Articles By: Orawan Nugpnachaya

การทำศัลยกรรมความงามเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน

การทำศัลยกรรมความงามเพื่อเพิ่มบุคลิกภาพได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน

Liu Zhihua (China Daily) Yang Mingjie คือ แพทย์ซึ่งได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพแพทย์ เมื่อปี 2005 และได้เปิดคลินิกความงามของตัวเองเมื่อปี 2015 เธอกล่าวว่าต้นทุนค่าใช้จ่ายในการทำศัลยกรรมอยู่ราวๆ 60,000 หยวน หรือ 9,368 เหรียญสหรัฐฯ ถึง 80,000 หยวน ซึ่งลูกค้าต้องจองคิวล่วงหน้าเพื่อเข้ารับคำปรึกษาและผ่าตัดอย่างน้อย 1 ถึง 3 เดือน และรายรับของคลินิกในแต่ละเดือนอยู่ที่ 800,000 หยวนถึง 1,000,000 หยวน ซึ่งลูกค้าร้อยละ 20 ของเธอเป็นผู้ชาย แสดงให้เห็นว่าปัจจุบันนี้ผู้ชายชาวจีนได้ให้ความสำคัญกับบุคลิกภาพและความงามมากขึ้น  Yang กล่าวว่าศัลยกรรมความงามในปัจจุบันนี้ไม่ใช่เฉพาะสำหรับคนรวยมากๆ หรือคนที่รักสวยรักงามเท่านั้นแล้ว แต่ลูกค้าหรือคนไข้ของเธอมาจากหลากหลายอาชีพ ในปี 2016 ตลาดเครื่องสำอางหรือกระบวนการเพื่อความงาม และการศัลยกรรมของจีน มีมูลค่า 87 พันล้านหยวน ซึ่งคาดว่าในปี 2020 จะเพิ่มขึ้นเป็น 464 พันล้านหยวน โดยจะมีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 40 ต่อปี เนื่องจากรายได้ของประชากรและมาตรฐานการดำเนินชีวิตของชาวจีนสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว […]

มณฑลของจีนพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEVs)

NANCHANG, (Xinhua) – มณฑลเจียงซี มณฑลทางทิศตะวันออกของจีนกำลังจะพัฒนายานยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) ให้มีปริมาณการผลิตสูงถึง 500,000 คัน ภายในปี 2020 เนื่องจากมณฑลเจียงซีมีความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ลิเทียมและทรัพยากรดินที่หายาก และอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ (NEVs) จะเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญลำดับต้นๆ ของมณฑลเจียงซี ในปี 2020 มณฑลเจียงซีตั้งเป้าหมายว่าจะส่งเสริมและสนับสนุนระดับเทคโนโลยีของตนเองในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งคาดว่าผลผลิตของแบตเตอรี่ลิเทียมจะถึง 40 กิกะวัตต์ต่อชั่วโมง (40GWh) รายได้ของอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่คาดว่าจะเป็น 50 พันล้านหยวน (ประมาณ 8 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) รถโดยสารสาธารณะในมณฑลเจียงซีจะหันมาใช้รถ NEVs ร้อยละ 75 และจะกระตุ้นให้ประชาชนใช้รถ NEVs ถึง 100,000 คัน นอกจากนี้ ภายในปี 2020 มณฑลเจียงซี จะเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกในการชาร์ทพลังงาน โดยจะต้องมีสถานีชาร์ทพลังงานไฟฟ้าให้ได้ถึง 260 สถานี สำหรับตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ของจีนนั้น ยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปี 2017 ตามที่รัฐบาลผลักดันการเลือกใช้เทคโนโลยีขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือการขนส่งสีเขียว (Green Transport) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งยานยนต์ที่มีการเลือกใช้ […]

การเริ่มต้นของเศรษฐกิจจีน ปี 2018

BEIJING, (Xinhua) เศรษฐกิจจีนปี 2018 ในสองเดือนแรกเริ่มต้นดีกว่าที่คาดการณ์ จากรายงานของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน รายงานว่า ผลผลิตด้านอุตสาหกรรม มีการขยายตัวร้อยละ 7.2 ในช่วงสองเดือนแรกของปี สูงกว่าเดือนธันวาคม ปี 2017 ซึ่งขยายตัวร้อยละ 6.2 โดยอัตราการขยายตัวดังกล่าวสูงว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ ด้านการค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภค พบว่า มีอัตราการขยายตัวร้อยละ 9.7 ซึ่งขยายตัวสูงกว่าในช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (Fixed-asset) เติบโตขึ้นร้อยละ 7.9 เพิ่มขึ้นจากปี 2017 ซึ่งขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 7.2 ซึ่ง Mao Shengyong โฆษกของสำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน กล่าวว่า เศรษฐกิจที่เริ่มต้นดีเป็นผลมาจากการขยายตัวของผลผลิตภาคอุตสาหกรรม การบริโภคที่เพิ่มขึ้น และเสถียรภาพของราคาสินค้า สำหรับโครงสร้างภาคอุตสาหกรรมของจีนยังคงขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลผลิตของอุตสาหกรรมไฮเทค และภาคการผลิตเครื่องมือและอุปกรณ์ ที่กำลังขยายตัวอยู่ที่ร้อยละ 11.9 และร้อยละ 8.4 ตามลำดับ และการผลิตยานยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกใหม่ (New Energy Vehicles) มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 178.1 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันกับปีก่อน ขณะที่อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ขยายตัวขึ้นร้อยละ […]

IMF กล่าวว่า “จีนได้กลายเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของโลก”

IMF กล่าวว่า “จีนได้กลายเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของโลก”

HONG KONG (Xinhua) –จีน เป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญของกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ซึ่งทำให้จีนได้กลายเป็นศูนย์กลางห่วงโซ่อุปทานของโลก คำกล่าวของเจ้าหน้าที่อาวุโส IMF ความสำเร็จทางการค้าระหว่างประเทศของจีน มีความเกี่ยวพันกันอย่างมากกับเศรษฐกิจโลกในอนาคต เนื่องจากจีนเป็นประเทศคู่ค้าที่สำคัญกับกว่า 100 ประเทศทั่วโลก คิดเป็นมูลค่ากว่าร้อยละ 80 ของ GDP โลก จีนได้ขึ้นมาเป็นศูนย์กลางของห่วงโซ่อุปทานโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการส่งออกสินค้า และเป็นแหล่งของสินค้าสำเร็จรูปที่สำคัญ เพียงแค่จีนประเทศเดียวครอง 1 ใน 3 ของการเติบโตทางเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของ IMF ยังชี้ให้เห็นอีกว่า นักลงทุนและนักปล่อยสินเชื่อชาวจีนกำลังมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้นในการพัฒนาการเงินโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งการที่ FDI ของจีน มีขนาดใหญ่ขึ้นและมีความสำคัญมากขึ้นจะเป็นผลดีและนำมาซึ่งประโยชน์แก่ประเทศกำลังพัฒนาอื่นๆ และ IMF คาดว่าบทบาทของปักกิ่งในสถาบันระหว่างประเทศจะยังคงขยายตัวต่อไปในอนาคตอันใกล้ แหล่งข่าวและที่มาของภาพ: http://www.xinhuanet.com/english/2018-01/16/c_136899921.htm