Category: Security

‘We Are With You 100 Percent’: Pence

‘We Are With You 100 Percent’: Pence

Mike Pence กรุงโซล- รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา Mike Pence กล่าวในการเยือนเกาหลีใต้ว่า สหรัฐอเมริกาอยู่กับเกาหลีใต้ 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมีนายกรัฐมนตรี Hwang Kyo-ahn ให้การต้อนรับและกล่าวว่า ความสัมพันธ์เกาหลีใต้-สหรัฐอเมริกาไม่สามารถทำให้แตกร้าวได้ รองประธานาธิบดี Pence เยือนเอเชีย-แปซิฟิก 4 ประเทศเป็นเวลา 10 วัน คือ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและอินโดนีเซีย โดยมีนโยบาย  “maximum pressure and engagement” สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลีนั้น ต้องการความมั่นคง ลดอาวุธนิวเคลียร์โดยสันติวิธี Pence กล่าวว่า การยั่วยุของเกาหลีเหนือเป็นความเสี่ยงที่ชาวเกาหลีใต้เผชิญอยู่ทุกวันในการปกป้องเสรีภาพของชาวเกาหลีใต้และปกป้องชาวอเมริกาในส่วนนี้ของโลก รองประธานาธิบดี Pence ไปเยือนฐานทัพสหรัฐอเมริกาในเกาหลีใต้ด้วย การมาเยือนเอเชีย-แปซิฟิกของรองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกายืนยันถึงความผูกพันของสหรัฐอเมริกาต่อภูมิภาคนี้ แหล่งข่าว VOA News (2017). Pence to South Korea: ‘We Are With You 100 Percent’. […]

จีนจะดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง หากญี่ปุ่นแทรกแซงข้อพิพาททะเลจีนใต้

จีนจะดำเนินมาตรการอย่างจริงจัง หากญี่ปุ่นแทรกแซงข้อพิพาททะเลจีนใต้

สืบเนื่องจากเดือนมีนาคม ญี่ปุ่นกำหนดแผนการเดินทางของเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ Izumo เส้นทางสิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และศรีลังกา ก่อนเข้าร่วมซ้อมรบประจำปีรหัส Malabar ในมหาสมุทรอินเดียร่วมกับสหรัฐฯและอินเดียในเดือนกรกฎาคม 2017 ถือเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทะเลครั้งใหญ่สุดของญี่ปุ่นนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจีนได้แสดงความกังวลว่า ญี่ปุ่นกำลังขยายอำนาจทางทหารอีกครั้งและต้องการแทรกแซงข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนเห็นว่าเป็นเรื่องระหว่างประเทศที่อ้างสิทธิ์เท่านั้น โดย Hua Chunying โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ได้แถลงการณ์ว่า “หากญี่ปุ่นต้องการแทรกแซงในข้อพิพาททะเลจีนใต้ จีนก็ต้องดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างจริงจัง” ทั้งนี้ ญี่ปุ่นในสมัยนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ได้ดำเนินนโยบายความมั่นคงเชิงรุกมากขึ้น เห็นได้จาก การแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การตีความมาตรการ 9 ของรัฐธรรมนูญใหม่ การเพิ่มงบประมาณทางทหารอย่างต่อเนื่อง การจัดหาอาวุธที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และการร่วมมือกับหุ้นส่วนด้านความมั่นคงเพื่อยกระดับความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเล เช่น อินเดีย ออสเตรเลีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ซึ่งในประเด็นข้อพิพาททะเลจีนใต้ ญี่ปุ่นย้ำถึงการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีบนพื้นฐานของกฏหมายระหว่างประเทศ เช่น อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล (United Nations Convention on the Law of the Sea: […]

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนญี่ปุ่น

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เยือนญี่ปุ่น

นาย Rex Tillerson รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางเยือนญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งโครงการพัฒนานิวเคลียร์และขีปนาวุธของเกาหลีเหนือกลายเป็นประเด็นหารือหลักระหว่างสหรัฐฯ กับญี่ปุ่นครั้งนี้ โดยนาย Tillerson ได้หารือกับนาย Fumio Kishida รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นเพื่อหาแนวทางใหม่ในการจัดการประเด็นนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ซึ่งรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ มองว่า แนวทางที่สหรัฐฯ เคยใช้มาและความพยายามของแต่ละประเทศนั้นล้มเหลว เพราะไม่สามารถโน้มน้าวเกาหลีเหนือให้ล้มเลิกความพยายามพัฒนานิวเคลียร์และอาวุธร้ายแรงได้ ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจึงต้องหาแนวทางใหม่ อีกทั้งยังเรียกร้องให้จีนใช้มาตรการทางเศรษฐกิจกดดันเกาหลีเหนืออีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ รัฐมนตรีทั้งสองประเทศยืนยันถึงความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงที่เหนียวแน่นระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่น โดยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ย้ำว่า สนธิสัญญาความมั่นคงร่วมระหว่างสหรัฐฯกับญี่ปุ่นนั้นครอบคลุมถึงเกาะที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนตะวันออก ทั้งนี้ ทูตเกาหลีเหนือกล่าวว่า ความพยายามพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นไปเพื่อป้องกันตนเอง ขณะที่การซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีใต้จะทำให้คาบสมุทรเกาหลีกลายเป็นสมรภูมิรบสงครามนิวเคลียร์ เพราะทูตเกาหลีเหนือมองว่า การซ้อมรบดังกล่าวมีจุดประสงค์คือ ซ้อมการใช้อาวุธนิวเคลียร์โจมตีเกาหลีเหนือ แตกต่างจากมุมมองของสหรัฐฯ ที่มองว่า การซ้อมรบดังกล่าวนี้เป็นเพียงการซ้อมรบโดยปกติและเป็นไปเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกัน แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://www.japantoday.com/category/politics/view/tillerson-says-asian-allies-critical-for-addressing-n-korean-threat

Tillerson เยือนเกาหลีใต้ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

Tillerson เยือนเกาหลีใต้ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง

Rex Tillerson กรุงโซล- Secretary of State คนใหม่ของสหรัฐอเมริกา Rex Tillerson เยือนเกาหลีใต้ ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังจะผลัดเปลี่ยนผู้นำ การเลือกตั้งประธานาธิบดีกำลังจะมีขึ้นในเดือนพฤษภาคมนี้ Tillerson ได้หารือกับนายกรัฐมนตรี Hwang Kyo-ahn ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ประธานาธิบดี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ Yun Byung-Se ประเด็นที่สหรัฐอเมริกาเป็นห่วงคือเรื่องการพัฒนาขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ   ส่วนเรื่องการติดตั้งระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD นั้นทั้งสองฝ่ายสนับสนุนเพราะเห็นว่ามีสิทธิอำนาจในการปกป้องประเทศ ซึ่งเกาหลีเหนือได้ทดสอบยิงขีปนาวุธอีกครั้งหนึ่งแล้ว ก่อนมาถึงเกาหลีใต้ Tillerson ได้เยือนญี่ปุ่นมาแล้ว หารือเรื่องความร่วมมือด้านความมั่นคง เกาหลีเหนือ บทบาทของสหรัฐอเมริกาในเอเชีย-แปซิฟิกในยุคประธานาธิบดี Trump หลังจากเยือนเกาหลีใต้แล้ว Tillerson เดินทางต่อไปยังกรุงปักกิ่ง ได้หารือกับประธานาธิบดี  Xi Jinping เป็นครั้งแรก ทั้งสองฝ่ายได้หารือในประเด็นในภูมิภาค สถานการณ์บนคาบสมุทรเกาหลี การมีผลประโยชน์ร่วมกัน การร่วมมือกันเป็นแนวทางที่ถูกต้องและประธานาธิบดี Trump มีแผนการหารือกับผู้นำจีนด้วย แหล่งข่าว Youmi Kim (2017). US Secretary of State Tillerson Visits […]

“สายเกินไปที่จะพบผู้นำเกาหลีเหนือ”: Trump

“สายเกินไปที่จะพบผู้นำเกาหลีเหนือ”: Trump

ประธานาธิบดี Donald Trump กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่าเขาโกรธมากที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งล่าสุด มีข้อเสนอต่างๆมากกว่าการใช้ขีปนาวุธเพื่อรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ จีนสามารถแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างง่ายดายถ้าเขาต้องการ  Trump ยินดีที่จีนยุติการนำเข้าถ่านหินจากเกาหลีเหนือแต่ต้องมีมาตรการกดดันเปียงยางมากกว่านี้ Trump ยังไม่ตัดสินใจในบางประเด็นเรื่องการพบผู้นำเกาหลีเหนือแต่อาจจะสายเกินไป  Reuters กล่าว Trump เห็นว่าเรื่องภัยคุกคามจากขีปนาวุธ อาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเป็นเรื่องใหญ่และเป็นประเด็นหลักในนโยบายของเขาที่จะกดดันจีนให้ใช้ความสามารถมากขึ้น จีนเป็นผู้ส่งอาหารและพลังงานรายใหญ่ให้เกาหลีเหนือและเป็นพันธมิตรหลักของเกาหลีเหนือ “เราจะเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้น…แต่เป็นสถานการณ์ที่อันตรายมากและจีนสามารถจัดการให้จบได้อย่างรวดเร็ว ในความเห็นของฉัน” Trump กล่าวเมื่อตอนพบกับนายกรัฐมนตรี Abe ในช่วงต้นเดือนนี้ด้วยว่าเรื่องเกาหลีเหนือสำคัญมาก การรับมือภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือเป็น “a very, very high priority” สำหรับเขา เขาไม่ต้องการให้ประเทศต่างๆครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ ไม่ต้องการตามหลังประเทศใดๆ ถึงแม้จะเป็นประเทศที่เป็นมิตรก็ตาม แหล่งข่าว The Korea Times (2017). Trump says it’s too late to meet with Kim Jong-un. [Online].Available: http://www.koreatimes.co.kr/www/news/nation/2017/02/103_224615.html. ที่มาภาพ http://whoisbiography.com/donald-trump-biography-life-education-career-facts/

“อเมริกาจะรับมือเกาหลีเหนืออย่างเข้มแข็ง” Trump

“อเมริกาจะรับมือเกาหลีเหนืออย่างเข้มแข็ง” Trump

Donald Trump จากการทดสอบยิงขีปนาวุธชนิดใหม่ของเกาหลีเหนือ ประธานาธิบดี Donald Trump ให้คำมั่นว่าจะรับมือเกาหลีเหนือ “very strongly”. ในการประชุมกับสื่อที่ทำเนียบขาว พร้อมด้วยนายกรัฐมนตรีแคนาดา Justin Trudeau ประธานาธิบดี Trump กล่าวว่าเกาหลีเหนือเป็นปัญหาใหญ่ “เห็นได้ชัดเจนว่าเรื่องของเกาหลีเหนือเป็นปัญหาใหญ่และเราจะรับมืออย่างเข้มแข็ง” ประธานาธิบดี Trump กล่าว อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้กล่าวชัดเจนว่าจะรับมือเกาหลีเหนือด้วยวิธีใดต่อความพยายามพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ ทั้งนี้ที่เพนตากอนได้แสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อกรณีดังกล่าว เน้นว่าวอชิงตันมีความผูกพันต่อการปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนและพันธมิตร เช่นเกาหลีใต้และญี่ปุ่นโดยไม่ยืดหยุ่น การพัฒนาขีปนาวุธของเกาหลีเหนือทำให้ทั่วโลกเป็นห่วง ผู้นำหลายคน เช่น ผู้นำญี่ปุ่น รัสเซีย ตุรกีและฮังการีแสดงความเสียใจต่อการยั่วยุดังกล่าว แหล่งข่าว Kim Mok-yeon, Arirang News (2017). President Trump says U.S. will deal with North Korea ‘very strongly’.  [Online].Available: http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=200809. ที่มาภาพ https://www.youtube.com/watch?v=7xX_KaStFT8.  

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Donald Trump ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2017 โดยประเด็นที่ได้รับการจับตามอง คือ ทิศทางความร่วมมือในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงและข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ประธานาธิบดี Trump ได้ยืนยันถึงการสานต่อความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงกับญี่ปุ่น และต้องการกระชับความสัมพันธ์ให้มากขึ้นเพื่อรับมือกับภัยคุกคามต่างๆ เช่น นิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ตลอดจนการยืนยันถึงพันธะสัญญาของสหรัฐฯ ในการสนับสนุนญี่ปุ่นปกป้องดินแดนตามมาตรา 5 ของสนธิสัญญาความมั่นคงญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงหมู่เกาะพิพาทกับจีนอย่าง Senkaku/Diaoyu ขณะที่ด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรี Abe ยังมองในแง่ดีว่า แม้สหรัฐฯ จะถอนตัวออกจากการเจรจาข้อตกลง TPP แต่ญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ ยังคงมีความสัมพันธ์ที่ดีทางเศรษฐกิจ ผู้สื่อข่าวมองว่า การเดินทางเยือนสหรัฐฯ ครั้งนี้ของผู้นำญี่ปุ่นประสบความสำเร็จ เพราะประธานาธิบดีสหรัฐฯคนใหม่ได้แสดงจุดยืนต่อการรักษาความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรด้านความมั่นคงต่อไป แหล่งข่าวที่มาภาพ : http://www.reuters.com/article/us-usa-trump-japan-idUSKBN15P17E

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: เวียดนาม

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: เวียดนาม

  นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe สิ้นสุดการเดินทางเยือนเอเชีย-แปซิฟิก 4 ประเทศ ที่เวียดนามในวันที่ 16 มกราคม 2017 โดยประเด็นความร่วมมือด้านความมั่นคงทางทะเลเป็นประเด็นที่ได้รับการจับตามอง ในการเยือนครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Abe ยืนยันว่า ญี่ปุ่นจะจัดส่งเรือตรวจการณ์จำนวน 6 ลำ ให้แก่เวียดนาม อันเป็นส่วนหนึ่งของเงินกู้เพื่อการพัฒนา (yen-loan) มูลค่า 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (120,000 ล้านเยน) มีวัตถุประสงค์ คือ สนับสนุนการยกระดับขีดความสามารถด้านความมั่นคงทางทะเลแก่เวียดนาม ประเด็นความร่วมมือหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) ก็เป็นอีกประเด็นที่ทั้งสองประเทศหยิบยกขึ้นมาหารือ หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump แสดงความชัดเจนที่ต้องการถอนตัวออกจากการเจรจาข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) (ปัจจุบันได้ถอนตัวออกอย่างเป็นทางการ) ซึ่งญี่ปุ่นและเวียดนามแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะสนับสนุน TPP ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม การกระชับความสัมพันธ์ด้านความมั่นคงระหว่างญี่ปุ่นกับเวียดนามเกิดขึ้นท่ามกลางการดำเนินนโยบายเชิงรุกของจีนที่จะครอบครองพื้นที่ที่ตนอ้างสิทธิ์ในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ อีกทั้งความไม่แน่นอนของนโยบายความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียตะวันออกของสหรัฐฯ ในสมัยประธานาธิบดี Trump ก็ยิ่งทำให้ญี่ปุ่นมุ่งกระชับความร่วมมือด้านความมั่นคงกับประเทศในภูมิภาคมากขึ้น แหล่งข่าวและที่มาภาพ : http://www.scmp.com/news/asia/southeast-asia/article/2062592/japan-pm-shinzo-abe-meets-vietnamese-leaders-promises

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: อินโดนีเซีย

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: อินโดนีเซีย

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนอินโดนีเซียในวันที่ 15 มกราคม 2017 เพื่อหารือกับประธานาธิบดี Joko Widodo ในประเด็นความมั่นคงทางทะเลและความร่วมมือพัฒนาระบบรางในเส้นทางจาการ์ต้า-สุราบาย่า รวมทั้งประเด็นพัฒนานิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ประเด็นความมั่นคงทางทะเล ทั้งสองประเทศแสดงเจตนารมณ์ที่จะร่วมมือกันรักษาความมั่นคงทางทะเล เพราะเป็นสิ่งจำเป็นต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศที่พึ่งพาการเดินทางและการขนส่งทางทะเล โดยญี่ปุ่นจะให้การสนับสนุนการเพิ่มขีดความสามารถด้านการรักษาความมั่นคงทางทะเลและการพัฒนาหมู่เกาะห่างไกลของอินโดนีเซีย ในการนี้นายกรัฐมนตรี Abe เรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเหนือทะเลจีนใต้อย่างสันติ ด้วยการเคารพกฎหมายและระเบียบระหว่างประเทศ ความร่วมมือพัฒนาระบบรางเส้นทางจาการ์ต้า-สุราบาย่า ระยะทางประมาณ 600 กม. ซึ่งทั้งสองฝ่ายมุ่งมั่นที่จะร่วมมือพัฒนาเส้นทางนี้เพื่อยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของอินโดนีเซีย อนึ่ง ในปี 2015 จีนชนะการประมูลโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงเส้นทางจาการ์ต้า-บันดุง ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าร่วมประมูลด้วย ประเด็นนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ทั้งสองผู้นำเห็นพ้องถึงภัยคุกคามต่อภูมิภาคจากความพยายามของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจะสั่นคลอนสันติภาพและเสถียรภาพของภูมิภาค และมองว่า การทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ได้นั้นเป็น “การยกระดับภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือ” การเดินทางเยือนอินโดนีเซียครั้งนี้ นายกรัฐมนตรี Abe ยังคงให้ความสำคัญกับประเด็นความมั่นคงทางทะเล อันเป็นวาระหลักในนโยบายต่างประเทศญี่ปุ่นของรัฐบาลนี้ รวมทั้งความพยายามส่งออกเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูง ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ญี่ปุ่นมีความเชี่ยวชาญและได้รับการยอมรับเพื่อสร้างรายได้แก่ประเทศตามหลักการ Abenomics แหล่งข่าวและที่มาภาพ : http://www.reuters.com/article/us-indonesia-japan-idUSKBN14Z0P9

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: ออสเตรเลีย

สรุปการเดินทางเยือน 4 ประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกของนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe: ออสเตรเลีย

           นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe เดินทางเยือนออสเตรเลียเป็นประเทศที่สองต่อจากฟิลิปปินส์ โดยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความร่วมมือด้านความมั่นคงในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์พิเศษ (special strategic partners) และผลักดันข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (TPP) โดยมีการทะยานขึ้นมาของจีนเป็นปัจจัยให้ทั้งสองประเทศกระชับความร่วมมือเพิ่มขึ้น           การเยือนครั้งนี้ ผู้นำทั้งสองประเทศได้ร่วมลงนามข้อตกลง Japan-Australia Acquisition and Cross-servicing Agreement (ACSA) ฉบับปรับปรุงจากข้อตกลงฉบับปี 2013 โดยความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นมาคือ กองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น (SDF) สามารถให้เครื่องกระสุนแก่กองทัพออสเตรเลียในการซ้อมรบหรือปฏิบัติการทางทหารร่วม ซึ่งฉบับเดิมอนุญาตให้ SDF กับกองทัพออสเตรเลียแบ่งปันเฉพาะอาหาร เชื้อเพลิง และสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐานต่างๆ ในปฏิบัติการของสหประชาชาติ (UNPKO) การบรรเทาภัยพิบัติระหว่างประเทศ และการซ้อมรบร่วมเท่านั้น           ด้านเศรษฐกิจ ผู้นำทั้งสองยืนยันถึงการบังคับใช้ข้อตกลง TPP เพื่อส่งเสริมการค้าเสรีภายในภูมิภาคอันจะเป็นประโยชน์แก่ทุกฝ่าย รวมทั้งการขยายความร่วมมือทั้งด้านการลงทุนและการค้าระหว่างกัน โดยเฉพาะการลงทุนเหมืองแร่ เพราะออสเตรเลียเป็นประเทศผู้ส่งออกแร่ที่มีความสำคัญต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีรายใหญ๋ของโลกและของญี่ปุ่น ด้านการค้าทั้งสองประเทศจะใช้ข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างญี่ปุ่นกับออสเตรเลีย (JAEPA) ที่มีผลบังคับใช้ในปี 2015 อย่างเต็มประสิทธิภาพ           การทะยานขึ้นมาของจีนผลักดันให้ทั้งสองประเทศกระชับความสัมพันธ์ในฐานะหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์พิเศษ […]