร์ไอ ออนไลน์: รายงานว่าหนังสือพิมพ์เหรินหมินรื่อเป้าระบุว่ากระทรวงศึกษาธิการจีนเปิดเผยข้อมูลเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า ปัจจุบัน ชาวจีนที่สามารถสื่อสารด้วยภาษาจีนกลางได้มีเพียง 70% เท่านั้น และที่เหลืออีก 30% ซึ่งเท่ากับ 400 ล้านกว่าคนพูดภาษาจีนกลางไม่ได้ โดยเฉพาะในเขตชนบท เขตทุรกันดารและเขตชนเผ่าน้อย การใช้ภาษาจีนกลางยังไม่ค่อยแพร่หลาย สัปดาห์ที่ 3 ของเดือนกันยายนปีนี้ เป็นสัปดาห์เผยแพร่การใช้ภาษาจีนกลางทั่วประเทศครั้งที่ 16 ประเด็นหลักของปีนี้คือ “เผยแพร่การใช้ภาษาจีนกลาง ร่วมกันสานฝันของชาวจีน”   กิจกรรมงานสัปดาห์เผยแพร่การใช้ภาษาจีนเริ่มจัดตั้งแต่ปี 1998 โดยจัดขึ้นปีละครั้งของทุกปี แหล่งข่าว http://thai.cri.cn/247/2013/09/06/226s213277.htm วิเคราะห์ข่าว ประเด็นเรื่องการส่งเสริมการรู้หนังสือน่าจะเป็นประเด็นที่คนไทยคุ้นเคย เพราะรัฐบาลไทยก็มีการส่งเสริมในลักษณะนี้เช่นเดียวกัน หากมองให้ลึกซึ้งจะเห็นว่าทั้งสองประเทศตระหนักถึงความสำคัญในการรักษาความเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แต่เรื่องที่น่าสนใจจากข่าวนี้ที่ขอนำเสนอคือประเด็น กิจกรรมเผยแพร่การใช้ภาษาจีนทั่วประเทศ ซึ่งมีประเด็นหลักในปีนี้ว่า “เผยแพร่การใช้ภาษาจีนกลาง ร่วมกันสานฝันของชาวจีน” จากข้อสัมภาษณ์ตอนหนึ่งของ Dr. Zhou Fangye นักวิจัยชาวจีน จาก CASS ในเรื่องเกี่ยวกับสภาพ การเมือง เศรษฐกิจและสังคมจีนในปัจจุบัน ต่อข้อซักถามที่ว่า เหตุใดประเทศจีนจึงมีอัตราการฆ่าตัวตายของประชากรไม่สูงเท่าญี่ปุ่นหรือเกาหลี  Dr. Zhou ตอบว่าคนจีนไม่ได้นับถือศาสนาใดมีแต่พรรคคอมมิวนิสต์ ความเชื่อต่างๆได้ถูกทำลายในสมัยคอมมิวนิสต์เรืองอำนาจยุคแรกๆ ท่านเหมาเซตุง […]

ลาวเป็นประเทศที่ได้รับทุนการศึกษาจากจีนมากที่สุด

ลาวเป็นประเทศที่ได้รับทุนการศึกษาจากจีนมากที่สุด

  ที่มาภาพ http://topicstock.pantip.com/blueplanet/topicstock/2007/07/E5577552/E5577552.html รายงานข่าวเมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จากสถานทูตจีนประจำสปป.ลาว เปิดเผยว่า ในปี 2013 นี้ มีนักศึกษาลาวจำนวน 68 คนได้รับทุนการศึกษาจากรัฐบาลจีน และกลายเป็นประเทศที่ได้รับทุนการศึกษาจากจีนมากที่สุด นายกวน หวาปิง เอกอัครราชทูตจีนประจำสปป.ลาวกล่าวว่า ในช่วง 52 ปี ตั้งแต่จีนกับลาวสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตเป็นต้นมา จีนให้ความสำคัญต่อการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างสองประเทศตลอดมา โดยใน ปีหลังๆ นี้ มีนักศึกษาลาวกว่า 1,000 คนได้รับทุนการศึกษาจากจีนและมาศึกษาต่อในประเทศจีน  โดยสาขาวิชาที่เรียนได้แก่ ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การค้า การเกษตร การก่อสร้างและอนามัย เป็นต้น อ้างอิง: China Radio International http://thai.cri.cn/247/2013/08/24/123s212897.htm http://www.chinadevelopmentbrief.com/node/454 วิเคราะห์ข่าว ในปัจจุบันจะเห็นว่าศักยภาพทางการเมืองและเศรษฐกิจของจีนได้รับการยอมรับมากขึ้นในเวทีโลก จีนจึงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในการร่วมแก้ไขปัญหาระดับโลกอย่างสร้างสรรค์ และมีส่วนรับผิดชอบต่อเสถียรภาพและความมั่นคงของประชาคมโลก รวมทั้งมีบทบาทอย่างเข้มแข็งทั้งในระดับภูมิภาคและอนุภูมิภาค โดยในเอเชียจีนมีบทบาทอย่างสูงในการร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(GMS) การประชุม ASEAN+1 การประชุม ASEAN+3 การประชุมสุดยอดเอเชียตะวันออก (EAS) และการประชุมอาเซียนว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (ARF) ยุทธศาสตร์มุ่งลงใต้ของจีนเป็นการเพิ่มทางออกสู่ทะเลทั้งมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกผ่านมณฑลยูนนาน และเขตปกครองตนเองกวางสีจ้วง […]