Category: International Relations

“Trump” ลงนามประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ “ไต้หวัน”

“Trump” ลงนามประกาศใช้กฎหมายส่งเสริมสัมพันธ์ “ไต้หวัน”

รอยเตอร์ – ประธานาธิบดี Donald Trump แห่งสหรัฐฯ ลงนามประกาศใช้กฎหมายซึ่งสนับสนุนการส่งเจ้าหน้าที่เยี่ยมเยือนซึ่งกันและกันระหว่างสหรัฐฯ และไต้หวันเมื่อ 16 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากปักกิ่งซึ่งมองว่าวอชิงตันกำลังละเมิดหลักการ “จีนเดียว” ทำเนียบขาวระบุว่า กฎหมายซึ่งไม่มีผลผูกพันนี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2018 ตามเวลาในสหรัฐฯ ต่อให้ Trump ไม่ยอมลงนามก็ตามที ท่าทีของอเมริกาส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 มหาอำนาจตึงเครียดขึ้นไปอีก หลังจากที่  ประกาศมาตรการรีดภาษีนำเข้า และยังกดดันจีนให้เร่งแก้ไขมูลค่าการค้ากับสหรัฐฯ ที่เกินดุลถึง 375,000 ล้านดอลลาร์ แม้จะยังต้องการให้ปักกิ่งช่วยป้องปรามพฤติกรรมของเกาหลีเหนืออยู่ก็ตาม Lu Kang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงเมื่อวันศุกร์ (16) ว่า ปักกิ่งคัดค้านกฎหมายฉบับนี้ และเรียกร้องให้สหรัฐฯ เคารพหลัก “จีนเดียว” (One China) ซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน พร้อมทั้งระงับการติดต่อแลกเปลี่ยนอย่างเป็นทางการกับรัฐบาลไทเปด้วย ด้านสถานทูตจีนในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ได้ออกมาวิจารณ์กฎหมายฉบับนี้ว่า “ฝ่าฝืนหลักจีนเดียวซึ่งเป็นพื้นฐานของความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ อย่างร้ายแรง” “จีนไม่พอใจอย่างยิ่งและขอคัดค้านอย่างเต็มที่” ถ้อนแถลงจากสถานทูตจีนระบุ พร้อมทั้งเรียกร้องให้อเมริกา “หยุดสานสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างเป็นทางการ หรือยกระดับความสัมพันธ์จากที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ” […]

จีนเตือนสหรัฐร่าง กม.ไต้หวัน

หนังสือพิมพ์ไชน่าเดลีของจีน ออกแถลงการณ์เตือนสหรัฐ กรณีเตรียมผ่านร่างกฎหมายส่งเสริมการกระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันที่จีนอ้างว่าเป็นส่วนหนึ่งของจีนระบุหากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามร่างกฎหมายที่ระบุว่า สหรัฐควรมีนโยบายอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้นสามารถเดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่ระดับเดียวกันในไต้หวัน และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงไต้หวันเดินทางมาพบเจ้าหน้าที่สหรัฐด้วยเงื่อนไขที่ให้เกียรติ จะส่งเสริมให้ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ยิ่งยืนกรานอ้างอธิปไตยของไต้หวัน และจะทำให้จีนต้องใช้กฎหมายต่อต้านการแยกตัวอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ เป็นกฎหมายปี 2005 ที่ให้อำนาจจีนใช้กำลังป้องกันไม่ให้ไต้หวันแยกตัวจากจีน

การประชุม RCEP ใกล้ได้ข้อสรุป

ที่สิงคโปร์ – เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการประชุมระดับรัฐมนตรีระหว่างญี่ปุ่น จีน อินเดีย ประเทศสมาชิกอาเซียนและอื่นๆอีก 13 ประเทศ ที่สิงคโปร์ ที่ประชุมได้มีมติผลักดันข้อตกลงความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (Regional Comprehensive Economic Partnership: RCEP) ให้ได้ข้อสรุปเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยในบทอื่นๆที่นอกเหนือจากบทความร่วมมือทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เรื่องบริษัทขนาดเล็กและขนาดกลาง และอื่น ๆ อีกสองสามฉบับใกล้จะถึงขั้นสรุปแล้ว ตามแถลงการณ์ร่วมที่ออกหลังการประชุม ที่ประชุมหวังข้อตกลงนี้จะบรรลุผลสำเร็จในช่วงปลายปี อย่างไรก็ตาม ยังคงมีอุปสรรคหลายประการ ญี่ปุ่นและออสเตรเลียต้องการมาตรฐานระดับสูง อินเดียและประเทศอื่น ๆ ต่างก็ระวังเรื่องการเปิดเศรษฐกิจของตนไม่ให้มากเกินไป นาย Lim Hng Kiang รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ กล่าวว่า “แต่ละประเทศมีความปรารถนาอันหลากหลายและความแตกต่างกันในระดับต่างๆ” แหล่งข่าว : https://asia.nikkei.com/Politics-Economy/International-Relations/RCEP-a-step-closer-to-finalization

ญี่ปุ่นมีการขาดดุลการค้าเป็นครั้งแรกในรอบ 8 เดือน

กระทรวงการคลังญี่ปุ่นรายงานการขาดดุลทางการค้าในเดือนมกราคม ที่ 9,434,000 ล้านเยน (ประมาณ 125,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งเป็นตัวเลขขาดดุลครั้งแรกในรอบ 8 เดือน ท่ามกลางการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้น ในรายงานเบื้องต้นของกระทรวงการคลังระบุว่า มูลค่าการส่งสินค้าขาเข้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.9 จากปีก่อนหน้าเป็น 7 ล้านล้านเยน การนำเข้าปิโตรเลียมเพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.4  และก๊าซธรรมชาติเหลวที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 11.5 มูลค่าการส่งออกไปต่างประเทศจากญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น ร้อยละ 12.2 เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่ระดับ 6.1 ล้านล้านเยนซึ่งเป็นตัวเลขที่เติบโตอย่างรวดเร็วเป็นเดือนที่ 14 เนื่องจากการส่งออกไปยังจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของประเทศมีความแข็งแกร่ง ญี่ปุ่นได้ซื้อก๊าซปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติเหลวมากขึ้น สำหรับการผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่การพังทลายของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ Fukushima Daiichi อันเนื่องมาจากการเกิดแผ่นดินไหวและสึนามิในปี 2011   แหล่งข่าว:  https://www.theaustralian.com.au

ระอุเหตุพิพาทการบิน ‘จีน’ยกเลิก176เที่ยวบินไป’ไต้หวันช่วงตรุษจีน

ระอุเหตุพิพาทการบิน ‘จีน’ยกเลิก176เที่ยวบินไป’ไต้หวันช่วงตรุษจีน

30 ม.ค.2018 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สายการบินไชน่าอีสเทิร์น ประกาศยกเลิกเที่ยวบินไป-กลับ ระหว่างจีนแผ่นดินใหญ่กับไต้หวันทั้งหมด 106 เที่ยว ที่จะให้บริการเพิ่มขึ้นจากตารางปกติ ในระหว่างวันที่ 15-20 ก.พ.ช่วงเทศกาลตรุษจีน เนื่องจากรัฐบาลของไต้หวันไม่อนุมัติ โดยท่าทีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากกรณีที่ไม่กี่สัปดาห์มานี้ไชน่าอีสเทิร์นและเซี่ยเหมินแอร์ไลน์ส ได้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินใหม่ มาบินใกล้เกาะไต้หวัน โดยไม่แจ้งต่อรัฐบาลไทเป จนทำให้เกิดข้อพิพาทกันขึ้น โดยประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันชี้ว่า จีนแสดงพฤติกรรมที่ไร้ความรับผิดชอบ คุกคามความมั่นคงในภูมิภาคและกระทบต่อความปลอดภัยการบิน ขณะที่ เฉินฉินเซิง ผู้อำนวยการสำนักงานเดินอากาศและการบินไต้หวัน ได้ระบุว่า สนับสนุนให้ชาวไต้หวันเปลี่ยนไปใช้บริการสายการบินอื่น ในกรณีฉุกเฉินหากผู้ที่ต้องการไปไต้หวัน ไม่สามารถเดินทางกลับมาได้ รัฐบาลพร้อมส่งเครื่องบินทหารไปรับ   ที่มาภาพ: ceair.com

ปธน.ไต้หวันระบุ “กองทัพจีน” ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค

ปธน.ไต้หวันระบุ “กองทัพจีน” ทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค

รอยเตอร์ – กิจกรรมทางทหารของจีนกำลังทำให้เกิดความไม่มั่นคงในภูมิภาค ประธานาธิบดี ไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันระบุในวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา พร้อมเสริมว่า กองกำลังของเกาะแห่งกำลังดูว่าพวกเขาสามารถจะทำอะไรได้บ้าง จีนมองว่าไต้หวันที่ปกครองตนเองและเป็นประชาธิปไตยเป็นดินแดนต้องห้ามและไม่เคยบอกว่าจะไม่ใช้กำลังเพื่อนำสิ่งที่เขามองว่าเป็นมณฑลกบฏกลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของจีน จีนแสดงท่าทีเป็นปฏิปักษ์ต่อไต้หวันมากขึ้นเรื่อยๆ นับตั้งแต่ไช่ซึ่งมาจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าที่ฝักใฝ่เอกราชชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว ปักกิ่งสงสัยว่าเธอกำลังพยายามทำให้เกาะนี้มีเอกราชอย่างเป็นทางการซึ่งเป็นเส้นแดงสำหรับจีน ไช่ระบุว่า เธอต้องการสร้างสันติภาพกับแผ่นดินใหญ่ แต่กล่าวว่า เธอจะปกป้องความมั่นคงและวิถีชีวิตของไต้หวัน กองทัพอากาศของจีนเคยจัดการซ้อมรบใกล้ไต้หวันมาแล้ว 16 ครั้งในปีที่แล้ว กระทรวงกลาโหมของไต้หวันระบุในสมุดปกขาวในสัปดาห์นี้ กระทรวงฯ เตือนว่า ภัยคุกคามทางทหารจากจีนกำลังเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ปักกิ่งกล่าวหลายครั้งว่าการซ้อมรบที่ก็เกิดขึ้นในพื้นที่พิพาททะเลจีนใต้และทะเลญี่ปุ่นเช่นกันมีขึ้นเป็นประจำทุกปีและไม่ได้มุ่งเป้าบุคคลที่สามแต่อย่างใด ไช่ซึ่งคุยกับเจ้าหน้าที่อาวุโสในไทเป ระบุว่า ไต้หวันต้องการสันติภาพแต่ไม่อาจหยุดเตรียมพร้อมสู้รบได้แม้แต่วันเดียว “ในเวลานี้กิจกรรมทางทหารของจีนแผ่นดินใหญ่ในเอเชียตะวันออกส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคบางส่วนแล้ว” ไช่ กล่าว “ประเทศของเราเป็นผู้ส่งเสริมความปลอดภัยและความมั่นคงในภูมิภาคเรื่อยมา นี่คือเหตุผลที่กองทัพต้องจับตาการเคลื่อนไหวของกองทัพจีนและดำเนินการอย่างเหมาะสมหากจำเป็นเพื่อรับประกันความปลอดภัยของประเทศและภูมิภาค” จีนเตือนไต้หวันว่า “อย่าใช้อาวุธเพื่อปฏิเสธการรวมชาติ” และสื่อทางการจีนเผยแพร่ภาพเครื่องบินขับไล่ของจีนบินใกล้เกาะแห่งนี้ ความตึงเครียดพุ่งสูงในสัปดาห์นี้เมื่อนักการทูตอาวุโสของจีนขู่ว่า จีนจะบุกไต้หวันหากมีเรือรบสหรัฐฯไปเทียบท่าที่นั่น ไต้หวันซื้ออาวุธจากสหรัฐฯเกือบทั้งหมดแต่ยังคงกดดันให้วอชิงตันขายยุทโธปกรณ์ที่มีความทันสมัยมากกว่านี้ สหรัฐฯมีข้อผูกมัดทางกฎหมายให้ต้องช่วยไต้หวันปกป้องตนเองจากการการข่มเหงของจีน ไต้หวันที่มีความภาคภูมิใจในระบอบประชาธิปไตยไม่แสดงความสนใจที่จะถูกบริหารโดยจีน และรัฐบาลของไต้หวันกล่าวหาปักกิ่งว่าไม่เข้าใจเกี่ยวกับประชาธิปไตยในเวลาที่พวกเขาวิจารณ์ไทเป

ประธานาธิบดี Moon กระชับความสัมพันธ์กับจีน หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเกาหลีใต้

ประธานาธิบดี Moon กระชับความสัมพันธ์กับจีน หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจเกาหลีใต้

Moon Jae-in ประธานาธิบดี Moon Jae-in กลับจากเยือนจีน หวังเพิ่มความเข้มแข็งของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและทางยุทธศาสตร์กับจีน ซึ่งปัจจุบันจีนเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ จากความเป็นห่วงเรื่องเศรษฐกิจเกาหลีใต้ที่ชะลอตัว ปัญหาการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ยังแก้ไม่ได้ “ฉันได้เร่งให้รัฐบาลให้เพิ่มงบประมาณสำหรับมาตรการแก้ปัญหาการว่างงานในกลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวน 17.7 พันล้านเหรียญสหรัฐอย่างเร่งด่วนเพื่อการสร้างงานในต้นปีหน้า ดังนั้นผลที่ได้ต้องไปถึงมือประชาชน” ประธานาธิบดี Moon กล่าว เขากล่าวด้วยว่าได้เรียกร้องให้สร้างความมั่นใจสำหรับงบประมาณ 2.8 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อสร้างเสถียรภาพต่อการทำงานได้นำไปบริหารจัดการอย่างถูกต้อง ดังนั้นวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจะไม่ได้รับผลกระทบจากค่าจ้างขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญเรื่องความมั่นคงในโลกไซเบอร์ ทำลาย software ที่ล้าสมัย ไม่ได้มาตรฐานระดับโลก อีกทั้งยังทำให้คนในประเทศอื่นๆที่ต้องการซื้อสินค้าเกาหลีแบบออนไลน์ได้ล่าช้า แหล่งข่าว Moon Connyoung, Arirang News (2017). South Korean President Moon Jae-in assesses his China trip; focuses on microeconomics back home and abolishing cumbersome security plug-in [Online].Available. […]

นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจอาเซียน

  นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น นาย Shinzo Abe ได้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับเศรษฐกิจอาเซียนในการประชุมอาเซียนซัมมิทในระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2017 ณ กรุงมะนิลา ฟิลิปปินส์ ที่ผ่านมา มีใจความดังนี้ ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา GDP ของอาเซียนได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เท่า จาก 22.5 พันล้านดอลลาร์เป็น 2.6 ล้านล้านดอลลาร์ ประชากรเพิ่มขึ้นจาก 180 ล้านเป็น 640 ล้านคน อาเซียนมีอัตราการเติบโตที่สูง เป็นตลาดที่เต็มไปด้วยศักยภาพ และเป็นหนึ่งในฐานการผลิตชั้นนำของโลก ผมเชื่อว่าโดยการส่งเสริมเขตเศรษฐกิจที่อิสระ และยุติธรรม ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกซึ่งปัจจุบันเป็นภูมิภาคที่มีการขยายตัวอย่างรวดเร็วที่สุดในโลก การเติบโตจะน่าเชื่อถือมากขึ้น สิ่งสำคัญคือการส่งเสริมการค้าเสรีโดยการบรรลุความร่วมมือทางเศรษฐกิจแบบครอบคลุมภูมิภาคที่มีคุณภาพสูงร่วมกับอาเซียน ปัจจุบัน เป็นเรื่องปกติที่จะเห็นรถญี่ปุ่นบนถนนในประเทศอาเซียน และในขณะนี้ บริษัทญี่ปุ่นหลายแห่งมีการดำเนินงานและสร้างการเชื่อมต่อระหว่างคนสู่คนด้วยแนวทางการจ้างงานที่ดีในอาเซียน ผลไม้ที่ปลูกในอาเซียนเป็นที่นิยมกันทั่วไปในโต๊ะอาหารในญี่ปุ่น แท้จริงแล้วความเชื่อมโยงระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียนมีความเข้มแข็ง เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอาเซียนต่อไปในอีก 50 ปีข้างหน้าญี่ปุ่นจะดำเนินการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพ (Quality Infrastructure) และการส่งเสริมความร่วมมือด้านเทคนิครวมทั้งการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง  โครงสร้างพื้นฐานที่มีคุณภาพที่มีความปลอดภัยสูงสามารถสร้างงาน และช่วยถ่ายทอดเทคโนโลยีได้คำนึงถึงการคำนึงถึงด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมและปฏิบัติตามมาตรฐานสากล นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นผู้นำในการสนับสนุนการค้าเสรี […]

ผู้นำจีนอาจส่งสัญญาณเรื่องทะเลจีนใต้ ที่การประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์

สำนักข่าว VOA รายงานว่า พรรคคอมมิวนิสต์จีนกำลังจัดประชุมใหญ่ที่จัดขึ้นทุก 5 ปี และกลุ่มผู้นำจีนถูกคาดหมายว่าจะส่งสัญญาณถึงท่าทีว่าจะใช้มาตรการแข็งกร้าวหรือผ่อนปรนต่อความขัดแย้งที่จีนมีต่อประเทศคู่พิพาทเขตแดนในทะเลจีนใต้ จากการประชุมพรรคครั้งสำคัญนี้  Fabrizio Bozzato นักวิเคราะห์ประจำสมาคม Taiwan Strategy Research กล่าวว่า กลุ่มผู้นำจีนน่าจะย้ำถึงนโยบายด้านความมั่นคงทางทะเลเดิมที่มีอยู่ของจีน โดยจีนน่าจะคงยืนตามแนวทางเดิมที่กรุงปักกิ่งมักกล่าวว่าทางการจีนสนับสนุนการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ขณะเดียวกัน Douglas Guilfoyle จากมหาวิทยาลัย Monash กล่าวว่า จีนอาจหยิบยกเนื้อหาของกฎหมายทางทะเลของสหประชาชาติ มาอธิบายจุดยืนของตน วิธีดังกล่าวช่วยให้จีนตีกรอบประเด็นความขัดแย้งโดยการอ้างอิงบรรทัดฐานสากล เพื่อให้ได้รับการยอมรับที่กว้างขวางมากขึ้น อนึ่ง ศาลระหว่างประเทศตัดสินเมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่แล้ว ว่าการอ้างกรรมสิทธิ์ของจีนในทะเลจีนใต้ขาดน้ำหนักทางกฎหมาย ซึ่งจีนปฏิเสธคำวินิจฉัยดังกล่าว อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า อิทธิพลทางการเมืองที่มากขึ้นของประธานาธิบดี Xi หลังจากการประชุมพรรคครั้งนี้ อาจนำไปสู่นโยบายที่แข็งกร้าวมากขึ้นหรือไม่เรื่องทะเลจีนใต้ แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/beijing-southchina-sea-ro/4077113.html

จีนเปิดตัว “ผู้นำชุดใหม่”

สำนักข่าว VOA รายงานว่า หลังจากที่การประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิตส์จีนเสร็จสิ้นลง มีการประกาศรายชื่อสมาชิกเจ็ดคนในคณะกรรมการถาวรของ Politburo ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการตัดสินใจของพรรค โดยในจำนวนนี้มีสองคนที่ได้รับเลือกกลับมาใหม่ คือประธานาธิบดี Xi Jinping กับ นายกรัฐมนตรี Li Keqiang และมีสมาชิกใหม่อีกห้าคน ซึ่งประกอบด้วยที่ปรึกษาใกล้ชิดของประธานาธิบดี Xi Jinping อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จีนจากมณฑล Shaanxi ผู้เข้ารับตำแหน่งประธานคณะกรรมการด้านวินัยของพรรค และมีหน้าที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาคอรัปชั่น พร้อมทั้งรองนายกรัฐมนตรีของจีน กับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์จากนคร Shanghai รวมเป็นเจ็ดคน ​การประชุมใหญ่ครั้งที่ 19 ของพรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งนี้ เป็นผลให้มีการเพิ่มชื่อและวิสัยทัศน์สำหรับประเทศจีนของประธานาธิบดี Xi Jinpingลงในธรรมนูญของพรรคด้วย และถือเป็นการผนึกอำนาจเลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนคนปัจจุบัน ในฐานะผู้นำซึ่งทรงอิทฺธิพลมากที่สุดของประเทศ นับตั้งแต่ประธานาธิบดี Mao Zedong อย่างไรก็ตาม คำถามที่มีอยู่ก็คือ เหตุใดจึงไม่มีการระบุหรือกำหนดตัวผู้ที่จะสืบทอดอำนาจต่อจากประธานาธิบดี Xi อย่างชัดเจน?   แหล่งข่าว: https://www.voathai.com/a/china-politics-ct/4086854.html