Category: Sociology

สองเกาหลีบรรลุข้อตกลง จัดงาน Reunions ในเดือนตุลาคม

  เมื่อวันอังคารที่ 8 กันยายนสองเกาหลีเห็นชอบให้จัดงาน reunions ภายหลังการเจรจาเป็นเวลา 24 ชั่วโมงเพื่อให้สมาชิกในครอบครัวชาวเกาหลีที่พรากจากกันในสงครามเกาหลีได้พบกันอีก งานดังกล่าวมี 2 รอบให้สมาชิกในครอบครัวชาวเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ที่ได้รับการคัดเลือกประมาณ 100 คนรวมทั้งนักโทษในสงครามเกาหลีและผู้ที่ถูกเกาหลีเหนือจับตัวไปได้พบกับบุคคลอันเป็นที่รักอีกครั้งหนึ่ง โดยงานดังกล่าวจะมีขึ้นที่ภูเขา Kumgang ในเกาหลีเหนือในช่วงวันที่ 20-26 ตุลาคมนี้ ซึ่งเป็นช่วงเทศกาล Chuseok หรือ “Korean Thangsgiving Day” (Hwang Sung-hee, 2015). เอกสารอ้างอิง Hwang Sung-hee (2015).Koreas reach agreement after marathon family reunion talks. [online]. Available: http://www.arirang.com/News/News_View.asp?nseq=183139.

เกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้ต่อสู้กับความแห้งแล้ง ปีนี้คาดแห้งแล้งมากที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ

  คาดว่าผลผลิตทางการเกษตรของเกาหลีเหนือในปีนี้ลดลง 20 % จากปี 2014 ถ้าปริมาณน้ำฝนยังลดลงอย่างต่อเนื่องจนถึงเดือนกรกฎาคม ข้าราชการกระทรวงการรวมชาติกล่าวเมื่อวันอังคารที่ 9 มิถุนายน ในเดือนพฤษภาคม ในเกาหลีเหนือมีฝนตก 57 % ของปริมาณน้ำฝนโดยเฉลี่ยระหว่างปี 1981-2010 และเมื่อปี 2014 มีปริมาณน้ำฝนน้อยที่สุดในรอบ 15 ปี คาดว่าชาวเกาหลีเหนือส่วนหนึ่งจะขาดแคลนอาหารในปีนี้  คาดการณ์ว่าผลผลิตทางการเกษตรของเกาหลีเหนือลดลง 15-20 % ในปีนี้  เกาหลีเหนืออาจจะปลูกพืชทางเลือกอื่นแทนข้าว เรื่องการขาดแคลนอาหารเกาหลีเหนือได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติมาตั้งแต่ปี 1995  เมื่อปี 2012 รัฐบาลเกาหลีเหนือประกาศมาตรการ 6.28 ที่อนุญาตให้เกษตรกรเก็บผลผลิตไว้ได้ 30 % ของผลผลิตที่เก็บเกี่ยวได้ ในเกาหลีใต้ รัฐบาล ทหารและสมาคมทางการเกษตรร่วมมือกันรับมือความแห้งแล้งที่มากที่สุดในรอบ 4 ทศวรรษ โดยเพิ่มการจ่ายน้ำ แรงงาน เงินและปัจจัยสนับสนุนอื่นๆแก่เกษตรกร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคง นาย Han Min-koo กล่าวเมื่อวันพุธที่ผ่านมาว่าทหารให้ความช่วยเหลือทางด้านบุคลากรและเครื่องมือโดยเฉพาะในจังหวัดที่มีความแห้งแล้งมากเช่น Gyeonggi และ Gangwon มาตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ข้าวเป็นผลผลิตหลักทางการเกษตรและเป็นอาหารหลักของชาวเกาหลี พืชสำคัญอื่นๆของเกาหลีใต้ได้แก่ […]

เชื้อไวรัส MERS ระบาดในเกาหลีใต้ ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮเลื่อนกำหนดการเยือนสหรัฐอเมริกา

  ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-เฮเลื่อนกำหนดการเยือนสหรัฐอเมริกาที่กำหนดไว้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้เนื่องจากประชาชนเกิดความหวาดกลัวในการระบาดของเชื้อไวรัส Middle East respiratory syndrome- MERS แหล่งข่าวที่ Cheong Wa Dae กล่าวในวันพุธที่ 10 มิถุนายน “เพื่อให้ความมั่นใจต่อสาธารณชนจากการแพร่ระบาดของ MERS ประธานาธิบดีตัดสินใจเลื่อนการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา เนื่องจากเห็นว่าความปลอดภัยของประชาชนเป็นภารกิจที่มีความสำคัญเป็นอันดับแรก” เลขานุการอาวุโสของประธานาธิบดีกล่าว ขณะนี้มีผู้เสียชีวิตจากการระบาดของไวรัส MERS ในเกาหลีใต้จำนวน 9 คนแล้วและมีผู้ติดเชื้อจำนวน 108 คน  ผู้เสียชีวิตเป็นผู้ที่มีอายุ  55 ปีขึ้นไปและมีโรคประจำตัว การระบาดของเชื้อมักเกิดขึ้นในโรงพยาบาล ขณะนี้มีโรงพยาบาลในเกาหลีใต้จำนวน 29 โรงพยาบาลที่มีเชื้อไวรัส MERS และยังไม่มีวัคซีนเฉพาะสำหรับโรคนี้ สหรัฐอเมริกาเข้าใจสถานการณ์ในเกาหลีใต้และเห็นชอบในการเลื่อนกำหนดการเดินทางออกไป ประธานาธิบดีปาร์คเยือนสหรัฐอเมริกาครั้งนี้มีแผนการหารือกับประธานาธิบดีบารัค โอบามาทางด้านความมั่นคง การป้องกันขีปนาวุธ สันติภาพบนคาบสมุทรเกาหลีและในภูมิภาค (The Korea Herald, 2015). เอกสารอ้างอิง The Korea Herald (2015). Park postpones U.S. trip over MERS […]

จีนยุติการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจากนักโทษประหาร

จีนยุติการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจากนักโทษประหาร

สำนักข่าว CCTV ของจีนรายงานว่า ทางการจีนประกาศยุติการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะจากนักโทษซึ่งถูกประหารชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2015 เป็นต้นไป โดยหลังจากนี้การเปลี่ยนถ่ายอวัยวะในประเทศจีนจะมาจากการบริจาคโดยสมัครใจเท่านั้น จากรายงานของคณะกรรมการว่าด้วยการรับบริจาคอวัยวะของประเทศจีน (China’s Organ Donation Committee – ODC) 65% ของการบริจาคมาจากผู้เสียชีวิต ซึ่ง 90% ของการบริจาคข้างต้นมาจากนักโทษที่ถูกประหารชีวิต โดยประเทศจีนเพิ่งเริ่มรณรงค์การบริจาคอวัยวะโดยสมัครใจ อย่างไรก็ตามกระแสตอบรับจากสาธารณชนยังคงน้อย Huang Jiefu ประธาน ODC อธิบายว่ากระแสตอบรับดังกล่าว โดยมากเกิดจาก ระบบความคิดความเชื่อแบบดั้งเดิม และความกังวลเกี่ยวกับความเป็นธรรมและโปร่งใส โดยปริมาณความต้องการอวัยวะยังคงมีสูงกว่าจำนวนอวัยวะที่พร้อมให้บริจาคอยู่มาก อนึ่ง ทุก ๆ ปี มีผู้ป่วยในประเทศจีนที่ขึ้นบัญชีรอการเปลี่ยนถ่ายอวัยวะกว่า 3 แสนคน แต่มีเพียง 1 ใน 30 เท่านั้น ที่้ได้รับการเปลี่ยนถ่ายจริง แม้จะไม่มีการระบุถึงเหตุผลที่ชัดเจน แต่น่าเชื่อได้ว่าความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็นความพยายามของรัฐบาลจีนเพื่อพัฒนาภาพลักษณ์ของจีนให้เข้ากับปทัสถาน (norms) สากล อาทิ สิทธิพลเมืองเหนือเนื้อตัวร่างกาย เป็นต้น […]

บ้านที่พักอาศัยในปักกิ่ง

บ้านที่พักอาศัยในปักกิ่ง

ที่มาภาพ: CRI online ข่าวจาก CCTV America / CRI online ลักษณะของหมู่บ้านในกรุงปักกิ่ง จะมีลักษณะเป็นตึกสูงแบบคอนโดมิเนียมที่เราเห็นในนครใหญ่ทั่วไป จากการสำรวจสำมะโนครัวประชากรของกรุงปักกิ่งช่วงต้นปี 2011พบว่ากรุงปักกิ่งมีประชากรที่พำนักถาวรอยู่ถึง 19.6 ล้านคน  จึงเห็นมีผู้คนอาศัยอยู่มากมาย  การกระจายตัวของประชากรของกรุงปักกิ่งอาศัยอยู่หนาแน่นมากในเขตชั้นในของตัวเมือง ประชากรกว่า 60% ของทั้งเมืองอาศัยอยู่ที่เขตใจกลางเมือง ผู้คนในละแวกนี้จะอาศัยอยู่บนตึกสูงเสียดฟ้า ไปตามถนนจะเห็นตึกสูงอยู่กันเป็นหย่อมๆ มีรั้วล้อมรอบ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่า เป็น หมู่บ้านของคนปักกิ่ง ราคาบ้านที่ปักกิ่งโดยเฉลี่ย นั้นอยู่ที่ประมาณ 125,000 บาท/ตารางเมตร  ขึ้นอยู่กับทำเลด้วย ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านทำเลทองอย่าง 钓鱼台七号院 (เตี้ยวอวี๋ไถชีห้าวเยวี่ยน) ที่อยู่ติดกับเรือนรับรองรัฐบาลเตี้ยวอวี๋ไถนั้นราคาสูงถึง 625,000 บาท/ตารางเมตร ในขณะที่บ้านแถวชานเมืองนั้นราคา 40,000 บาท/ตารางเมตร ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลกระทบต่อราคาก็เช่น อยู่ในเขตวงแหวนรอบในหรือไม่ อยู่ใกล้สถานีรถไฟฟ้าหรือไม่ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ ราคาบ้านที่ปักกิ่งแพงขึ้นอย่างรวดเร็วมากภายในเวลาไม่กี่ปีมานี้ ส่วนใหญ่แล้วหมู่บ้านในปักกิ่ง 1 หมู่บ้านจะประกอบไปด้วยตึกสูงๆ หลายๆ ตึก อย่างหมู่บ้านหนึ่ง มีตึกทั้งหมด 12 […]

ความรุนแรงต่อต้านจีนในสังคมเวียดนาม

ความรุนแรงต่อต้านจีนในสังคมเวียดนาม

  ที่มาภาพ: www.bloggang.com ข่าวจาก CCTV / เอเอฟพี – สื่อทางการเวียดนามรายงานว่าเกิดเหตุหญิงชาวเวียดนามจุดไฟเผาฆ่าตัวตายประท้วงการตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนในน่านน้ำพิพาทที่เป็นชนวนเหตุกระตุ้นความโกรธแค้นในเวียดนาม เว็บไซต์ข่าวหนังสือพิมพ์แถ่งเนียน รายงานอ้างคำกล่าวของเจ้าหน้าที่ในนครโฮจิมินห์ระบุว่า นางเล ถิ เถวียต มาย อายุ 67 ปี ราดน้ำมันเชื้อเพลิงใส่ตัวเองและจุดไฟเผาที่บริเวณด้านหน้าทำเนียบประธานาธิบดีในนครโฮจิมินห์  เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้เข้าดับไฟ หลังผ่านไป 3 นาที และหญิงคนดังกล่าวเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กล่าวว่า นางมายจุดไฟเผาตัวเองเนื่องจากปัญหาส่วนตัวและความโกรธแค้นต่อกรณีการตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันอย่างผิดกฎหมายของจีนที่ละเมิดอธิปไตยของเวียดนาม บุตรชายของผู้เสียชีวิตเผยว่ามารดามักติดตามข่าวสารทางโทรทัศน์เกี่ยวกับเหตุขัดแย้งพิพาทเวียดนาม-จีน และดูมีท่าทีเศร้าเสียใจ จีนตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่เมื่อต้นเดือนพ.ค. ก่อให้เกิดความตึงเครียดในการเผชิญหน้าทางทะเลระหว่างเรือจีนและเวียดนามหลายสิบลำ ทั้งสองประเทศมีปัญหาขัดแย้งเกี่ยวกับสิทธิอธิปไตยดินแดนทางทะเล และการเผชิญหน้าดังกล่าวจุดกระแสเหตุจลาจลต่อต้านจีนในเวียดนามเมื่อสัปดาห์ก่อน จีนอพยพพลเมืองหลายพันคนออกจากเวียดนามหลังเกิดเหตุจลาจลและระบุว่ามีชาวจีน 4 คน เสียชีวิตจากเหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้น ขณะที่ฝ่ายเวียดนามระบุว่ามีชาวจีนเสียชีวิต 3 คน จีนอ้างสิทธิอธิปไตยเกือบทั้งหมดของทะเลจีนใต้ ขณะที่เพื่อนบ้านในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แสดงความรู้สึกวิตกเกี่ยวกับสิ่งที่ถูกมองว่าเป็นการกระทำที่แข็งกร้าวมากขึ้นของจีนในการรุกรานอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำที่เชื่อว่ามีแหล่งน้ำมันและก๊าซอยู่เป็นจำนวนมาก รัฐบาลเวียดนามประณาม การตั้งแท่นขุดเจาะน้ำมันของจีนเป็นการคุกคามสันติภาพอย่างร้ายแรง. วิเคราะห์ข่าว ปัญหาเรื่องการต่อต้านจีนและการใช้ความรุนแรงเกิดขึ้นในสังคมเวียดนามมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งปัจจุบันมีการเผาโรงงานของคนจีน ทำร้ายคนจีน ที่ทำงานอยู่ในเวียดนาม จนถึงขนาดต้องมีการอพยพกลับประเทศจีนกันเลยทีเดียว  ปัญหานี้คาดว่าจะยังคงเกิดขึ้นอีกนานในเวียดนาม อาจารย์ภาควิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยปักกิ่ง ให้ข้อแนะนำว่าการแก้ไขขณะนี้ของรัฐบาลจีนที่ดีทีสุดคือ การนิ่งและเจรจาน่าจะเป็นวิธีที่แก้ปัญหาที่ดีที่สุดที่รัฐบาลจีนพึงกระทำ ซึ่งน่าจะขัดแย้งกับความต้องการของสังคมจีน ที่ชาตินิยมซึ่งรู้สึกว่า การทำร้ายคนจีนในเวียดนาม เป็นเรื่องไม่ถูกต้องที่รัฐบาลเวียดนามต้องรับผิดชอบเพราะเป็นเรื่องผิดกฏหมายระหว่างประเทศ

ชาวจีนท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2014 น้อยลง

ชาวจีนท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2014 น้อยลง

สำนักข่าวแห่งประเทศจีนรายงานว่า สถาบันวิจัยกิจการท่องเที่ยวของจีน รายงานผลสำรวจความคิดเห็นการเตรียมวางแผนท่องเที่ยวช่วงเทศกาลตรุษจีนในปีนี้(2014) พบว่า มีสัดส่วนชาวจีนที่จะไปเที่ยวในช่วงเวลาดังกล่าวน้อยลง คือมีเพียงร้อยละ 59.9 ในขณะที่ปีที่แล้ว มีจำนวน ร้อยละ 76.8 แต่จำนวนของชาวจีนที่ต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ มีมากกว่าคนที่จะไปเที่ยวต่างจังหวัดในประเทศเป็นครั้งแรก โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 7 ทั้งนี้ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย สหรัฐฯ ฝรั่งเศส นิวซีแลนด์ แคนาดา ตลอดจนฮ่องกง มาเก๊าและไต้หวันเป็นสถานที่ซึ่งชาวจีนนิยมไปท่องเที่ยวมากที่สุด ส่วนแหล่งท่องเที่ยวภายในประเทศนั้น เมืองซานย่า กรุงปักกิ่ง เมืองหางโจว นครเซี่ยงไฮ้ มณฑยูนนานและภาคตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นสถานที่ชาวจีนนิยมที่สุด แหล่งข่าว:  สำนักข่าวแห่งประเทศจีน http://thai.cri.cn/247/2014/02/03/224s217798.htm บทวิเคราะห์ข่าว รัฐบาลจีนได้ให้ความสําคัญกับการท่องเที่ยว โดยมีนโยบายด้านการท่องเที่ยวและมีการวางแผนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ และส่งเสริมให้ นักลงทุนต่างชาติเข้าไปสร้างโรงแรมที่มีมาตรฐาน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งภายในและภายนอกประเทศ ปัจจุบันปัจจัยที่ส่งเสริมให้ชาวจีนเดินทางออกท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ประการแรก ปัจจัยด้านเศรษฐกิจ รายได้ของประชาชนเพิ่มมากขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวจีนดีขึ้นและมีความมั่นคงในชีวิตมากขึ้น ชาวจีนผู้มีฐานะดีกว่า ๖๕ ล้านคนเป็นผู้มีรายได้สูงกว่า ๕๕,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการคาดการณ์ขององค์การการท่องเที่ยวโลก คาดว่าภายในปี […]

จีนปราบทุจริต ไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ครอบครัวอยู่ตปท.

จีนปราบทุจริต ไม่เลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ครอบครัวอยู่ตปท.

  ที่มาภาพ:  http://www.manager.co.th/China/ViewNews.aspx?NewsID=9570000006740 จีนเริ่มมาตรการล่าสุดในการกวาดล้างการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่กำลังกัดกร่อนชาติ โดยประกาศตัดสิทธิ์การพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ลูกเมียย้ายถิ่นฐานไปอาศัยในต่างแดนปัจจุบันจีนกำลังประสบปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งสามี ภรรยา หรือบุตร ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกันหมด เจ้าหน้าที่รัฐพวกนี้จะอาศัยเส้นสายของครอบครัว ที่อยู่ในต่างประเทศ ลอบเคลื่อนย้ายทรัพย์สินไปเมืองนอกอย่างผิดกฎหมาย โดยไม่ต้องถูกตรวจสอบ จึงเกิดคำเรียกขานเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีพฤติกรรมดังกล่าวว่า “เจ้าหน้าที่ล่อนจ้อน” (naked officials)นายหวัง ฮ่วนชุน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์จีน ให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า “เจ้าหน้าที่รัฐเหล่านี้จัดอยู่ในกลุ่ม ซึ่งมีความเสี่ยงสูง ที่จะคอร์รัปชั่น โดยคดีทางเศรษฐกิจราวร้อยละ 40 และคดีการทุจริตและฉ้อโกงเกือบร้อยละ 80 ที่เกิดขึ้นล้วนเกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่ล่อนจ้อน” นับเป็นครั้งแรก ที่มีการออกกฎระเบียบไม่พิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐในลักษณะนี้ กฎนี้ประกาศโดยฝ่ายการจัดตั้งองค์กรกลางพรรคคอมมิวนิสต์ (Organization Department) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจ และเป็นผู้ตัดสินใจในการแต่งตั้งตำแหน่งทางการเมือง และยังระบุด้วยว่า การพิจารณาเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่งต้องเน้นในเรื่องความซื่อสัตย์มั่นคงด้านศีลธรรมให้มากขึ้น รวมทั้งความสำเร็จในการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตประชาชน ตลอดจนรักษาปกป้องสังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น เจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าเกณฑ์ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ต้องเป็นผู้มีความโดดเด่นเป็นพิเศษเท่านั้น ส่วนผู้มีชื่อเสียงมัวหมองในหมู่สาธารณชนจะไม่ได้รับการพิจารณาส่งเสริม ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ได้ออกมาเตือนเช่นเดียวกับผู้นำจีนรุ่นก่อน ๆ ว่า การทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นปัญหาร้ายแรง ที่เป็นอันตรายต่อการดำรงอยู่ของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เนื่องจากการปราบปรามคอร์รัปชั่นมีความยากซับซ้อน และต้องใช้ […]

ผลวิจัยชี้ฝุ่นกัมมันตรังสีจากระเบิดปรมาณูเมืองฮิโรชิมาเป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

ผลวิจัยชี้ฝุ่นกัมมันตรังสีจากระเบิดปรมาณูเมืองฮิโรชิมาเป็นสาเหตุการตายของโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น

ที่มา: http://english.kyodonews.jp/news/2013/10/251944.html, HIROSHIMA, Oct. 18, Kyodo สรุปข่าว/ผลการศึกษาโดยนักวิจัยแห่งมหาวิทยาลัยฮิโรชิมาได้แสดงให้เห็นว่าคนที่เข้ามาอาศัยอยู่ในเมืองฮิโรชิมาหลังจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในปี 1945 ต้องเผชิญกับโอกาสเสี่ยงสูงที่จะเสียชีวิตจากโรคมะเร็งมากกว่าคนที่มาถึงเมืองสามวันหลังจากเหตุการณ์ระเบิด ผลการวิจัยนี้ได้ชี้ให้เห็นว่าสุขภาพของมนุษย์อาจอ่อนแอลงจากการตกค้างของสารกัมมันตภาพรังสีที่ใช้ผลิตระเบิดนิวเคลียร์ และท้าทายความคิดของหน่วยงานรัฐที่ว่าการได้รับรังสีดังกล่าวไม่มีความแตกต่างของการเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งในหมู่ผู้คนที่อยู่ในเมืองหลังจากเหตุระเบิดปรมาณู โดยคณะนักวิจัยของสถาบันวิจัยรังสีชีววิทยาและการแพทย์จะนำเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติในที่ประชุมของสมาคมวิจัยกัมมันตภาพรังสีแห่งญี่ปุ่นซึ่งจะจัดขึ้นในเมือง Aomori ที่มา: http://nuclear-news.net/2013/03/29/the-hiroshima-study-group-on-re-construction-of-local-fallout-from-a-bomb-in-1945-book-2-launched-with-recent-research-results-and-data/   วิเคราะห์ข่าว/ ผลการวิจัยนี้จะเป็นหลักฐานเพิ่มเติมอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยยืนยันผลพวงจากเหตุการณ์ทิ้งระเบิดปรมาณูในเมืองฮิโรชิมาในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งในเวลาต่อมาได้ทำให้ชาวญี่ปุ่นจำนวนมาก ได้รับผลกระทบด้านสุขภาพหลายอย่างจากสารกัมมันตภาพรังสี การศึกษาทางวิชาการต่างๆ ก็ได้บ่งชี้ว่าเราอาจมีโอกาสได้รับรังสีจากธาตุกัมมันตรังสีในฝุ่นที่เกิดจากการทดลองระเบิดนิวเคลียร์ หรือก๊าซที่เล็ดรอดออกมาจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์และโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยหน่วยงาน ICRP[1] (International Commission on Radiological Protection) ซึ่งทำหน้าที่กำหนดหลักการพื้นฐานและจัดทำข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการป้องกันรังสี ได้ระบุว่าการได้รับรังสีที่สูงกว่าระดับของรังสีในธรรมชาติจะทำให้เกิดผลต่อสุขภาพเพิ่มขึ้น ผลของการได้รับรังสีในปริมาณมากและมีอัตราการได้รับรังสีสูงนั้นมีหลักฐานที่ชัดเจนแล้วว่าจะทำให้ผู้ที่ได้รับรังสีเสียชีวิตได้ โดยที่ผ่านมามีการศึกษาและบันทึกผลต่อสุขภาพของผู้ที่รอดชีวิตจากระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิมาและนางาซากิ ทำให้ทราบว่าผลต่อสุขภาพจากการได้รับรังสีอาจจะไม่ปรากฏนอกจากจะได้รับรังสีที่สูงมาก หากแต่ก็มีผลอย่างอื่นอีกหลายอย่างโดยเฉพาะโรคมะเร็งที่เกิดขึ้นและตรวจพบได้มากขึ้นในผู้ที่ได้รับรังสีในระดับปานกลาง (หากในกรณีที่ได้รับรังสีปริมาณที่ต่ำลงจะพบว่าเซลล์และเนื้อเยื่อสามารถฟื้นตัวได้) อย่างไรก็ตาม ในชีวิตประจำวัน นอกจากรังสีแล้วยังมีสิ่งต่างๆ อีกหลายอย่างที่สามารถทำให้เกิดมะเร็งได้ รวมทั้งการสูบบุหรี่ การได้รับแสงอัลตร้าไวโอเลต ใยหิน สารเคมีบางชนิดในสี สารพิษจากเชื้อราในอาหาร ไวรัส หรือแม้แต่ความร้อน [1]International Atomic Energy Agency; IAEA. (2012). Factsheets and […]

กม.จีน: ไม่เยี่ยมไม่เป็นไร ลูกไม่แต่งงานพ่อแม่กลุ้ม!

กม.จีน: ไม่เยี่ยมไม่เป็นไร ลูกไม่แต่งงานพ่อแม่กลุ้ม!

ที่มาภาพ: http://thai.cri.cn/247/2013/07/18/232s211768.htm สืบเนื่องจากเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาข่าวที่ฮือฮามากในสังคมเครือข่ายบนโลกไซเบอร์ของไทย คงไม่พ้นเรื่อง “เก็บภาษีคนโสด” กว่าจะรู้ข้อเท็จจริง สังคมไทยก็โจษขานกันอย่างดุเด็ด มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย จนสื่อทีวีต้องนำเสนอข้อเท็จจริงว่า ประเด็นนี้เป็นเพียงการนำเสนอแนวคิดในงานสัมมนาของอาจารย์ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งของไทยเท่านั้น และไม่ได้เป็นนโยบายรัฐบาลไทยในขณะนี้ เหตุการณ์จึงสงบไป ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่เกิดในไทยเท่านั้น ทั้งประเด็นและความฮือฮาไม่ต่างกันบนโลกไซเบอร์ ก็เกิดขึ้นในจีนเช่นกัน ในประเด็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ หลังจากมีการประกาศกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของผู้สูงอายุจีน ฉบับแก้ไขปรับปรุงใหม่ ที่มีเนื้อหาระบุว่าลูกที่ไม่กลับไปเยี่ยมพ่อแม่บ่อยๆ มีความผิดตามกฎหมาย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ถัดไปไม่ถึงสิบวันก็เกิดปรากฏการณ์ขายบริการรูปแบบใหม่บนเว็บไซต์ถาวเป่า “รับจ้างกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่” ที่จะช่วยไปทำธุระ หุงหาอาหาร ซักเสื้อผ้าให้  โดยมีอัตราค่าบริการตั้งแต่ 50-60 หยวนต่อชั่วโมงไปจนถึง 3,000 หยวน หนุ่มสาวจีนส่วนใหญ่แล้วรับไม่ได้กับการใช้บริการรับจ้างกลับบ้านเยี่ยมพ่อแม่แทนนี้ เพราะรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ผู้เป็นลูกควรไปทำด้วยตนเอง การไปดูแลเอาใจใส่เป็นเพื่อนคุยไม่น่าจะทำแทนกันได้ สำหรับผู้สูงอายุเองก็คิดในทางเดียวกัน ว่าเป็นเรื่องของความรู้สึกความผูกพันระหว่างตนกับลูกย่อมไม่มีใครมาแทนที่ได้ และต่างเข้าใจว่าเป็นเพราะลูกทำงานยุ่ง ควรจะเข้าใจและสนับสนุน ดังนั้น เมื่อสื่อจีนได้ออกไปสอบถามผู้สูงอายุว่า มีความคิดเห็นอย่างไรต่อกฎหมายคุ้มครองสิทธิ์ใหม่นี้ และหากลูกไม่กลับมาเยี่ยมบ่อยๆ จะฟ้องเอาผิดทางกฎหมายหรือไม่ คำตอบที่ได้รับส่วนใหญ่ คือไม่ฟ้อง แต่ก็มีคำตอบที่เกินความคาดหมายและเป็นที่ฮือฮาในสังคมจีน คือ คำตอบของคุณตาท่านหนึ่งที่ว่า ลูกไม่กลับมาเยี่ยมจะไปถือว่าฝ่าฝืนกฎหมายได้อย่างไร อายุ 30 ปีแล้ว ยังไม่แต่งงานต่างหากที่ผิด! นับจากมีการเผยแพร่คลิปสัมภาษณ์ดังกล่าวบนอินเตอร์เน็ต […]