Articles By: Chayapat Wareenil

ปานามาตัดสัมพันธ์ทางการทูตไต้หวัน เบนเข็มซบจีน

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมาบีบีซีรายงานว่า ปานามาได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวัน และหันมาสร้างความสัมพันธ์กับประเทศจีนแทน โดยรัฐบาลปานามาระบุว่าพวกเขายอมรับนโยบาย “จีนเดียว” และจะถือว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนแผ่นดินใหญ่ สำหรับประเทศจีนนั้นถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกออกไป และยืนยันว่าควรจะมารวมตัวกับแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ ปานามาถือเป็นประเทศล่าสุดเบนเข็มความสัมพันธ์ทางการทูตมาที่ปักกิ่งแทนไทเป หลังเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมา หมู่เกาะเซาตูเมียและปรินซิพของแอฟริกาได้ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเช่นกัน โดยปัจจุบันเหลือเพียง 20 ประเทศเท่านั้นที่ยังดำรงความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันอยู่ ขณะที่อีกกว่า 46 ประเทศรวมทั้งไทยมีผู้แทนอยู่ในไต้หวัน แต่ไม่ใช่ทูต สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของปานามานี้เกิดขึ้นหลังจากจีนได้ขยายการลงทุนทางเศรษฐกิจไปยังประเทศแถบอเมริกากลางในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นบริเวณที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญทางเศรษฐกิจอย่างคลองปานามา โดยจีนเริ่มมีการลงทุนโครงการสร้างท่าเรือที่บริเวณตอนเหนือของปานามา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งถือเป็นคำตอบของปานามาผู้นำไต้หวัน ที่เดินทางเยือนกรุงปานามาซิตีเมื่อเดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว   ที่มาข่าว : BBC

สภาไต้หวันอนุมัติร่างกฎหมาย ห้ามฆ่าสุนัขและแมวเพื่อบริโภคเป็นอาหาร พร้อมตั้งบทลงโทษสถานหนัก

สภาไต้หวันอนุมัติร่างกฎหมาย ห้ามฆ่าสุนัขและแมวเพื่อบริโภคเป็นอาหาร พร้อมตั้งบทลงโทษสถานหนัก

หนังสือพิมพ์ไชน่าโพสต์รายงานเมื่อ 13 เมษายนที่ผ่านมาว่าสภานิติบัญญัติของไต้หวันมีมติให้ แก้ไขกฎหมายคุ้มครองสัตว์ โดยเพิ่มเนื้อหา ห้ามฆ่าสุนัขและแมวเพื่อใช้ในการบริโภค รวมถึงการจำหน่ายและขนส่งสัตว์ทั้งสองชนิด อันเป็นการส่งเสริมให้มีการบริโภค หากฝ่าฝืนจะต้องถูกปรับเป็นเงินระหว่าง 50,000-250,000 ดอลลาร์ไต้หวัน หรือเป็นเงินไทย 57,500 – 287,500 บาท และจำคุกสูงสุดนาน 2 ปี ขณะที่ผู้กระทำความผิดซ้ำ อาจถูกปรับสูงถึง 5 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (5.75 ล้านบาท) จำคุกสูงสุด 5 ปี นอกจากนี้ ยังห้ามล่ามสัตว์เลี้ยงทุกชนิดไว้กับจักรยานเพื่อให้วิ่งคู่กัน คล้ายการพาสุนัขไปเดินเล่น หากฝ่าฝืนอาจถูกปรับสูงถึง 15,000 ดอลลาร์ไต้หวัน (17,250 บาท) ส่วนขั้นตอนต่อไป คือ ส่งร่างกฎหมายให้ประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน ลงนามอนุมัติใช้กฎหมายอย่างเป็นทางการ ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าจะไม่มีอุปสรรค เนื่องจากเธอเป็นผู้ที่รักสัตว์ โดยเฉพาะแมวอยู่แล้ว โดยคาดว่าจะสามารถบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ภายในสิ้นเดือน

ไต้หวันเปิดตัวโครงการสร้างเรือดำน้ำ

ไต้หวันเปิดตัวโครงการสร้างเรือดำน้ำ

ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันเป็นประธานเปิดโครงการสร้างเรือดำน้ำโครงการแรกของไต้หวัน ไว้รับมือการคุกคามทางทหารที่เพิ่มขึ้นของจีน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 21 มีนาคมว่า ผู้นำหญิงของไต้หวันเป็นประธานพิธีลงนามอย่างเป็นทางการเพื่อริเริ่มโครงการที่เป็นความร่วมมือระหว่างกองทัพเรือไต้หวัน, ซีเอสบีซีคอร์ปอเรชัน ซึ่งเป็นบริษัทต่อเรือของไต้หวัน และสถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติชุงซาน ซึ่งไช่ประกาศยกย่องการเปิดตัวโครงการนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์” ปัจจุบันกองทัพเรือไต้หวันมีกองเรือดำน้ำที่ประกอบด้วยเรือดำน้ำ 4 ลำ ซึ่งซื้อจากต่างประเทศทั้งหมด แต่มีเพียง 2 ลำที่สามารถส่งใช้งานได้ยามศึกสงคราม เรือดำน้ำอีก 2 ลำที่ผลิตโดยสหรัฐตั้งแต่ทศวรรษ 1940 นั้น เก่าเกินไปและใช้สำหรับการฝึกเท่านั้น ไช่กล่าวว่า เรือดำน้ำที่ผลิตขึ้นโดยเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “นโยบายกลาโหมพื้นเมือง” นี้ น่าจะส่งมอบได้ภายในเวลา 8 ปี และระหว่างมาร่วมพิธีที่ฐานทัพเรือในเมืองเกาสงเมื่อวันอังคาร ไช่ได้ขึ้นเรือดำน้ำไหหู่ ที่เป็นเรือดำน้ำชั้นสวาร์ดิสที่ไต้หวันซื้อจากเนเธอร์แลนด์ และได้ชมการซ้อมจำลองการยิงตอร์ปิโดขณะอยู่บนเรือลำนี้ด้วย การเปิดตัวโครงการนี้เกิดขึ้นในช่วงยามที่ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบไต้หวันย่ำแย่ลงนับแต่ไช่ขึ้นเป็นผู้นำไต้หวันเมื่อปีที่แล้ว และยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังจากไช่โทรศัพท์ไปแสดงความยินดีกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลไต้หวันกล่าวเตือนด้วยว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่จีนอาจรุกรานไต้หวัน ทำให้รัฐบาลต้องเสริมการป้องกันทางทหาร เมื่อเดือน ม.ค.นี้ จีนได้ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิงแล่นผ่านช่องแคบไต้หวันเพื่อไปฝึกในแปซิฟิก และทำให้เฟิง ฉีกวน รัฐมนตรีกลาโหม ชี้ถึงความจำเป็นที่ไต้หวันต้องเร่งสร้างเรือดำน้ำไว้ใช้เอง ที่มาภาพ : Taipei Times

อดีตประธานาธิบดีไต้หวันเผชิญข้อหาใหม่ หลังเกิดกรณีความลับรั่วไหลที่อื้อฉาว

อดีตประธานาธิบดีไต้หวันเผชิญข้อหาใหม่ หลังเกิดกรณีความลับรั่วไหลที่อื้อฉาว

อดีตประธานาธิดบีหม่า อิง-จิ่ว ของไต้หวัน ถูกตั้งข้อหาใหม่วันนี้ หลังเกิดกรณีการรั่วไหลทางการเมืองที่เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ เพียงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่เขาจะเผชิญการตัดสินที่อาจเป็นไปได้ว่าเขามีความผิดในอีกคดีหนึ่ง ระหว่างอยู่ในตำแหน่ง นายหม่าได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองทางการเมือง แต่นับตั้งแต่เขาลงจากตำแหน่งผู้นำประเทศเมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว เขาก็เผชิญกับข้อหาทุจริตและข้อกล่าวหาอื่นๆ อัยการกรุงไทเปดำเนินการในฐานะรัฐบาล ตั้งข้อกล่าวหาต่อนายหม่าวันนี้ เนื่องจากทำให้การพิสูจน์ของผู้พิพากษาซึ่งเป็นความลับเมื่อปี 2556 รั่วไหลไปสู่นายเจียง อี๋-ฮั่ว นายกรัฐมนตรีและผู้ใกล้ชิด ทั้งนี้ พรรคก๊กมินตั๋งหรือเคเอ็มที. ของนายหม่า ซึ่งมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับจีน ปกครองไต้หวันตั้งแต่ปี 2551-2559 ก่อนที่นางไช่ อิง-เหวิน และพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือดีพีพีของเธอจะชนะการเลือกตั้งอย่างขาดลอย ที่มาภาพ : สำนักข่าวชินหัว

จีนรุก-ไต้หวันรับ ขยับสร้าง “เรือดำน้ำ” ครั้งแรก เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

จีนรุก-ไต้หวันรับ ขยับสร้าง “เรือดำน้ำ” ครั้งแรก เสริมเขี้ยวเล็บกองทัพ

เมื่อวันที่ 21 มี.ค.2560 เอเอฟพีรายงานสัญญาณกระแสต่อต้านจีนในภูมิภาคเอเชียเริ่มทวีความรุนแรง ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ประกาศเริ่มโครงการเสริมแสนยานุภาพกองทัพเรือไต้หวันด้วยการสร้างเรือดำน้ำเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายเสริมสร้างแสนยานุภาพกองทัพไต้หวัน เพื่อรับมือกับอิทธิพลของจีนที่กำลังเพิ่มมากขึ้นในภูมิภาคความเคลื่อนไหวดังกล่าวของไต้หวันเกิดขึ้นหลังจากกองทัพเรือจีนสั่งเรือบรรทุกเครื่องบินเหลียวหนิง ซึ่งเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำแรกของจีน แล่นผ่านช่องแคบไต้หวัน เมื่อเดือนม.ค.ปีนี้ พร้อมซ้อมรบขู่ไต้หวัน ทำให้รัฐบาลไต้หวัน ระบุว่า อาจกำลังตกอยู่ในความเสี่ยงถูกรุนรานจากจีน ที่มาภาพ : AFP

ไต้หวันปฏิเสธคำขอลี้ภัย “จาง เซี่ยงโจว” นักเคลื่อนไหวชาวจีน

เมื่อ 19 เมษายนที่ผ่านมา ทางการไต้หวันเปิดเผยว่า ได้ปฎิเสธคำขอลี้ภัยทางการเมืองของนายจาง เซี่ยงโจว นักเคลื่อนไหวชาวจีน ที่มีส่วนเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลจีนเปิดเผยทรัพย์สินของตัวเอง โดยให้เหตุผลว่านายจางมีคุณสมบัติไม่เพียงพอจะได้รับสิทธิ์ลี้ภัย นอกจากนี้ยังเดินทางออกจากไต้หวันไปแล้วพร้อมกับคณะทัวร์ที่เขาเดินทางมาด้วย หลังสิ้นสุดการท่องเที่ยวในไต้หวันเป็นเวลา 8 วัน

สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์สัมพันธ์สามเส้า สหรัฐฯ-จีน-ไต้หวัน: ทำไมทรัมป์เปลี่ยนท่าที?

บีบีซี่ได้วิเคราะห์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐ จีน และไต้หวันว่า สถานการณ์ในคาบสมุทรเกาหลีที่กำลังตึงเครียดขึ้นทุกขณะ กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้สหรัฐฯ รักษาระยะห่างจากไต้หวันมากขึ้น ล่าสุดประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า ตนมีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง และจะถามความเห็นของผู้นำจีนก่อนที่จะมีการต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไต้หวันอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยท้าทายจีนด้วยการต่อโทรศัพท์พูดคุยโดยตรงกับประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ของไต้หวัน เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองฝ่าย ทว่าล่าสุดนายทรัมป์กลับแสดงท่าทีหมางเมินเมื่อผู้นำไต้หวันส่งสัญญาณอยากให้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันอีกครั้ง โดยระหว่างให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์ นายทรัมป์ กล่าวว่าตนไม่ต้องการสร้างปัญหาความขัดแย้งกับประธานาธิบดีสี เรื่องไต้หวัน ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่สุดระหว่างสหรัฐฯ กับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรัฐบาลจีนแสดงท่าทีจะยื่นมือให้ความช่วยเหลือสหรัฐฯ ควบคุมเกาหลีเหนือ “ผมได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีสี ผมรู้สึกว่าเขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยเราในสถานการณ์ใหญ่ ๆ” นายทรัมป์ บอกกับรอยเตอร์ ถึงเรื่องที่จีนส่งสัญญาณจะช่วยให้รัฐบาลเกาหลีเหนือล้มเลิกการทดสอบขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ “ดังนั้นผมเลยไม่อยากมีปัญหากับเขาในตอนนี้ เขาเป็นเพื่อน ผมคิดว่าเขาทำหน้าที่ได้ยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำและผมไม่อยากทำอะไรที่เป็นการขัดขวางการทำหน้าที่ของเขา ผมเลยอยากจะถามเขาเสียก่อน” นายทรัมป์กล่าว นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวชมประธานาธิบดีสี เรื่องการรับมือกับเกาหลีเหนือ โดยเรียกผู้นำจีนว่า “เป็นคนดีมาก” และรักประเทศของตน นายทรัมป์กล่าวว่า อยากแก้วิกฤตเกาหลีเหนือด้วยวิธีทางการทูต แต่ก็เป็น “เรื่องยาก” และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิด “ความขัดแย้งครั้งใหญ่หลวง” กับเกาหลีเหนือ หลังจากได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี นายทรัมป์ได้รับโทรศัพท์แสดงความยินดีจากประธานาธิบดีไช่ […]

ทรัมป์ กล่าวว่า “ผมไม่อยากมีปัญหากับจีนในตอนนี้ และคิดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำ ผมจึงอยากจะถามผู้นำจีนเสียก่อนเกี่ยวกับการหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน”

ทรัมป์ กล่าวว่า “ผมไม่อยากมีปัญหากับจีนในตอนนี้ และคิดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำ ผมจึงอยากจะถามผู้นำจีนเสียก่อนเกี่ยวกับการหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน”

เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2560 สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐปฏิเสธที่จะคุยโทรศัพท์รอบใหม่กับประธานาธิบดีไช่ อิงเหวินของไต้หวัน พร้อมทั้งกล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐมีความสัมพันธ์อันดีกับประธานาธิบดีสี จิ้น ผิงของจีน และจะถามความเห็นของผู้นำจีน ก่อนที่จะมีการต่อสายโทรศัพท์พูดคุยกับผู้นำไต้หวันอีกครั้ง ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ เคยท้าทายจีน ด้วยการต่อโทรศัพท์พูดคุยโดยตรงกับประธานาธิบดีไช่ อิง เหวิน ของไต้หวัน เพื่อหารือถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างสองฝ่าย แต่ล่าสุดนายทรัมป์ กลับแสดงท่าทีหมางเมิน เมื่อผู้นำไต้หวันส่งสัญญาณว่าอยากให้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กันอีกครั้ง “ผมได้สร้างมิตรภาพที่แน่นแฟ้นกับประธานาธิบดีสี และรู้สึกว่าประธานาธิบดีจีนพยายามทุกวิถีทางเพื่อช่วยสหรัฐในสถานการณ์ใหญ่ ๆ ผมจึงไม่อยากมีปัญหากับจีนในตอนนี้และผมคิดว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิงทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำผมจึงอยากจะถามผู้นำจีนเสียก่อนเกี่ยวกับการหารือทางโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน” นายทรัมป์กล่าว นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังกล่าวชมประธานาธิบดีสี เกี่ยวกับการรับมือกับเกาหลีเหนือ โดยบอกว่าผู้นำจีนเป็นคนดีมาก และรักประเทศของตน และถึงแม้สหรัฐจะมีเจตนารมย์อยากแก้วิกฤตเกาหลีเหนือด้วยวิธีทางการทูต แต่ก็เป็นเรื่องยาก และมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งครั้งใหญ่หลวงกับเกาหลีเหนือ ที่มาภาพ:รอยเตอร์

ไต้หวันเล็งสร้าง “บินขับไล่ฝึกหัด 66 ลำ” ภายในปี 2026 เสริมทัพต้านจีน (รอยเตอร์ : 8/01/2017)

ไต้หวันเล็งสร้าง “บินขับไล่ฝึกหัด 66 ลำ” ภายในปี 2026 เสริมทัพต้านจีน (รอยเตอร์ : 8/01/2017)

ไต้หวันมีแผนที่จะสร้างเครื่องบินขับไล่ฝึกหัด 66 ลำโดยมีกำหนดการบินครั้งแรกภายในปี 2020 เพื่อเสริมสร้างการป้องกันประเทศจากจีนที่ไม่เคยปฏิเสธว่าจะไม่ใช้กำลังเพื่อนำสิ่งที่พวกเขามองว่าเป็นอาณาเขตของตนกลับคืน ฝูงบิน 66 ลำนี้จะถูกส่งมอบภายในปี 2026 สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชุง-ซานแห่งชาติ (National Chung-shan Institute of Science and Technology) หน่วยงานวิจัยของกระทรวงกลาโหมระบุในวันนี้ “การลงทุนกว่า 6.8 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวันในเครื่องบินฝึกหัดขั้นสูงโฉมใหม่ไม่เพียงสร้างรากฐานให้กับการพัฒนาศักยภาพการสู้รบทางอากาศของเราเท่านั้น แต่ยังทำให้อุตสาหกรรมการบินของเราพัฒนาต่อไปด้วย” ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวันกล่าวในพิธีลงนามสำหรับโครงการนี้ เครื่องบินเหล่านี้จะถูกพัฒนาร่วมกันระหว่างสถาบันนี้ กระทรวงกลาโหม และบริษัท Aerospace Industrial Development Corp ผู้ผลิตเครื่องบินทหารเพียงรายเดียวของเกาะนี้ ความสามารถในการสร้างเครื่องบินของไต้หวันหยุดนิ่งมานานเกือบ 30 ปีจนอุตสาหกรรมทางอากาศของตนตามหลังประเทศอื่นๆ ไช่ กล่าว โดยอ้างถึงเครื่องบินสู้รบ Indigenous Defence Fighters (IDFs) ที่ไต้หวันพัฒนาและผลิตในช่วงทศวรรษ 1990 โครงการดังกล่าวสิ้นสุดในช่วงปี 1999-2000 “เราจะไม่ทำให้อีก 30 ปีต้องสูญเปล่า” เธอกล่าวเสริม ในงบประมาณล่าสุดของปี 2017 กระทรวงกลาโหมระบุว่า พวกเขามีแผนที่จะทุ่มเงิน […]

ตำรวจไต้หวันจับบุกจับโสเภณีไทย (สำนักข่าวกลางไต้หวัน : 24/01/2017)

สำนักข่าวกลางของไต้หวันรายงานวันที่ 23 ม.ค. ว่า ตำรวจไต้หวันจับกุมผู้หญิงไทย 8 คน ที่พัวพันกับการค้าบริการทางเพศอย่างผิดกฎหมาย ตำรวจระบุว่า กลุ่มผู้หญิงไทยมีอายุ 20-30 ปี เดินทางมาไต้หวันประเภทไม่ต้องขอวีซ่า และขายบริการทางเพศตั้งแต่ก่อนหน้านี้ไปจนถึงช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่อพาร์ตเมนต์ที่เช่าไว้ในเมืองจู๋หนาน เทศมณฑลเหมียวลี่ ทางตะวันตกของไต้หวัน มีนายหน้าคนหนึ่งพาผู้หญิง 8 คน ไปที่เมืองจู๋หนาน และเริ่มธุรกิจบริการทางเพศ โดยอัตราบริการ 30 นาที เท่ากับ 2,200 ดอลลาร์ไต้หวันใหม่ (2,470 บาท) ตำรวจปฏิบัติการบุกอพาร์ตเมนต์ดังกล่าวเมื่อวันที่ 20 ม.ค. จับกุมผู้หญิงไทย 8 คน พร้อมชายไต้หวันวัย 18 ปี ที่เชื่อว่ารับผิดชอบดูแลความเป็นอยู่ของผู้หญิงไทยกลุ่มนี้ ชายไต้หวันถูกส่งไปสำนักงานอัยการเมืองจู๋หนาน ส่วนกลุ่มผู้หญิงไทยถูกส่งไปสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจู๋หนาน ขณะนี้ตำรวจติดตามหาบุคคลที่พาผู้หญิงไทยเข้ามาไต้หวันต่อไป