Articles By: rattanaporn phetsamrit

นายกรัฐมนตรีจีนให้คำมั่นสัญญาเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ลงลึกและเปิดกว้างมากขึ้น

นายกรัฐมนตรีจีนให้คำมั่นสัญญาเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจที่ลงลึกและเปิดกว้างมากขึ้น

ที่มา http://news.xinhuanet.com/english/china/2015-01/22/c_133937931.htm   ในการประชุมผู้แทนจากสภาธุรกิจระหว่างประเทศของการประชุม World Economic Forum (WEF) ที่เมืองดาวอส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ นายกรัฐมนตรีของจีน นายหลี่ เค่อเฉียง ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะยังคงผลักดันการปฏิรูปในจุดสำคัญในปี 2015 ด้วยการจัดลำดับความสำคัญการจัดการความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับตลาดที่ดำเนินอยู่อย่างถูกต้องเหมาะสม เขาสัญญาว่าจีนจะดำเนินการปฏิรูปที่ลงลึกและเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องการบริหารจัดการระบบการอนุมัติเพื่อกระตุ้นความคึกคักของตลาด และสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีสำหรับการแข่งขันที่เป็นธรรม นอกจากนี้ยังจะส่งเสริมการพัฒนาด้านการเงิน การพัฒนาตลาดทุนหลายระดับ สนับสนุนธนาคารขนาดกลาง ธนาคารขนาดเล็ก และธนาคารเอกชน และจีนจะก้าวสู่การปฏิรูปอย่างต่อเนื่องในเรื่องของงบประมาณ ภาษีและพื้นที่ทางการเงินที่สำคัญ เพื่อให้การเข้าถึงการลงทุนจากต่างประเทศ และเปิดให้บริการในอุตสาหกรรมที่กว้างมากขึ้น พร้อมกล่าวว่า “จีนยินดีต้อนรับนักลงทุนต่างชาติ” อย่างไรก็ตาม นอกจากต้องรักษาการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในอยู่ในระดับปานกลาง ค่อนข้างสูงแล้ว ยังต้องประสานความสัมพันธ์ระหว่าง 3 ปัจจัยคือ การให้เศรษฐกิจจีนเติบโตอย่างมั่นคง ส่งเสริมการปฏิรูป และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจให้ดีขึ้นด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว การพัฒนาเศรษฐกิจจีนก็จะเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและจะสร้างโอกาสมากขึ้นแก่การพัฒนาเศรษฐกิจโลก แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2015-01/22/c_133937931.htm                     http://thai.cri.cn/247/2015/01/22/223s228955.htm

การค้าต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 ในปี 2014

การค้าต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 ในปี 2014

ที่มา http://english.sina.com/china/2015/0112/772533.html   ข้อมูลจากศุลกากรจีนรายงานว่า ในปีที่ผ่านมา มูลค่าการค้าต่างประเทศของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.4 เมื่อเทียบรายปี การส่งออกของจีนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 มูลค่าอยู่ที่ 14.3 ล้านล้านหยวน ขณะที่การนำเข้าลดลงร้อยละ 0.6 มูลค่าอยู่ที่ 12.04 ล้านล้านหยวน เกินดุลการค้าต่างประเทศที่ 2.35 ล้านล้านหยวนในปี 2014 ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 45.9 จากปีก่อนหน้า ในด้านคู่ค้าของจีน พบว่า การค้ากับสหภาพยุโรป คู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.9 มูลค่าอยู่ที่ 3.78 ล้านล้านหยวน และการค้ากับสหรัฐอเมริกา คู่ค้าอันดับที่สองของจีน เพิ่มขึ้นร้อยละ 5.4 มูลค่าอยู่ที่ 3.41 ล้านล้านหยวน สำหรับการค้ากับ ASEAN คู่ค้าอันดับที่สามของจีน เพิ่มขึ้น ร้อยละ 7.1 มูลค่าอยู่ที่ 2.95 ล้านล้านหยวน ในขณะที่การค้ากับประเทศญี่ปุ่น หดตัวลดลงร้อยละ 1 มูลค่าอยู่ที่ 1.92 […]

GDP จีนปี 2014 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 24 ปี

GDP จีนปี 2014 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 24 ปี

ที่มา http://www.ecns.cn สรุปข่าว          อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนในปี 2014 ขยับตัวลงต่ำสุดในรอบ 24 ปี โดยขยายตัวร้อยละ 7.4 จากปี 2013 ที่ขยายตัวร้อยละ 7.7 การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งเคยเป็นแรงผลักดันที่แข็งแกร่งของเศรษฐกิจ อาจล่วงลงไปถึงร้อยละ 15.7 ซึ่งเติบโตลดลงจากปี 2012 และ 2013 ร้อยละ 20 การเจริญเติบโตของการผลิตภาคอุตสาหกรรมลดลงถึงร้อยละ 8.3 ในปี 2014 จากร้อยละ 9.7 ในปี 2013 และยอดค้าปลีกขยายตัวร้อยละ 12 จากร้อยละ 13.1 ในปี 2013   บทวิเคราะห์ การที่ GDP ของจีนในปี 2014 ขยายตัวต่ำสุดในรอบ 24 ปี เกิดจากภาวะที่เศรษฐกิจจีนถูกกระทบหนักจากภาคการผลิตและการค้าที่ซบเซา รวมถึงราคาอสังหาริมทรัพย์ลดลง ทำให้ GDP ต่ำกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ที่ร้อยละ 7.5 แม้ว่าเศรษฐกิจจีนจะก้าวหน้าอย่างมีเสถียรภาพและมีคุณภาพภายใต้ภาวะ ‘New […]

จีนกำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสำหรับปี 2014

จีนกำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจสำหรับปี 2014

ที่มา http://www.dailymailnews.com/   สรุปข่าว          คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติได้กำหนดลำดับความสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีนสำหรับปี 2014 ได้แก่ จีนจะยังคงขยายขอบเขตการจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม การควบคุมการจัดหาเงินทุนของรัฐบาลท้องถิ่น โดยออกกฎให้รัฐบาลท้องถิ่นรายงานว่าเงินที่นำไปลงทุนนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจและรายได้ให้กับรัฐได้มากน้อยเพียงใด การเพิ่มกลไกพัฒนาอัตราการแลกเปลี่ยนเงินหยวน ลดการแทรกแซงเงินหยวน และลดความผันผวนของค่าเงินหยวน เปิดโอกาสให้นักลงทุนเอกชนเข้ามาลงทุนในภาคธุรกิจต่างๆ โดยธุรกิจแรกที่เป็นโครงการนำร่องได้แก่ ภาคธนาคารในขนาดเล็กและขนาดกลาง การปฏิรูปราคาสินค้าและภาคส่วนต่างๆ ประกอบด้วย การขนส่ง โทรคมนาคม ยา และการดูแลสุขภาพ   บทวิเคราะห์ แนวทางการปฏิรูปของจีนที่ได้ดำเนินการไปแล้วใน 2 แนวทางหลัก ได้แก่ การปฏิรูปภาคการเงิน และการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยหันมาพึ่งพาการบริโภคภาคเอกชนมากขึ้นแทนการส่งออกและการลงทุน นัยที่ส่งผลต่อประเทศไทยนั้น ในระยะสั้นอาจได้รับผลกระทบต่อการส่งออกของไทยบ้างจากผลของการปรับค่าเงินหยวน ในระยะยาวนั้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของจีนในครั้งนี้จะทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนมีเสถียรภาพและมีคุณภาพมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการส่งออกของไทยในอนาคต และโครงสร้างสินค้าส่งออกไปจีนของไทยในอนาคตอาจเปลี่ยนไปจากปัจจุบันที่สินค้าส่งออกส่วนใหญ่เป็นสินค้าประเภทวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูป รวมทั้งสินค้าเกษตรอาจเปลี่ยนมาส่งออกสินค้าสำเร็จรูปที่มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น อาทิ สินค้าอุปโภคบริโภคและสินค้าฟุ่มเฟือยต่างๆ เป็นต้น   แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/20/c_126525865.htm http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1396853478

การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9

การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9

ที่มา http://news.xinhuanet.com สรุปข่าว          สำนักงานศุลกากรของจีนรายงานว่าการส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 มีมูลค่า 188.54 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 มีมูลค่า 170.09 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การค้าระหว่างประเทศเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 มีมูลค่า 358.63 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ การค้าเกินดุลอยู่ที่ 18.45 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.8 เมื่อเทียบรายปี การค้าต่างประเทศกับสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และอาเซียน เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.5, 2.4, 1.6 และ 1.2 ตามลำดับในสี่เดือนแรกของปี บทวิเคราะห์ การส่งออกของจีนในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 เมื่อกลับไปเปรียบเทียบกับการส่งออกในเดือนมีนาคมพบว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้น นักวิเคราะห์ของจีนมองว่าตัวเลขการค้าต่างประเทศที่ดีดตัวขึ้นนี้เป็นเพราะนโยบายสนับสนุนของรัฐบาลและการปรับปรุงการส่งออกไปยังประเทศสำคัญ การส่งออกของจีนอาจมีอัตราเพิ่มขึ้นหรือลดลงอยู่เพราะผลจากปัจจัยภายนอกที่สลับซับซ้อนต่างๆ แต่ถึงอย่างไรก็ตามทางการจีนก็หามาตรการในการรองรับและเพิ่มนโยบายสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศอยู่อย่างต่อเนื่อง อาทิ กระทรวงพาณิชย์ของจีนได้ประกาศข้อเสนอเกี่ยวกับการสนับสนุนการค้าระหว่างประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงออกมาเพื่อส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกของจีนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน เพราะฉะนั้นจีนสามารถที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน และอีกไม่นานเราจะได้เห็นการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนของเศรษฐกิจจีนกัน แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-05/08/c_133319674.htm (วันที่ 8 พฤษภาคม 2014)

จีนวางแผนเร่งเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางทะเลอีกครั้ง

จีนวางแผนเร่งเชื่อมต่อเส้นทางสายไหมทางทะเลอีกครั้ง

ที่มา http://thai.cri.cn สรุปข่าว          รัฐบาลจีนได้เริ่มวางแผนการฟื้นฟูเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ด้วยการสร้างท่าเรือเป็นสำคัญ แผนดังกล่าวจะมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศตามเส้นทาง ประกอบด้วย ท่าเรือของปากีสถาน ศรีลังกา และบังคลาเทศ การพัฒนาเส้นทางสายไหมในศตวรรษที่ 21 ถูกเสนอโดยประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ในการเดินทางเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอาเซียน ในระหว่างเยือนอินโดนีเซียเมื่อเดือนตุลาคม 2013 ที่ผ่านมา พื้นที่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของจีนได้แก่มณฑลยูนนานและเขตปกครองตนเอง   กว่างซีจ้วงถือเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับปลายทางด้านหนึ่งของเส้นทางนี้ เส้นทางสายไหมทางทะเลมีมากว่า 2,000 ปีจากการแล่นเรือของร้านค้าโบราณจากชายฝั่งตะวันออกของจีน ผ่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทางใต้สุดของประเทศอินเดีย และแอฟริกา ไปทางอ่าวเปอร์เซียและทะเลแดง เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการแลกเปลี่ยนระหว่างกันตามเส้นทาง   บทวิเคราะห์ การพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในศตวรรษที่ 21 ส่งผลต่ออาเซียนโดยตรงเพราะอาเซียนไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางผ่านของการเดินเรือเท่านั้น นอกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในด้านต่างๆ แล้วผู้นำจีนยังผลักดันการจัดตั้งกองทุน China-ASEAN Maritime Cooperation Fund วงเงิน 3 พันล้านหยวนเพื่อสร้างความร่วมมือทางทะเลระหว่างจีนกับอาเซียน อาทิ การวิจัยทางทะเล การเดินเรือเพื่อความปลอดภัย การเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือ ตลอดจนต่อสู้กับภัยคุกคามข้ามชาติ เป็นต้น นับว่าการพัฒนาเส้นทางสายไหมทางทะเลในครั้งนี้เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการขยายผลประโยชน์ระหว่างจีนกับอาเซียน เป็นการสร้างความร่วมมือทางน่านน้ำ สำหรับอาเซียนนั้นการพัฒนาในครั้งนี้อาจจะช่วยลดทอนความร้อนแรงของปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนกับบางประเทศในอาเซียนได้ จึงต้องติดตามการพัฒนาในครั้งนี้อีกครั้งว่าจะดำเนินการได้มากน้อยเพียงใดในขั้นตอนการปฏิบัติ   […]

การส่งออกของจีนในเดือนมีนาคมลดลงร้อยละ 6.6

การส่งออกของจีนในเดือนมีนาคมลดลงร้อยละ 6.6

ที่มา http://english.customs.gov.cn   สรุปข่าว          สำนักงานศุลกากรของจีนได้รายงานตัวเลขการส่งออกของจีนในเดือนมีนาคม 2104 พบว่ามูลค่าการส่งออกของจีนลดลงร้อยละ 6.6 มีมูลค่า 170.11 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับการนำเข้าลดลงร้อยละ 11.3 มีมูลค่า 162.41 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และมูลค่ารวมของการค้าระหว่างประเทศลดลงร้อยละ 9 มีมูลค่า 332.52 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ดุลการค้ากลับมาเกินดุลที่ 7.71 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังจากขาดดุล 22.98 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนที่ผ่านมา   บทวิเคราะห์ นักวิเคราะห์ของจีนมองว่าแนวโน้มมูลค่าการส่งออกที่ลดลงจะเป็นเพียงระยะเวลาชั่วคราวเท่านั้น และยังถือว่าเป็นแง่ดีสำหรับการดำเนินงานในไตรมาสที่ 2 และยังคาดการณ์ว่าการค้าระหว่างประเทศของจีนจะกลับมาฟื้นตัวในเดือนพฤษภาคม การที่ตัวเลขการส่งออกของจีนลดลงนั้นอาจเป็นผลกระทบมาจากปัจจัยภายนอกที่สลับซับซ้อน อาทิ เศรษฐกิจของสหรัฐที่ชะลอตัวลงอย่างมาก ประเทศตลาดเกิดใหม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเงิน ทำให้การส่งออกของจีนได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ผลกระทบนี้ยังส่งให้อัตราการเติบโตของ GDP ในไตรมาสที่ 1 ของจีนขยายตัวเพียงร้อยละ 7.4 แต่อย่างไรก็ตามทางการจีนน่าจะมีมาตรการรับมือในเรื่องนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถพลิกฟื้นการเติบโตของเศรษฐกิจได้อย่างแน่นอน เนื่องจากจีนก็มีประสบการณ์ในการปรับเศรษฐกิจมหภาคค่อนข้างมาก จึงไม่น่าจะเป็นปัญหาที่น่ากังวลนัก   แหล่งข้อมูล:     http://news.xinhuanet.com/english/china/2014-04/10/c_133251659.htm (วันที่ 10 เมษายน 2557)           […]

GDP ของจีนในไตรมาสแรกเติบโตร้อยละ 7.4

GDP ของจีนในไตรมาสแรกเติบโตร้อยละ 7.4

ที่มา http://www.chinadaily.com.cn/business/chinadata/2014-04/16/content_17437546.htm   สรุปข่าว          เศรษฐกิจของจีนขยายตัวร้อยละ 7.4 ในไตรมาสแรกของปี 2014 สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีนมีมูลค่า 12.8213 ล้านล้านหยวน (2.08 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจในไตรมาสแรกเกินประมาณการตลาดที่คาดไว้ที่ร้อยละ 7.3 แต่อย่างไรก็ตามถือว่าชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับการเจริญเติบโตที่ร้อยละ 7.7 ในไตรมาสที่ 4 ของปี 2013 นอกจากนี้ยังมีตัวเลขอื่นๆ ที่ถูกรายงานออกมา อาทิ การเจริญเติบโตของผลผลิตภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ร้อยละ 8.7 ในไตรมาสแรก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรร้อยละ 17.6 ยอดค้าปลีกขยายตัวร้อยละ 12 ในขณะที่รายได้เฉลี่ยต่อหัวของประชาชนทั้งในเขตเมืองและชนบทขยายตัวร้อยละ 8.6 เมื่อเทียบรายปี ข้อมูลก่อนหน้านี้ยังแสดงให้เห็นการส่งออกของประเทศและการนำเข้าลดลงร้อยละ 1 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาเหลือ 965.88 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสแรก   บทวิเคราะห์ เศรษฐกิจของจีนขยายตัวร้อยละ 7.4 เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีที่แล้ว และเมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 2013 พบว่าลดลงร้อยละ 0.3 โฆษกของสำนักงานสถิติแห่งชาติจีนวิเคราะห์ว่าสาเหตุที่การเติบโตของเศรษฐกิจจีนชะลอตัวลงอาจเนื่องมาจาก ประการแรก ปัจจัยภายนอกที่สลับซับซ้อนมาก อาทิ เศรษฐกิจของสหรัฐชะลอตัวลงอย่างมาก […]

ธุรกิจภาคบริการของจีนก้าวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก

ธุรกิจภาคบริการของจีนก้าวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก

ที่มา http://www.thaibizchina.com/thaibizchina/th/china-economic-business/result.php?IBLOCK_ID=69&SECTION_ID=443&ELEMENT_ID=2452   สรุปข่าว          สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนรายงานว่า สัดส่วนภาคบริการของจีน คิดเป็นร้อยละ 46.1 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของจีนในปี 2013 ซึ่งมีประสิทธิภาพมากกว่าภาคอุตสาหกรรมเป็นครั้งแรก โดยภาคอุตสาหกรรมอยู่ในอันดับที่สองประมาณร้อยละ 43.9 ของ GDP ในปี 2013 เศรษฐกิจของจีนขยายตัวร้อยละ 7.7 มูลค่ารวม 56.9 ล้านล้านหยวน (9.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งมีการขยายตัวมากกว่าเป้าหมายที่รัฐบาลวางไว้ที่ร้อยละ 7.5 โดยในภาคเกษตรหรือภาคปฐมภูมิ ขยายตัวไต่ขึ้นไปที่ร้อยละ 4 ในปีนี้ ที่ 5.7 ล้านล้านหยวน ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 7.8 ที่ 25 ล้านล้านหยวน และภาคบริการขยายตัวร้อยละ 8.3 อยู่ที่ 26.2 ล้านล้านหยวน การที่เศรษฐกิจในภาคบริการขยายตัวล้ำหน้าภาคอุตสาหกรรมนั้นเป็นการบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจและสังคมของจีนได้เข้าสู่ย่างก้าวใหม่ การปฏิรูปใหม่ในประเทศควรมุ่งเน้นไปที่ภาคบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเงิน การส่งสินค้า และโลจิสติกส์ สอดคล้องตามแผน 5 ปี ฉบับที่ 12 […]

มูลค่าการนำเข้าและส่งออกจีนทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2013

มูลค่าการนำเข้าและส่งออกจีนทะลุ 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2013

ที่มา http://news.xinhuanet.com สรุปข่าว          นายเจิ้ง เย่เซิง โฆษกสำนักงานศุลกากรแห่งชาติจีนเปิดเผยว่า ในช่วงปี 2013 ที่ผ่านมา มูลค่าการค้าของจีนอยู่ที่ 4.16 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มูลค่าการค้าจีนทะลุหลัก 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ อัตราการเติบโตอยู่ที่ร้อยละ 7.6 เมื่อเทียบกับปี 2012 โดยมูลค่าการส่งออกอยู่ที่ 2.21 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 7.9 และมูลค่าการนำเข้าอยู่ที่ 1.95 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจีนได้ดุลการค้า 2.598 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับสินค้านำเข้าและส่งออกส่วนใหญ่พบว่า การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรและสินค้าที่ต้องใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่เติบโตอย่างมั่นคง ขณะที่การนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าทรัพยากรธรรมชาติ มีอัตราการเติบโตที่ค่อนข้างสูง โดยในปี 2013 จีนส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และเครื่องจักรมูลค่า 1.27 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตร้อยละ 7.3 ครองสัดส่วนร้อยละ 57.3 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด อีกทั้งมีการส่งออกสินค้าที่ต้องใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่ เช่น ผลิตภัณฑ์สิ่งทอและเสื้อผ้า มูลค่า 4.62 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ […]