Articles By: Chayapat Wareenil

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

ไต้หวันกับนโยบายมุ่งลงใต้อย่างจริงจัง

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2017 ที่ผ่านมา ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เดินทางไปร่วมงานเปิดตัว “การประชุมอวี้ซาน-นวัตกรรมและความก้าวหน้าของเอเชีย” โดยไช่ อิงเหวินได้เตรียมส่งเสริมแผนการเรือธง 5 ด้าน สำหรับนโยบายมุ่งลงใต้ และเตรียมก่อตั้ง “มูลนิธิแลกเปลี่ยนเอเชีย – ไต้หวัน” เพื่อเป็นการจัดการประชุมอวี้ซานอย่างฐาวร ไช่ อิงเหวิน กล่าวว่า ภาระกิจแรกของไต้หวันคือ การเปลี่ยนตำแหน่งบทบาทของไต้หวันในภูมิภาค นโยบายมุ่งลงใต้คือกลยุทธ์ระดับเอเชียของไต้หวัน โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการทำให้ไต้หวัน และประเทศต่างๆ ในโลกในการขยายการทำงานร่วมกัน ขยายบทบาทของไต้หวันในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียใต้ ที่ผ่านมานโยบายมุ่งลงใต้มีการผลักดันความร่วมมือต่างๆ ในภูมิภาค เช่น RCEP (ข้อตกลงความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค) รวมทั้งความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับอินเดียและญี่ปุ่น ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแข็งขันซึ่งกันและกัน แต่ยังเป็นการเติมเต็มซึ่งกันและกันอีกด้วย ไช่ อิงเหวิน กล่าวเสริมว่า ในลำดับต่อไป ไต้หวันจะมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมแผนการ 5 เรือธง ซึ่งประกอบไปด้วย การพัฒนาบุคลากร, ความร่วมมือในอุตสาหกรรมนวัตกรรม, ความร่วมมือด้านการเกษตรในภูมิภาค, ความร่วมมือด้านการแพทย์และสุขภาพ และการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรม เช่นเดียวกับการจัดการประชุมที่เกี่ยวข้้องกับนโยบายมุ่งลงใต้ และการแลกเปลี่ยนเยาวชน ซึ่งการประชุมอวี้ซานก็ถือเป็นการบุกเบิกแผนการเรือธงของไต้หวัน สำหรับแผนการ […]

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

ไต้หวันยินดีต้อนรับผู้อาศัยชาวต่างชาติ

“Daily Inquirer” จัดเป็นหนึ่งในสามสื่อออนไลน์ภาษาอังกฤษชื่อดังของประเทศฟิลิปปินส์ โดยเมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2017ที่ผ่านมา บนเว็บไซต์ INQUIRER.NET ได้ลงบทความในหัวข้อ “Taiwan reaches out to neighbors, embraces immigrants” โดยมีการแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวันอย่าง ทะเลสาบสุริยันต์จันทรา นโยบายมุ่งลงใต้ของไต้หวัน และการดูแลผู้ย้ายถิ่นฐานใหม่ในไต้หวัน โดยในย่อหน้าแรกได้กล่าวว่าทะเลสาบสุริยันต์จันทรานั้นเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของไต้หวัน และสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวจาก 30 ประเทศ หรือกว่า 2 หมื่นคน มาร่วมเทศกาลว่ายน้ำข้ามทะเลสาบที่จัดขึ้นในทุกๆ ปี สำหรับชาวต่างชาติแล้วเป็นกิจกรรมเด็ดที่ไม่ควรพลาด อีกทั้งยังได้เน้นย้ำถึงนโยบายมุ่งลงใต้ โดยไต้หวันได้ส่งเสริมนโยบายมุ่งลงใต้โดยการให้ฟรีวีซ่าแก่ชาวฟิลิปปินส์ที่ต้องการเดินทางมาไต้หวัน ซึ่งฟิลิปปินส์เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดทางใต้ของไต้หวัน นอกจากนี้ไต้หวันยังให้ความสำคัญกับความร่วมมือกับฟิลิปปินส์ในด้านพลังงาน การเกษตร  และการศึกษา เป็นต้น สำหรับการแลกเปลี่ยนระดับประชาชนก็ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยของไต้หวัน และฟิลิปปินส์ สำหรับบทสรุปในบทความ กล่าวว่า ไต้หวันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่ดูแล ต้อนรับและเป็นมิตรผู้คนจากประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนบ้านจากอินโดนิเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ ไทย และกัมพูชา ที่แต่งงานกับชาวไต้หวัน มีการช่วยเหลือให้พวกเค้าปรับตัวในการใช้ชีวิต และวัฒนธรรมของไต้หวันด้วย นอกจากนี้ไต้หวันยังมีการตอบสนองกับการเพิ่มขึ้นของประชากรชาวมุสลิมจากประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยมีการเตรีมพร้อมในด้านอาหารมุสลิม […]

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

นายากรัฐมนตรีไต้หวันลาออก

พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (ดีพีพี) พรรคที่ครองเสียงข้างมากในรัฐสภาไต้หวัน ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 4 กันยายน ระบุว่า ไช่ อิงเหวิน ประธานาธิบดีหญิงของไต้หวัน อนุมัติการยื่นขอลาออกของ หลิน ฉวน นายกรัฐมนตรีไต้หวันแล้ว โดยการลาออกดังกล่าวถูกมองว่าเป็นไปเพื่อฟื้นคะแนนนิยมของประธานาธิบดีไช่ ที่ลดต่ำลงในช่วงที่ผ่านมา รายงานระบุว่า หลังประธานาธิบดีไต้หวันที่เข้าสู่ตำแหน่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2559 มีคะแนนนิยมลดต่ำลงเหลือเพียง 29.8 เปอร์เซ็นต์ในช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยนายหลิน นายกรัฐมนตรีไต้หวัน ถูกวิพากษ์วิจารณ์ทั้งจากพรรคฝ่ายค้านและสมาชิกร่วมพรรคดีพีพี ว่าดำเนินนโยบายผิดพลาด เช่น การระงับความสัมพันธ์กับจีน การปฏิรูประบบบำนาญ และกฎหมายแรงงานเป็นต้น ส่งผลให้เกิดเสียงเรียกร้องให้นายหลิน ลาออกเพื่อฟื้นฟูคะแนนนิยมของประธานาธิบดี และปูทางสู่การเลือกตั้งในปี 2563 ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนคือนายวิลเลียม ไล่ นายกเทศมนตรีเมืองไถหนัน ที่ได้รับความนิยมและเป็นสมาชิกพรรคระดับสูงของพรรคดีพีพี   ที่มาข่าวและภาพ: มติชน

รัฐมนตรีไต้หวันลาออกเซ่นไฟฟ้าดับทั่วเกาะ

ไต้หวันเร่งสอบสวนสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ กระทบเกือบ 7 ล้านครัวเรือนเมื่อวันอังคาร ด้านรัฐมนนตรีเศรษฐกิจลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ รัฐบาลไต้หวันแถลงสาเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในประเทศเมื่อเย็นวันอังคารที่ 15 สิงหาคม ทำให้บ้านเรือนประชาชน 6.68 ล้านหลังไม่มีไฟฟ้าใช้กินพื้นที่ 17 เมือง รวมถึงบริษัทและโรงงานต่างๆ ไฟฟ้าดับเช่นกัน เกิดจากความผิดพลาดของระบบปฏิบัติการทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า 6 เครื่องของโรงไฟฟ้าพลังงานแก๊ซธรรมชาติในเมืองเถาหยวนหยุดทำงาน ทำให้กระแสไฟฟ้าทั่วประเทศถูกตัด เหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในไต้หวันเมื่อวันอังคารทำให้ไฟสัญญาณจราจรในหลายพื้นที่ไม่ทำงาน และมีรายงานเหตุประชาชนติดค้างอยู่ในลิฟต์ รวมถึงสร้างความโกลาหลในร้านอาหารและธุรกิจขนาดเล็กที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญกับอากาศร้อนที่อุณหภูมิราว 32 องศาเซลเซียส และไฟฟ้ากลับมาใช้ได้ในช่วงบ่ายวันพุธ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจหลี่ จื้อคัง ประกาศลาออกเมื่อค่ำวันอังคารเพื่อแสดงความรับผิดชอบเหตุไฟฟ้าดับทั่วประเทศ นายกรัฐมนตรีไต้หวันหลิน ชวน ระบุจะตั้งกรรมการจากภายนอกเพื่อเข้ามาตรวจสอบเครือข่ายผลิตไฟฟ้าทั่วเกาะไต้หวัน ซีพีซี คอร์ป ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินการส่งแก๊ซแถลงถึงเหตุที่เกิดไฟฟ้าดับว่า เกิดจากปัญหาทางโครงสร้างและความผิดพลาดของมนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนอุปกรณ์ ทำให้ส่งผลกระทบต่อโรงไฟฟ้าในเมืองเถาหยวนทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศที่ดำเนินงานโดยไต้หวัน พาวเวอร์ โค ด้านประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน แถลงขอโทษที่เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เมื่อวันพุธ ระบุว่าการจัดหาไฟฟ้าเป็นความมั่นคงของชาติ และย้ำถึงความสำคัญที่จะต้องเพิ่มความปลอดภัยกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ   ข่าวจาก Reuters

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

ทำเนียบขาวพลาด ใส่ตำแหน่งผู้นำจีนผิด เป็นผู้นำของสาธารณรัฐจีน

สำนักข่าว Washington Post รายงานเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่า หลังการพบกันระหว่างประธานาธิบดี Donald Trump กับประธานาธิบดี Xi Jingping ในการประชุม G20 ที่เมือง Hamburg เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ทำเนียบประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ออกแถลงการณ์เรื่องดังกล่าว แต่เกิดความผิดพลาดขึ้น โดยระบุว่า นาย Xi Jinping คือผู้นำของ “Republic of China” แทนที่จะเป็น People Republic of China อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ความผิดพลาดดังกล่าวอาจจะเป็นเพียงความผิดพลาดที่ดูเล็กน้อย แต่ทำให้คิดไปถึงคำกล่าวของ Trump ที่ประกาศไม่สนใจนโยบายจีนเดียว ก่อนที่เขาจะกลับลำหันมาสนับสนุนนโยบายจีนเดียวในเวลาต่อมา ที่มาภาพ : Washington Post

จีนระบุว่าได้ยื่นร้องเรียนต่อสหรัฐอเมริกา หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายกลาโหม ที่จะเพิ่มการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับทางไต้หวัน

จีนระบุว่าได้ยื่นร้องเรียนต่อสหรัฐอเมริกา หลังจากสภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐฯ ได้ผ่านกฎหมายกลาโหม ที่จะเพิ่มการซื้อขายแลกเปลี่ยนกับทางไต้หวัน

สำนักข่าว Agencies รายงานว่ากระทรวงการต่างประเทศของจีนได้ออกมาแถลงเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมาว่าไต้หวันคือดินแดนของตนที่อยู่ห่างไกล และไม่เคยประกาศว่าจะไม่ใช้กำลังกับไต้หวันเพื่อควบคุมให้อยู่ภายใต้การปกครอง สหรัฐอเมริกานั้นไม่มีความสัมพันธ์อย่างเป็นทางการกับไต้หวัน แต่ก็มีผลผูกพันโดยกฎหมายให้ช่วยปกป้องไต้หวัน แถมอเมริกายังเป็นแหล่งค้าอาวุธให้แก่ไต้หวันด้วย พระราชบัญญัติว่าด้วยการการป้องกันอาณาจักร (NDAA) ซึ่งสภาผู้แทนฯ ได้อนุมัติเมื่อวันศุกร์ ยังเสนอให้มีการขยายความร่วมมือในด้านการฝึกฝนและซ้อมรบกับไต้หวันอีกด้วย Lu Kang โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ระบุว่า “เนื้อหาเชิงลบ” ในกฎหมายดังกล่าวที่เกี่ยวกับไต้หวันนั้นขัดต่อหลักการจีนเดียว ทั้งยังเป็นการแทรกแซงกิจการภายในของจีน “จีนได้ยื่นร้องเรียนต่อทางสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับเรื่องนี้” ลู่ ระบุในการแถลงข่าว เขายังบอกด้วยว่า จีนต่อต้านอย่างเด็ดขาดสำหรับทุกรูปแบบของการติดต่ออย่างเป็นทางการระหว่างกองทัพอเมริกาและไต้หวัน “เราเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกายอมรับโดยสมบูรณ์ ถึงภยันตรายที่ร้ายแรงของทุกข้อความที่เกี่ยวข้องกับไต้หวันในกฎหมายฉบับนี้ และไม่ควรจะปล่อยให้ออกเป็นกฎหมายบังคับใช้ อย่าหันหลังให้กับกงล้อประวัติศาสตร์ จะได้เลี่ยงความเสียหายต่อภาพรวมของความร่วมมือจีน-สหรัฐฯ” เขากล่าว จีนมักจะพูดว่าไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญและอ่อนไหวที่สุดต่อความสัมพันธ์ระหว่างอเมริกาและจีน เมื่อเดือนที่แล้ว จีนเพิ่งเรียกร้องให้อเมริกาเพิกถอน “การตัดสินใจที่ผิดพลาด” เรื่องจะขายอาวุธรวมมูลค่า 1.42 พันล้านดอลลาร์ให้แก่ไต้หวัน โดยระบุว่า มันเป็นสิ่งที่ขัดแย้งต่อข้อตกลงร่วมกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง กับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เคยคุยกันไว้เมื่อเดือนเมษายนในฟลอริดา ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไต้หวันนั้นเย็นชาต่อกัน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน ของไต้หวัน ชนะการเลือกตั้งแบบถล่มทลายเมื่อปีที่แล้ว จีนนั้นสงสัยว่า “Tsai Ing-wen” ผู้นำ DPP ที่ฝักใฝ่เรื่องการประกาศเอกราช […]

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไต้หวัน หลัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่พอใจการใช้งบประมาณสูงกว่า 4 แสนล้านบาท พัฒนาโครงการของพรรครัฐบาล

เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎรไต้หวัน หลัง ส.ส.ฝ่ายค้าน ไม่พอใจการใช้งบประมาณสูงกว่า 4 แสนล้านบาท พัฒนาโครงการของพรรครัฐบาล

วันนี้ (14 ก.ค.2560) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไต้หวันจากพรรคก๊กมินตั๋งขว้างปาสิ่งของและเก้าอี้ในระหว่างการประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประธานาธิบดีไต้หวัน นอกจากนี้ ยังปาลูกโป่งบรรจุนํ้าใส่ นาย Lin Chuan นายกรัฐมนตรีไต้หวัน เพื่อขัดขวางไม่ให้รายงานงบประมาณของโครงการต่อที่ประชุมได้ ทำให้ต้องปิดการประชุมสภาลงไปในที่สุด โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานครอบคลุมการติดตั้งเสาไฟฟ้าตลอดเส้นทางรถไฟมาตรการป้องกันนํ้าท่วม รวมไปถึงการส่งเสริมพลังงานสีเขียวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งใช้งบประมาณมากถึง 420,000 หมื่นล้านดอลลาร์ไต้หวัน หรือประมาณ 460,000 ล้านบาท รักษาการประธานพรรคก๊กมินตั๋งนำกลุ่มผู้ประท้วง และสมาชิกพรรคฝ่ายค้านมาชุมนุมกันบริเวณด้านนอกอาคารรัฐสภา พร้อมทั้งตะโกนเรียกร้องให้ยุติการดำเนินโครงการที่ใช้งบประมาณสูงเกินความจำเป็น ขณะที่ ผลสำรวจล่าสุดระบุว่า ความนิยมในตัวประธานาธิบดีไต้หวัน ลดลงจากร้อยละ 70 เหลือเพียงร้อยละ 40 เท่านั้น หลังจากรัฐบาลเตรียมปฏิรูประบบบำนาญ จนเกิดการประท้วงใหญ่ขึ้นเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ที่มาภาพ : Taipei Times

ไต้หวันเตรียมเปิด Apple Store สาขาแรกที่ตึก Taipei 101

ไต้หวันเตรียมเปิด Apple Store สาขาแรกที่ตึก Taipei 101

เว็บไซต์ทางการของ Apple ไต้หวัน ได้ประกาศจะเปิดตัว Apple Store สาขาแรกของไต้หวัน โดยใช้พื้นที่ถึง 2 ชั้นของตึก Taipei 101 ตึกที่สูงเป็นอันดับ 4 ขอโลก ตั้งอยู่ย่านซินยี กรุงไทเป ยังไม่ระบุวันเปิดให้บริการครั้งแรกอย่างชัดเจน แต่จะเปิดให้บริการในเวลาอันใกล้นี้ Apple Store สาขาแรกในไต้หวัน ใช้ชื่อสาขาว่า Apple Taipei 101 มีพื้นที่ 2 ชั้นรวมกัน 1,322 ตารางเมตร โดยตอนนี้อยู่ในขั้นตอนตกแต่งร้าน มีการปิดกั้นพื้นที่ด้วยงานศิลปะการตัดกระดาษเป็นฉากสีแดง ผลงานของศิลปินตัดกระดาษชาวไต้หวันนาม Shih Yi Yan ลวดลายของฉากกั้นได้แรงบันดาลใจของวัฒนธรรมชาวไต้หวันที่รวมตัวกันจิบชาใต้ต้นไม้ พูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ปัจจุบัน Apple จำหน่ายสินค้าในไต้หวันโดยผ่านตัวแทนจำหน่ายและสั่งซื้อผ่านออนไลน์ การประกาศของ Apple ครั้งนี้คงเป็นข่าวดีสำหรับชาวไต้หวันและนักท่องเที่ยวที่ไปไต้หวัน เพราะจะมี Apple Store ให้ใช้บริการครบวงจรอย่างแน่นอน ที่มาข่าว : China Post

ไต้หวันผลักดันการวิจัยสู่ผู้นำการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

ไต้หวันผลักดันการวิจัยสู่ผู้นำการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์

สำนักข่าว China Times รายงานว่า จากความพยายามกว่า 6 ปีในที่สุดโครงการ National Research for Biopharmaceuticals (NRPB) โดยการกำกับดูแลของสถานบัน Academia Sinica ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน มีเป้าหมายเพื่อเป็นศูนย์วิจัยด้านวิชาการ ซึ่งรวมถึงด้านการแพทย์ด้วย ได้ค้นคว้าผลิตภัณฑ์ยาใหม่ 10 ประเภทได้สำเร็จ (6 ประเภทได้นำไปใช้ทดลองรักษาผู้ป่วยระยะแรกแล้ว) รวมถึงได้รับใบรับรองทางการแพทย์ทั้งหมดกว่า 176 ฉบับ ผลิตภัณฑ์ยาใหม่ 6 ประเภทที่ได้นำไปทดลองรักษาผู้ป่วยระยะแรกแล้ว ได้แก่ ยาต้านมะเร็งทั่วไป ยาต้านมะเร็งปอด ยารักษาโรคเบาหวาน และยาลดน้ำตาลในเลือดสำหรับโรคเบาหวาน ซึ่งในระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา โครงการฯ ได้ผลักดันโครงการย่อยเพื่อความร่วมมืออุตสาหกรรมทางการแพทย์ กว่า 42 โครงการ ลงทุนไปกว่า 1,600 ล้านดอลลาร์ไต้หวัน (1,840 ล้านบาท) รายงานข้อมูลจากวารสาร Journal of Clinical Microbiology ว่า โรงพยาบาล Tri-Service General Hospital […]

ไต้หวันประณามสหประชาชาติ หลังนักศึกษาถูกห้ามเดินทางไปยังนครเจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ไต้หวันวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงต่อสหประชาชาติเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมาหลังนักศึกษาไต้หวันถูกห้ามเดินทางไปรับฟังการไต่สวนสาธารณะในนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ขณะที่จีนพยายามจะโดดเดี่ยวไต้หวันในเวทีโลก กรณีดังกล่าวเกิดขึ้นหลังไต้หวันถูกตัดออกจากการประชุมหลักขององค์การอนามัยโลกเมื่อเดือนที่แล้ว ภายใต้การกดดันจากจีน ซึ่งยังคงมองว่าไต้หวันเป็นดินแดนของจีน ความสัมพันธ์ข้ามช่องแคบระหว่างจีนกับไต้หวันเลวร้ายลง นับตั้งแต่ประธานาธิบดี Tsai Ing-wen ของไต้หวันขึ้นสู่อำนาจเมื่อปีที่แล้ว และจีนก็ตัดการสื่อสารอย่างเป็นทางการทั้งหมดกับไต้หวัน ด้านกระทรวงต่างประเทศไต้หวันกล่าววันนี้ว่า ได้ประท้วงไปยัง U.N. เกี่ยวกับกรณีล่าสุดที่เกิดขึ้นกับนักศึกษา ซึ่งกระทรวงต่างประเทศยืนยันว่า อาจารย์ชาวไต้หวันและนักศึกษา 3 คน ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ารับฟังการไต่สวนแบบเปิดที่สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชน ขณะที่เว็บไซต์ UP Media ซึ่งเป็นภาษาจีนรายงานว่า เจ้าหน้าที่บอกอาจารย์และนักศึกษาไต้หวัน 3 คนว่า หนังสือเดินทางของพวกเขาไม่ถูกต้อง ต้องออกโดยจีน เนื่องจากไต้หวันไม่ใช่ประเทศ แต่เป็นส่วนหนึ่งของจีน   ที่มาข่าว : Reuter