Category: International Relations

จีนลงทุนพัฒนา ‘ท่าเรือ Gwadar’ ในปากีสถาน ให้เป็นท่าเรือยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดในเอเชียใต้

สำนักข่าว VOA รายงานว่า จีนกำลังให้เงินทุนและความช่วยเหลือด้านการก่อสร้างแก่รัฐบาลปากีสถานเพื่อพัฒนาท่าเรือน้ำลึก “Gwadar” ให้กลายเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีความสำคัญด้านการขนส่งและจัดเก็บสินค้าแห่งหนึ่งของโลก ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลอาระเบียน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของปากีสถาน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสามดินแดนสำคัญของโลก คือ ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และเอเชียใต้ คาดว่าภายในปีนี้ ท่าเรือ Gwadar จะสามารถรองรับสินค้ามากกว่าหนึ่งล้านตัน และจะกลายเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ภายในห้าปี โดยมีเป้าหมายรองรับสินค้าได้ถึง 400 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2030 โครงการพัฒนาท่าเรือกวาดาร์ คือส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจที่เชื่อมระหว่าง จีน-ปากีสถาน ที่ลงนามเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยมูลค่าการลงทุน 46,000 ล้านดอลลาร์ และมีระยะเวลา 15 ปี ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างถนน รางรถไฟ ท่อขนส่งน้ำมัน โรงไฟฟ้า และเขตอุตสาหกรรม   แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/china-pakistan-port/4087864.html

ญี่ปุ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ญี่ปุ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

เครดิตภาพ: NHK องค์การการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Japan National Tourism Organization: JNTO) ได้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยได้จัดให้มีการแสดงสด และบูธให้ข้อมูลการเดินทาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยไปญี่ปุ่นมากขึ้น รัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นได้แจกจ่ายโบรชัวร์ท่องเที่ยวให้กับผู้มาร่วมงาน โดยพวกเขาพยายามประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ อนึ่ง นักท่องเที่ยวจากไทยไปญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 900,000 คนและยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 7 ในปีนี้ แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20170923_19/

เมืองโอซาก้าอาจจะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก เนื่องจากปัญหารูปปั้นหญิงบำเรอ

เมืองโอซาก้าอาจจะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก เนื่องจากปัญหารูปปั้นหญิงบำเรอ

นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า Hirofumi Yoshimura ได้ประกาศแผนการที่จะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโกในที่ประชุม ด้วยซานฟรานซิสโกนั้นได้นำรูปปั้นหญิงบำเรอเข้ามาไว้ในสวนสาธารณะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายจีน นายกเทศมนตรี  Yoshimura กล่าวว่า “ถ้าซานฟรานซิสโกรับพื้นที่นี้มา… ก็เหมือนกับว่าทางซานฟรานซิสโกได้สร้างรูปปั้นนั้น ดังนั้น ผมจึงขอยุติความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก” อนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีผู้หญิงกว่า 200,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี และบางส่วนจากพื้นที่อื่นในเอเชีย เช่น จีน ถูกบังคับให้เป็นหญิงบำเรอของทหารกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวได้สร้างรูปปั้นหญิงบำเรอไปไว้ตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในเกาหลีใต้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้หญิงได้ตกเป็นทาสทางเพศจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนธันวาคม 2015 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามในข้อตกลงกับรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยได้ขออภัย และเสนอการจัดตั้งมูลนิธิด้วยวงเงิน 1 พันล้านเยน (หรือประมาณ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อช่วยเหลืออดีตหญิงบำเรอที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางเกาหลีใต้ได้กล่าวว่า ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต่อเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามได้   แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://japantoday.com/category/politics/Osaka-may-end-San-Francisco-sister-city-ties-over-%27comfort-woman%27-statue

กองเรือจีนเดินทางถึงทะเล Baltic เตรียมซ้อมรบกับรัสเซีย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เรือรบของจีน 3 ลำ เดินทางถึงน่านน้ำทะเลบอลติกนอกชายฝั่งเมืองคาลินินกราดของรัสเซียแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรือรัสเซียในสัปดาห์หน้า โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มหาอำนาจทั้งสองร่วมกันซ้อมรบในทะเล Baltic  กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า การซ้อมรบร่วมจะมีขึ้นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และปฏิบัติการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงที่สุดจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.นี้ เพื่อฝึกต่อต้านเรือรบ เรือดำน้ำ และปฏิบัติการกู้ภัย โดยฝ่ายรัสเซียจะนำกองเรือเข้าร่วม รวมทั้งเรือรบอื่น ๆ และเครื่องบินทหารด้วย จีนและรัสเซียจัดการซ้อมรบประจำปีร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดำเนินปฏิบัติการดังกล่าวในทะเล Baltic ซึ่งทำให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนาโต้อยู่ระหว่างเสริมกำลังทหารในโปแลนด์และกลุ่มประเทศติดทะเล Baltic เพื่อตอบโต้พฤติกรรมยั่วยุทางทหารของรัสเซียในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งการที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการสู้รบในยูเครนตะวันออก อย่างไรก็ตาม บทความในหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของทางการจีนระบุว่า การซ้อมรบร่วมกับรัสเซียนั้นมีขึ้นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีจุดประสงค์จะใช้การซ้อมรบตอบโต้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ใด ๆทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีนและรัสเซียเท่านั้น แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40690361

จีนสกัดเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯเหนือทะเลจีนตะวันออก

สำนักข่าว BBC รายงานอ้างแหล่งข่าวผู้หนึ่งเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า เครื่องบินลาดตระเวน EP-3 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกเครื่องบินขับไล่ของจีน 2 ลำบินขึ้นสกัดและบังคับให้ออกนอกเส้นทาง ที่บริเวณน่านฟ้าเหนือทะเลจีนตะวันออก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนซึ่งติดอาวุธ บินโฉบเข้าใกล้เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯในระยะห่างเพียง 91 เมตร ซึ่งเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า การเผชิญหน้ากันระหว่างเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯและเครื่องบินขับไล่ของจีนในครั้งนี้ถือว่าไม่ปลอดภัย แม้โดยส่วนใหญ่เหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นในอดีตมักจะไม่เสี่ยงเป็นอันตรายก็ตาม   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40713202  

จีนตอบโต้สหรัฐฯ หลัง Trump กล่าวว่าไม่ช่วยปรามเกาหลีเหนือ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการจีนโต้กลับคำวิจารณ์ของประธานาธิบดี Donald Trump ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตำหนิจีนเรื่องที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวของเกาหลีเหนือว่า ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่ได้มาจากจีน และที่จริงทุกฝ่ายต่างก็ต้องช่วยกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังข้างต้น หลังผู้นำสหรัฐฯทวีตข้อความอ้างอิงจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จีนนั้นดีแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำสิ่งใดเลยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเกาหลีเหนือ ทูตจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า ปัญหาดังกล่าวขึ้นอยู่กับสหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจีน “สหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายแรกที่ต้องรับผิดชอบในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ขับเคลื่อนไปในแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งการลดสถานการณ์ความตึงเครียด และพยายามให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต่อไป” ทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าว เขายังกล่าวย้ำว่า “ไม่ว่าจีนจะมีความสามารถเพียงใด ความพยายามของจีนจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคู่กรณีหลักเป็นสำคัญ” ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เช่นกันว่า สหรัฐฯและชาติอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง พยายามจะโยนความรับผิดชอบเรื่องปัญหาเกาหลีเหนือมาให้รัสเซียและจีน โดยกล่าวโทษว่าทั้งสองประเทศสนับสนุนความทะเยอทะยานของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40786810  

จีนประกาศปกป้องอธิปไตย หลังเครื่องบินสหรัฐฯลาดตระเวนเหนือทะเลจีนใต้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงประณามการที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer 2 ลำ ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ว่า การที่สหรัฐฯใช้สิทธิเพื่อดำเนินปฏิบัติการ “เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ” นั้นไม่เป็นปัญหา แต่จีนขอคัดค้านอย่างเต็มที่หากประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างใช้สิทธิดังกล่าว “เพียงเพื่อแสดงแสนยานุภาพ รวมทั้งละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของจีน” ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนออกแถลงการณ์ฉบับสั้นแก่สื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าจีนพร้อมจะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลัง ก่อนหน้านี้ เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งสองลำซึ่งถูกส่งมาจากฐานทัพอากาศของสหรัฐฯใน Guam ได้เข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบในเวลากลางคืนกับเครื่องบินรบ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (JASDF) ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือน่านน้ำที่จีนมีข้อพิพาททางกรรมสิทธิ์กับญี่ปุ่น หลังเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบร่วมดังกล่าวแล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ทั้งสองลำได้รับคำสั่งให้บินโฉบเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน กองบัญชาการแปซิฟิกของกองทัพสหรัฐฯแถลงว่า การซ้อมรบร่วมทางอากาศกับญี่ปุ่นและการบินเหนือน่านน้ำดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ “แสดงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เพื่อต้านทานการกระทำยั่วยุและสั่นคลอนเสถียรภาพที่เกิดขึ้นในภาคพื้นแปซิฟิก”   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40541236

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

สำนักข่าว Washington Post รายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า หลังการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump กับประธานาธิบดี Xi Jingping ในการประชุม G20 ที่เมือง Hamburg เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าว แต่เกิดความผิดพลาดขึ้น โดยระบุว่า นาย Xi Jinping คือผู้นำของ “Republic of China” แทนที่จะเป็น People Republic of China อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ความผิดพลาดดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงความผิดพลาดที่ดูเล็กน้อย แต่ทำให้คิดไปถึงคำกล่าวของ Trump ที่ประกาศไม่สนใจนโยบายจีนเดียว ก่อนที่เขาจะกลับลำหันมาสนับสนุนนโยบายจีนเดียวในเวลาต่อมา ที่มาภาพ : Washington Post

จีนระบุว่าได้ยื่นร้องเรียนต่อสหรัฐอเมริกา หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายกลาโหม ที่จะเพิ่มการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับทางไต้หวัน

จีนระบุว่าได้ยื่นร้องเรียนต่อสหรัฐอเมริกา หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายกลาโหม ที่จะเพิ่มการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับทางไต้หวัน

สำนักข่าว Agencies รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าไต้หวันคือดินแดนของตนที่อยู่ห่างไกล และไม่เคยประกาศว่าจะไม่ใช้กำลังกับไต้หวันเพื่อควบคุมให้อยู่ภายใต้การปกครอง สหรัฐอเมริกานั้นไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่ก็มีผลผูกพันโดยกฎหมายให้ช่วยปกป้องไต้หวัน แถมอเมริกายังเป็นแหล่งค้าอาวุธให้แก่ไต้หวันด้วย พระราชบัญญัติว่าด้วยการการป้องกันอาณาจักร (NDAA) ซึ่งสภาผู้แทนฯ ได้อนุมัติเมื่อวันศุกร์ ยังเสนอให้มีการขยายความร่วมมือในด้านการฝึกฝนและซ้อมรบกับไต้หวันอีกด้วย Lu Kang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า “เนื้อหาเชิงลบ” ในกฎหมายดังกล่าวที่เกี่ยวกับไต้หวันนั้นขัดต่อหลักการจีนเดียว ทั้งยังเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน “จีนได้ยื่นร้องเรียนต่อทางสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องนี้” ลู่ ระบุในการแถลงข่าว เขายังบอกด้วยว่า จีนต่อต้านอย่างเด็ดขาดสำหรับทุกรูปแบบของการติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างกองทัพอเมริกาและไต้หวัน “เราเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายอมรับโดยสมบูรณ์ ถึงภยันตรายที่ร้ายแรงของทุกข้อความที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันในกฎหมายฉบับนี้ และไม่ควรจะปล่อยให้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ อย่าหันหลังให้กับกงล้อประวัติศาสตร์ จะได้เลี่ยงความเสียหายต่อภาพรวมของความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ” เขากล่าว จีนมักจะพูดว่าไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุดต่อความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกาและจีน เมื่อเดือนที่แล้ว จีนเพิ่งเรียกร้องให้อเมริกาเพิกถอน “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” เรื่องจะขายอาวุธรวมมูลค่า 1.42 พันล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวัน โดยระบุว่า มันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งต่อข้อตกลงร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยคุยกันไว้เมื่อเดือนเมษายนในฟลอริดา ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันนั้นเย็นชาต่อกัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อปีที่แล้ว จีนนั้นสงสัยว่า “Tsai Ing-wen” ผู้นำ DPP ที่ฝักใฝ่เรื่องการประกาศเอกราช […]

ผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ประกาศให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงถึงกันในประชาคมโลกในการประชุมสุดยอด G20

ผู้นำกลุ่มประเทศ G20 ประกาศให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงถึงกันในประชาคมโลกในการประชุมสุดยอด G20

Hamburg- ผู้นำในกลุ่มประเทศ G20 เน้นถึงปัจจัยต่างๆที่ท้าทายเศรษฐกิจโลก การสร้างความรุ่งเรือง ความเป็นอยู่ที่ดีเพื่อรับมือกับปัจจัยท้าทายต่างๆและเพิ่มความเชื่อมโยงถึงกันในโลกเป็นวัตถุประสงค์ร่วมกันของกลุ่ม G20 การประชุมสุดยอด G20 ที่เมือง Hamburg เยอรมนีเมื่อวันที่ 7-8 กรกฎาคมที่ผ่านมา ผู้นำในกลุ่มนี้เห็นความสำคัญของการเพิ่มเสถียรภาพให้ระบบเศรษฐกิจ การเงินโลกโดยการร่วมมือกันในประชาคมโลกมากกว่าทำกิจการต่างๆโดยประเทศเดียว ภารกิจที่มีความสำคัญสูงสุดคือการเพิ่มความเข้มแข็ง ความยั่งยืน สมดุลและการเติบโตไปด้วยกัน โลกาภิวัตน์และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีได้สร้างแรงขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญ แต่ชาวโลกยังไม่ได้รับประโยชน์จากโลกาภิวัตน์อย่างทั่วถึง ผู้นำในกลุ่ม G20 จึงต้องการให้โลกาภิวัตน์ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวโลกโดยทั่วถึงกัน ให้ชาวโลกได้มีโอกาสต่างๆ ในงานนี้ประธานาธิบดี Donald Trump ประธานาธิบดี Moon Jae-in และนายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ได้หารือร่วมกันด้วย ยังคงต้องการแก้ไขเรื่องนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ โดยผู้นำทั้ง 3 คนเห็นชอบจะกดดันเกาหลีเหนือให้มากขึ้น การประชุมสุดยอดประจำปีของกลุ่มประเทศ G20 ซึ่งเป็นกลุ่มประเทศที่มีความก้าวหน้าหรือมีศักยภาพทางเศรษฐกิจเริ่มมีขึ้นตั้งแต่ปี 2008 โดยเน้นความร่วมมือทางด้าน การเติบโตของเศรษฐกิจโลก การค้าระหว่างประเทศและระเบียบการเงินระหว่างประเทศ แหล่งข่าวและที่มาภาพ The Federal Government (2017). G20 Germany 2017.  [Online]. […]