Category: politics

แนวโน้มเกาหลีใต้ภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่

แนวโน้มเกาหลีใต้ภายใต้ประธานาธิบดีคนใหม่

Moon Jae-in Moon Jae-in ได้ชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนที่ 19 ของเกาหลีใต้และสาบานตนเข้ารับตำแหน่งแล้วที่รัฐสภาเกาหลีใต้ Moon วัย 64 ปีสังกัด Democratic Party of Korea  เป็นนักการเมืองแนวเสรีนิยมที่เอนเอียงไปทางฝ่ายซ้าย (left-leaning liberal)  ได้คะแนน 41.4 เปอร์เซ็นต์  เขาเรียกร้องให้ประนีประนอมกับเกาหลีเหนือเพื่อลดความตึงเครียดบนคาบสมุทรเกาหลี มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดนิคมอุตสาหกรรมแกซองซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความร่วมมือของสองเกาหลี หลังจากที่ปิดดำเนินการไปในช่วงต้นปี 2016 จะเอื้อประโยชน์ให้เกาหลีเหนือและอาจส่งผลต่อความสัมพันธ์ของเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกา ส่วนความสัมพันธ์กับจีนนั้น Moon จะปรับปรุงความสัมพันธ์กับจีนซึ่งไม่เห็นด้วยกับการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD เรื่องเศรษฐกิจนั้น Moon จะปฏิรูปกลุ่มทุนขนาดใหญ่ (chaebol) แก้ปัญหาความไม่เท่าเทียมกันและปัญหาการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ Moon เป็นบุตรชายคนโตของครอบครัวหนึ่งที่อพยพมาจากเกาหลีเหนือ ในช่วงที่เป็นนักศึกษา เขาอยู่ในกลุ่มที่เคลื่อนไหวต่อต้านประธานาธิบดี Park Chung-hee และติดคุกอยู่ช่วงหนึ่งในยุค 1970s เขาทำงานเป็นนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชนก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมือง แหล่งข่าว Justin McCurry (2017). Who is Moon Jae-in, South Korea’s new […]

ทางการจีนยกย่อง “นโยบายลูกสองคน”

สำนักข่าว VOA รายงานว่า ทางการจีนรีบออกมาประกาศว่านโยบายใหม่ที่อนุญาตให้ครอบครัวมีลูกสองคนได้ประสบความสำเร็จ โดยชี้ว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นถึงราว 1 ล้าน 4 เเสนคน เมื่อเทียบกับตัวเลขโดยเฉลี่ยจากปี ค.ศ. 2010-2015 แม้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็กที่เกิดทั้งหมด 17 ล้าน 8 เเสน 6 หมื่นคนเมื่อปีที่แล้ว ล้วนเป็นลูกคนที่สอง แต่จำนวนลูกคนที่สองที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญเเละเจ้าหน้าที่คาดหวังไว้ สำหรับครอบครัวชาวจีนจำนวนมาก ตัวเลขสถิตินี้ไม่สร้างความกังวลเเก่พวกเขาเท่ากับภาระทางการเงินที่ครอบครัวต้องเเบกรับเพื่อเลี้ยงดูบุตรคนที่สอง เเม้จีนจะมีจำนวนประชากรมหาศาล แต่จีนกำลังประสบกับปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น จำนวนประชากรวัยเเรงงานลดลง และจำนวนคนที่เกษียณอายุและได้รับบำนาญเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-two-child-policy-tk/3734708.html

จีนรณรงค์การเคารพ ‘อำนาจอธิปไตยบนโลกไซเบอร์’ เพิ่มเติมจากอธิปไตยทางบกและทะเล

สำนักข่าว VOA รายงานว่า ทางการจีนกำลังพยายามผลักดันให้เกิดความตกลงระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มการควบคุมการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต และให้ขยายขอบข่ายของอำนาจอธิปไตยของรัฐในโลกไซเบอร์ส เพิ่มจากอาณาเขตทางน้ำและทางบก รัฐบาลจีนเปิดเผยสมุดปกขาวเพื่อการหารือประเด็นนี้กับประทศต่างๆ ในเวทีนานาชาติ นักวิเคราะห์มองว่า ความพยายามของจีนครั้งนี้แท้จริงแล้วคือแผนขยายการยอมรับแนวทางของจีน สำหรับการควบคุมเนื้อหาข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ต จีนเคยถูกวิจารณ์โดยประเทศพัฒนาแล้ว ว่าใช้มาตรการหนักๆ ควบคุมระบบอินเตอร์เน็ต และสร้างสิ่งกีดกั้นไม่ให้บุคคลทั่วไปในจีนเข้าถึงบริการของบริษัทต่างประเทศ เช่น Google, Facebook, Twitter และเว็บไซต์ของสื่อต่างประเทศ หากว่าความพยายามของจีนประสบความสำเร็จ นักวิเคราะห์กล่าวว่าบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-cyber-ro/3758343.html

จีนเดินหน้านโยบายส่งเสริม ‘ภาษาจีนกลาง’ แก่ชนกลุ่มน้อยในประเทศ

สำนักข่าว VOA รายงานว่า นโยบายด้านภาษาของทางการจีนไม่ได้รับการตอบรับอย่างราบรื่นตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเขตดินเเดนของชนกลุ่มน้อย ไม่ว่าจะเป็นทิเบต และในเขตปกครองคนเองซินเจียง ที่คนท้องถิ่นใช้ภาษาของตนเองในการสื่อสารอย่างกว้างขวาง ทางการจีนพยายามผลักดันให้มีการเรียนการสอนเเบบสองภาษาในทิเบตและกลายเป็นต้นเหตุเกิดการประท้วงต่อต้านหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เเม้ว่าบรรดาผู้ปกครองในทิเบตเองก็ต้องการให้บุตรหลานได้เรียนภาษาจีนกลาง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสด้านการงานในอนาคต ทางการจีนได้ผลักดันให้คนกลุ่มน้อยใช้ภาษาจีนกลางเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในประเทศมานานหลายสิบปีเเล้ว จีนมีภาษาชนเผ่าและภาษาคนกลุ่มน้อยหลายพันภาษาและยังมีภาษาพูดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาจีนอีกหลายสิบกว่าภาษา รวมทั้งภาษาทิเบตและภาษาอุยกูร์ ในเอกสารเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมภาษาจีนกลาง มีการวางเป้าหมายที่ต้องทำในเขตปกครองของคนกลุ่มน้อยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ โดยรัฐบาลกลางของจีนได้ระบุว่าจะส่งเสริมการสอนหนังสือในโรงเรียนเป็นภาษาจีนกลาง ทางการจีนชี้ว่า แผนนี้ส่งเสริมและเผยแพร่ภาษาจีนกลางให้เป็นภาษาสื่อสารและภาษาเขียนภาษาหลักประเทศ และต้องเพิ่มระดับความสามารถของนักเรียนที่เป็นชนกลุ่มน้อยให้เข้าใจเเละใช้ภาษาจีนกลางทั้งในการพูดเเละการเขียน โดยจะเน้นในพื้นที่ที่มีการใช้ภาษาจีนกลางน้อย   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-mandarin-minorities/3729878.html

ทัศนคติของคนญี่ปุ่นต่อการแก้ไขมาตรา 9 แห่งรัฐธรรมนูญ: เดือนเมษายน

มาตรา 9 แห่งรัฐธรรมนูญมีสาระสำคัญคือ ห้ามญี่ปุ่นมีกองทัพทั้งทางบก อากาศ และทะเล รวมทั้งการใช้กำลังแก้ไขปัญหาข้อพิพาท ยกเว้นการปกป้องตนเอง ซึ่งจากผลสำรวจของสำนักข่าว Kyodo เดือนเมษายน 2017 พบว่า ประการแรก คนญี่ปุ่นร้อยละ 49 เห็นว่า มีความจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 9 ขณะที่ร้อยละ 47 ไม่เห็นด้วย ซึ่งเหตุผลที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องแก้ไขมาตรา 9 คือ สภาพแวดล้อมด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไป ได้แก่ ความพยายามพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือ และการขยายอำนาจทางทหารของจีน ประการที่สอง คนญี่ปุ่นร้อยละ 51 คัดค้านความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe โดยไม่ต้องการให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในสมัยรัฐบาลชุดนี้ ขณะที่ร้อยละ 45 เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประการที่สาม คนญี่ปุ่นร้อยละ 75 เห็นว่า ความสำคัญของมาตรา 9 คือ ทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศประชาธิปไตยที่รักสันติ และไม่ใช้กำลังแก้ไขปัญหาระหว่างประเทศมาตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 จากผลสำรวจครั้งนี้เมื่อเทียบกับผลสำรวจในเดือนสิงหาคมและกันยายนปีที่แล้ว (ไม่เห็นด้วยร้อยละ 49 เห็นด้วยร้อยละ 47) พบว่า […]

ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้คำมั่นดูแลสถานภาพของสตรี

ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้ให้คำมั่นดูแลสถานภาพของสตรี

ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีจากพรรคการเมืองต่างๆของเกาหลีใต้เสนอนโยบายการดูแลสถานภาพสตรี Moon Jae-in จากพรรค Democratic Party of Korea ให้คำมั่นว่าจะส่งเสริมความเท่าเทียมในเรื่องสถานทางเพศในโอกาสการทำงาน   Moon กล่าวว่าจะเพิ่มการทำงานของสตรีซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจโดยภาพรวมเข้มแข็งขึ้น เขาชี้ให้เห็นว่าสตรีชาวเกาหลีใต้ได้รับค่าจ้างต่ำกว่าผู้ชายอยู่ 36 เปอร์เซ็นต์และมีสตรีเพียง 2.6 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ได้เป็นผู้บริหารสูงสุดในองค์กรต่างๆ เป็นตัวเลขที่ต่ำมากในกลุ่มประเทศ OECD  Moon กล่าวว่า “ขั้นแรกฉันจะทำลายกำแพงแห่งการเลือกปฏิบัติในที่ทำงาน จะให้สตรีเป็นพลังการทำงานมากขึ้นโดยการเพิ่มการจ้างงานในกลุ่มวัยรุ่นสตรีโดยการมีแผน 5 ปีสำหรับลดช่องว่างของโอกาสในการทำงานระหว่างเพศลงเหลือ 15.3 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยในกลุ่มประเทศ OECD” ในขณะที่ Ahn Cheol-soo จาก People’s Party ให้คำมั่นว่าจะให้งบอุดหนุนเพิ่มขึ้นเพื่อลดการกระทำรุนแรงต่อสตรี โดยจัดตั้งศูนย์ป้องกันการกระทำรุนแรงต่อสตรี Hong Joon-pyo จาก Liberty Korea Party เน้นเรื่องการแก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ เช่น จะให้เงินสนับสนุนครอบครัวที่มีบุตรคนที่ 2 และให้ค่าเล่าเรียนแก่บุตรคนที่ 3 Yoo Seong-min จาก Bareun Party ให้คำมั่นว่าจะขยายเวลาให้สตรีหยุดงานเพื่อเลี้ยงดูลูกเป็นเวลา 3 ปี […]

5 พรรคเตรียมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้

5 พรรคเตรียมส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้

      Moon Jae-in (left), Ahn Cheol-soo 5 พรรคใหญ่ของเกาหลีใต้คัดเลือกผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี ในการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในวันที่ 9 พฤษภาคมนี้ People’s Party ได้คัดเลือก Ahn Cheol-soo เป็นตัวแทนพรรค ส่วน Democratic Party of Korea ได้คัดเลือก Moon Jae-in เป็นตัวแทนพรรค   The Liberty Korea Party เลือก Hong Joon-pyo  ส่วน Bareun Party เลือก Yoo Seong-min และพรรค Justice Party เลือก Shim Sang-jung เป็นตัวแทนพรรคลงแข่งขันครั้งนี้  ปกติแล้วผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีเกาหลีใต้มักจะมีเพียง 2-3 คน แต่การเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้สมัครที่โดดเด่นถึง 5 คน จากการสำรวจทัศนคติของประชาชนพบว่า Moon […]

Park กล่าว “เสียใจที่ไม่ได้ทำหน้าที่ประธานาธิบดีจนครบวาระ”

เมื่อเดินทางมาถึงบ้านพักส่วนตัวที่ Samseong-dong ในกรุงโซล อดีตประธานาธิบดี Park Geun-hye ทักทายกลุ่มผู้สนับสนุนด้วยรอยยิ้มและการจับมือ ถึงแม้เธอไม่ได้กล่าวกับสาธารณชนแต่โฆษกได้ส่งข้อความจากอดีตประธานาธิบดีว่า “ฉันเสียใจที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดีจนครบวาระ ฉันขอบคุณประชาชนสำหรับความไว้วางใจและสนับสนุนฉัน ฉันจะรับภาระผลที่ตามมาทุกอย่างด้วยตัวเอง อาจจะใช้ระยะเวลาช่วงหนึ่ง แต่ฉันเชื่อว่าความจริงจะถูกเปิดเผยอย่างแน่นอน” ก่อนเธอออกจาก Cheong Wa Dae ในวันอาทิตย์ตอนค่ำ Park ได้อำลาผู้ที่ให้การสนับสนุนและเจ้าหน้าที่จำนวน 500 คน แล้วเดินทางออกจาก Cheong Wa Dae หลังเวลา 18:30 น. โดยมีการรักษาความปลอดภัยจากตำรวจ  Park ก้าวเดินเข้าบ้านพักเวลา 19:45 น.ถือว่าจบภารกิจในตำแหน่งประธานาธิบดี ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้ถอดถอนประธานาธิบดี Park ออกจากตำแหน่ง  เธอจะต่อสู้ในศาลเพื่อยืนยันถึงความบริสุทธิ์ แหล่งข่าว Song Ji-sun, Arirang News (2017). Ex-president Park says ‘sorry for not fulfilling mission as president’.  [Online].Available: http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=201738.  

ที่ประชุมใหญ่พรรค LDP มีมติขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเป็น 3 สมัย

  เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2017 ที่ประชุมใหญ่พรรคเสรีประชาธิปไตย (Liberal Democratic Party หรือLDP) มีมติขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งของหัวหน้าพรรคเป็น 3 สมัย สมัยละ 3 ปี จากเดิมเพียงแค่ 2 สมัย ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ว่า นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe อาจจะกลายเป็นผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อเนื่องยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น หากได้รับเลือกตั้งเป็นหัวหน้าพรรค LDP สมัยที่สามในปีหน้า และสามารถอยู่ในตำแหน่งจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2019 พรรค LDP มองว่า การขยายระยะเวลาการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคช่วยให้รัฐบาลมีเสถียรภาพมากขึ้นสามารถดำเนินนโยบายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายสำคัญ เช่น นโยบายเสริมสร้างความมั่นคงของประเทศ การเร่งรัดการตีความมาตรา 9 ของรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อเตรียมพร้อมญี่ปุ่นในการรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ นโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เป็นต้น แหล่งข่าว : https://www.japantoday.com/category/politics/view/ldp-passes-rule-change-that-could-see-abe-remain-pm-until-2021

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มแรงงานต่างชาติเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าเพิ่มแรงงานต่างชาติเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ

รัฐบาลญี่ปุ่นมีแผนที่จะลดกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้ามาทำงานของแรงงานต่างชาติ เพื่อรองรับการขยายตัวของพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ และการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวซึ่งจำเป็นที่จะต้องจ้างแรงงานภาคบริการจำนวนมาก โดยรัฐบาลญี่ปุ่นหวังว่า การเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งแผนการนี้ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงนโยบายผู้อพยพของญี่ปุ่น ซึ่งแต่เดิมจะเน้นแต่การรับแรงงานที่มีทักษะชั้นสูง นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe คาดหวังให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายนิติบัญญัติให้ทันก่อนปิดประชุมสมัยสามัญในปีนี้ เพื่อประโยชน์ในการดำเนินนโยบายพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ กฎหมายฉบับนี้ยังเป็นการสนองต่อความต้องการของรัฐบาลท้องถิ่น เช่น จังหวัดโอซาก้า ที่ต้องการให้รัฐบาลขจัดอุปสรรคในการนำเข้าแรงงานเพื่ออุตสาหกรรมโรงแรมและค้าปลีก ทั้งนี้ สำนักงาน Japan Tourism Agency ได้เปิดเผยว่า ในปี 2016 มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าญี่ปุ่นจำนวน 24.04 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 21.8 จากปี 2015 ซึ่งรัฐบาลตั้งเป้าว่า ในปี 2020 อันเป็นปีที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพมหกรรมกีฬาโอลิมปิก จะมีนักท่องเที่ยวเข้าญี่ปุ่นประมาณ 40 ล้านคน ดังนั้น การเพิ่มจำนวนแรงงานต่างชาติจะช่วยให้ญี่ปุ่นมีความพร้อมรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวตามที่ได้ตั้งเป้าไว้ แหล่งข่าว : http://www.japantimes.co.jp/news/2017/02/21/national/japan-aims-attract-foreign-workers-amid-growth-tourism/#.WLgDydKLSM9 ที่มาภาพ : http://asia.nikkei.com/Politics-Economy/Policy-Politics/Japan-begins-clearing-path-for-foreign-workers