Category: International Relations

ผู้นำจีนอาจส่งสัญญาณเรื่องทะเลจีนใต้ ที่การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์

สำนักข่าว VOA รายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังจัดประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นทุก 5 ปี และกลุ่มผู้นำจีนถูกคาดหมายว่าจะส่งสัญญาณถึงท่าทีว่าจะใช้มาตรการแข็งกร้าวหรือผ่อนปรนต่อความขัดแย้งที่จีนมีต่อประเทศคู่พิพาทเขตแดนในทะเลจีนใต้ จากการประชุมพรรคครั้งสำคัญนี้  Fabrizio Bozzato นักวิเคราะห์ประจำสมาคม Taiwan Strategy Research กล่าวว่า กลุ่มผู้นำจีนน่าจะย้ำถึงนโยบายด้านความมั่นคงทางทะเลเดิมที่มีอยู่ของจีน โดยจีนน่าจะคงยืนตามแนวทางเดิมที่กรุงปักกิ่งมักกล่าวว่าทางการจีนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ขณะเดียวกัน Douglas Guilfoyle จากมหาวิทยาลัย Monash กล่าวว่า จีนอาจหยิบยกเนื้อหาของกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ มาอธิบายจุดยืนของตน วิธีดังกล่าวช่วยให้จีนตีกรอบประเด็นความขัดแย้งโดยการอ้างอิงบรรทัดฐานสากล เพื่อให้ได้รับการยอมรับที่กว้างขวางมากขึ้น อนึ่ง ศาลระหว่างประเทศตัดสินเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ว่าการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ขาดน้ำหนักทางกฎหมาย ซึ่งจีนปฏิเสธคำวินิจฉัยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า อิทธิพลทางการเมืองที่มากขึ้นของประธานาธิบดี Xi หลังจากการประชุมพรรคครั้งนี้ อาจนำไปสู่นโยบายที่แข็งกร้าวมากขึ้นหรือไม่เรื่องทะเลจีนใต้ แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/beijing-southchina-sea-ro/4077113.html

จีนเปิดตัว “ผู้นำชุดใหม่”

สำนักข่าว VOA รายงานว่า หลังจากที่การประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิตส์จีนเสร็จสิ้นลง มีการประกาศรายชื่อสมาชิกเจ็ดคนในคณะกรรมการถาวรของ Politburo ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการตัดสินใจของพรรค โดยในจำนวนนี้มีสองคนที่ได้รับเลือกกลับมาใหม่ คือประธานาธิบดี Xi Jinping กับ นายกรัฐมนตรี Li Keqiang และมีสมาชิกใหม่อีกห้าคน ซึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษาใกล้ชิดของประธานาธิบดี Xi Jinping อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากมณฑล Shaanxi ผู้เข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านวินัยของพรรค และมีหน้าที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาคอรัปชั่น พร้อมทั้งรองนายกรัฐมนตรีของจีน กับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จากนคร Shanghai รวมเป็นเจ็ดคน ​การประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ เป็นผลให้มีการเพิ่มชื่อและวิสัยทัศน์สำหรับประเทศจีนของประธานาธิบดี Xi Jinpingลงในธรรมนูญของพรรคด้วย และถือเป็นการผนึกอำนาจเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนคนปัจจุบัน ในฐานะผู้นำซึ่งทรงอิทฺธิพลมากที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่ประธานาธิบดี Mao Zedong อย่างไรก็ตาม คำถามที่มีอยู่ก็คือ เหตุใดจึงไม่มีการระบุหรือกำหนดตัวผู้ที่จะสืบทอดอำนาจต่อจากประธานาธิบดี Xi อย่างชัดเจน?   แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/china-politics-ct/4086854.html    

จีนลงทุนพัฒนา ‘ท่าเรือ Gwadar’ ในปากีสถาน ให้เป็นท่าเรือยุทธศาสตร์สำคัญที่สุดในเอเชียใต้

สำนักข่าว VOA รายงานว่า จีนกำลังให้เงินทุนและความช่วยเหลือด้านการก่อสร้างแก่รัฐบาลปากีสถานเพื่อพัฒนาท่าเรือน้ำลึก “Gwadar” ให้กลายเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีความสำคัญด้านการขนส่งและจัดเก็บสินค้าแห่งหนึ่งของโลก ท่าเรือแห่งนี้ตั้งอยู่ในทะเลอาระเบียน ถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางทะเลที่สำคัญของปากีสถาน ซึ่งเชื่อมต่อระหว่างสามดินแดนสำคัญของโลก คือ ตะวันออกกลาง เอเชียกลาง และเอเชียใต้ คาดว่าภายในปีนี้ ท่าเรือ Gwadar จะสามารถรองรับสินค้ามากกว่าหนึ่งล้านตัน และจะกลายเป็นท่าเรือใหญ่ที่สุดในเอเชียใต้ภายในห้าปี โดยมีเป้าหมายรองรับสินค้าได้ถึง 400 ล้านตันต่อปี ภายในปี 2030 โครงการพัฒนาท่าเรือกวาดาร์ คือส่วนหนึ่งของเส้นทางเศรษฐกิจที่เชื่อมระหว่าง จีน-ปากีสถาน ที่ลงนามเมื่อสองปีที่แล้ว ด้วยมูลค่าการลงทุน 46,000 ล้านดอลลาร์ และมีระยะเวลา 15 ปี ซึ่งรวมถึงการก่อสร้างถนน รางรถไฟ ท่อขนส่งน้ำมัน โรงไฟฟ้า และเขตอุตสาหกรรม   แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/china-pakistan-port/4087864.html

ญี่ปุ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

ญี่ปุ่นจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวในประเทศไทย

เครดิตภาพ: NHK องค์การการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (The Japan National Tourism Organization: JNTO) ได้จัดงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ในเดือนกันยายน ที่ผ่านมา โดยได้จัดให้มีการแสดงสด และบูธให้ข้อมูลการเดินทาง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวไทยไปญี่ปุ่นมากขึ้น รัฐบาลท้องถิ่นญี่ปุ่นได้แจกจ่ายโบรชัวร์ท่องเที่ยวให้กับผู้มาร่วมงาน โดยพวกเขาพยายามประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวและโปรโมชั่นพิเศษต่างๆ อนึ่ง นักท่องเที่ยวจากไทยไปญี่ปุ่นในปีที่ผ่านมามีจำนวนทั้งสิ้น 900,000 คนและยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยมีอัตราการเติบโตร้อยละ 7 ในปีนี้ แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://www3.nhk.or.jp/nhkworld/en/news/20170923_19/

เมืองโอซาก้าอาจจะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก เนื่องจากปัญหารูปปั้นหญิงบำเรอ

เมืองโอซาก้าอาจจะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก เนื่องจากปัญหารูปปั้นหญิงบำเรอ

นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้า Hirofumi Yoshimura ได้ประกาศแผนการที่จะยุติความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโกในที่ประชุม ด้วยซานฟรานซิสโกนั้นได้นำรูปปั้นหญิงบำเรอเข้ามาไว้ในสวนสาธารณะ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มชาวอเมริกันเชื้อสายจีน นายกเทศมนตรี  Yoshimura กล่าวว่า “ถ้าซานฟรานซิสโกรับพื้นที่นี้มา… ก็เหมือนกับว่าทางซานฟรานซิสโกได้สร้างรูปปั้นนั้น ดังนั้น ผมจึงขอยุติความสัมพันธ์บ้านพี่เมืองน้องกับซานฟรานซิสโก” อนึ่ง ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีผู้หญิงกว่า 200,000 คน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวเกาหลี และบางส่วนจากพื้นที่อื่นในเอเชีย เช่น จีน ถูกบังคับให้เป็นหญิงบำเรอของทหารกองทัพญี่ปุ่น ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีกลุ่มนักเคลื่อนไหวได้สร้างรูปปั้นหญิงบำเรอไปไว้ตามสถานที่ต่างๆทั่วโลก โดยส่วนใหญ่อยู่ในเกาหลีใต้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้หญิงได้ตกเป็นทาสทางเพศจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้แก่รัฐบาลญี่ปุ่นเป็นอย่างยิ่ง ในเดือนธันวาคม 2015 รัฐบาลญี่ปุ่นได้ลงนามในข้อตกลงกับรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยได้ขออภัย และเสนอการจัดตั้งมูลนิธิด้วยวงเงิน 1 พันล้านเยน (หรือประมาณ 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพื่อช่วยเหลืออดีตหญิงบำเรอที่ยังมีชีวิตอยู่ อย่างไรก็ตาม ทางเกาหลีใต้ได้กล่าวว่า ไม่เพียงพอที่จะชดเชยต่อเหตุการณ์ร้ายๆที่เกิดขึ้นในช่วงสงครามได้   แหล่งข่าวและที่มาภาพ: https://japantoday.com/category/politics/Osaka-may-end-San-Francisco-sister-city-ties-over-%27comfort-woman%27-statue

กองเรือจีนเดินทางถึงทะเล Baltic เตรียมซ้อมรบกับรัสเซีย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เรือรบของจีน 3 ลำ เดินทางถึงน่านน้ำทะเลบอลติกนอกชายฝั่งเมืองคาลินินกราดของรัสเซียแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรือรัสเซียในสัปดาห์หน้า โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มหาอำนาจทั้งสองร่วมกันซ้อมรบในทะเล Baltic  กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า การซ้อมรบร่วมจะมีขึ้นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และปฏิบัติการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงที่สุดจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.นี้ เพื่อฝึกต่อต้านเรือรบ เรือดำน้ำ และปฏิบัติการกู้ภัย โดยฝ่ายรัสเซียจะนำกองเรือเข้าร่วม รวมทั้งเรือรบอื่น ๆ และเครื่องบินทหารด้วย จีนและรัสเซียจัดการซ้อมรบประจำปีร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดำเนินปฏิบัติการดังกล่าวในทะเล Baltic ซึ่งทำให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนาโต้อยู่ระหว่างเสริมกำลังทหารในโปแลนด์และกลุ่มประเทศติดทะเล Baltic เพื่อตอบโต้พฤติกรรมยั่วยุทางทหารของรัสเซียในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งการที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการสู้รบในยูเครนตะวันออก อย่างไรก็ตาม บทความในหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของทางการจีนระบุว่า การซ้อมรบร่วมกับรัสเซียนั้นมีขึ้นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีจุดประสงค์จะใช้การซ้อมรบตอบโต้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ใด ๆทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีนและรัสเซียเท่านั้น แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40690361

จีนสกัดเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯเหนือทะเลจีนตะวันออก

สำนักข่าว BBC รายงานอ้างแหล่งข่าวผู้หนึ่งเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า เครื่องบินลาดตระเวน EP-3 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกเครื่องบินขับไล่ของจีน 2 ลำบินขึ้นสกัดและบังคับให้ออกนอกเส้นทาง ที่บริเวณน่านฟ้าเหนือทะเลจีนตะวันออก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนซึ่งติดอาวุธ บินโฉบเข้าใกล้เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯในระยะห่างเพียง 91 เมตร ซึ่งเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า การเผชิญหน้ากันระหว่างเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯและเครื่องบินขับไล่ของจีนในครั้งนี้ถือว่าไม่ปลอดภัย แม้โดยส่วนใหญ่เหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นในอดีตมักจะไม่เสี่ยงเป็นอันตรายก็ตาม   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40713202  

จีนตอบโต้สหรัฐฯ หลัง Trump กล่าวว่าไม่ช่วยปรามเกาหลีเหนือ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการจีนโต้กลับคำวิจารณ์ของประธานาธิบดี Donald Trump ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตำหนิจีนเรื่องที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวของเกาหลีเหนือว่า ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่ได้มาจากจีน และที่จริงทุกฝ่ายต่างก็ต้องช่วยกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังข้างต้น หลังผู้นำสหรัฐฯทวีตข้อความอ้างอิงจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จีนนั้นดีแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำสิ่งใดเลยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเกาหลีเหนือ ทูตจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า ปัญหาดังกล่าวขึ้นอยู่กับสหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจีน “สหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายแรกที่ต้องรับผิดชอบในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ขับเคลื่อนไปในแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งการลดสถานการณ์ความตึงเครียด และพยายามให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต่อไป” ทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าว เขายังกล่าวย้ำว่า “ไม่ว่าจีนจะมีความสามารถเพียงใด ความพยายามของจีนจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคู่กรณีหลักเป็นสำคัญ” ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เช่นกันว่า สหรัฐฯและชาติอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง พยายามจะโยนความรับผิดชอบเรื่องปัญหาเกาหลีเหนือมาให้รัสเซียและจีน โดยกล่าวโทษว่าทั้งสองประเทศสนับสนุนความทะเยอทะยานของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40786810  

จีนประกาศปกป้องอธิปไตย หลังเครื่องบินสหรัฐฯลาดตระเวนเหนือทะเลจีนใต้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงประณามการที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer 2 ลำ ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ว่า การที่สหรัฐฯใช้สิทธิเพื่อดำเนินปฏิบัติการ “เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ” นั้นไม่เป็นปัญหา แต่จีนขอคัดค้านอย่างเต็มที่หากประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างใช้สิทธิดังกล่าว “เพียงเพื่อแสดงแสนยานุภาพ รวมทั้งละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของจีน” ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนออกแถลงการณ์ฉบับสั้นแก่สื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าจีนพร้อมจะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลัง ก่อนหน้านี้ เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งสองลำซึ่งถูกส่งมาจากฐานทัพอากาศของสหรัฐฯใน Guam ได้เข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบในเวลากลางคืนกับเครื่องบินรบ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (JASDF) ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือน่านน้ำที่จีนมีข้อพิพาททางกรรมสิทธิ์กับญี่ปุ่น หลังเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบร่วมดังกล่าวแล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ทั้งสองลำได้รับคำสั่งให้บินโฉบเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน กองบัญชาการแปซิฟิกของกองทัพสหรัฐฯแถลงว่า การซ้อมรบร่วมทางอากาศกับญี่ปุ่นและการบินเหนือน่านน้ำดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ “แสดงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เพื่อต้านทานการกระทำยั่วยุและสั่นคลอนเสถียรภาพที่เกิดขึ้นในภาคพื้นแปซิฟิก”   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40541236

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

สำนักข่าว Washington Post รายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า หลังการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump กับประธานาธิบดี Xi Jingping ในการประชุม G20 ที่เมือง Hamburg เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าว แต่เกิดความผิดพลาดขึ้น โดยระบุว่า นาย Xi Jinping คือผู้นำของ “Republic of China” แทนที่จะเป็น People Republic of China อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ความผิดพลาดดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงความผิดพลาดที่ดูเล็กน้อย แต่ทำให้คิดไปถึงคำกล่าวของ Trump ที่ประกาศไม่สนใจนโยบายจีนเดียว ก่อนที่เขาจะกลับลำหันมาสนับสนุนนโยบายจีนเดียวในเวลาต่อมา ที่มาภาพ : Washington Post