Articles By: Poowin Bunyavejchewin

กองเรือจีนเดินทางถึงทะเล Baltic เตรียมซ้อมรบกับรัสเซีย

สำนักข่าว BBC รายงานว่า เรือรบของจีน 3 ลำ เดินทางถึงน่านน้ำทะเลบอลติกนอกชายฝั่งเมืองคาลินินกราดของรัสเซียแล้ว เพื่อเตรียมเข้าร่วมซ้อมรบกับกองทัพเรือรัสเซียในสัปดาห์หน้า โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกที่มหาอำนาจทั้งสองร่วมกันซ้อมรบในทะเล Baltic  กระทรวงกลาโหมรัสเซียแถลงว่า การซ้อมรบร่วมจะมีขึ้นเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ และปฏิบัติการฝึกซ้อมอย่างหนักหน่วงที่สุดจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ก.ค.นี้ เพื่อฝึกต่อต้านเรือรบ เรือดำน้ำ และปฏิบัติการกู้ภัย โดยฝ่ายรัสเซียจะนำกองเรือเข้าร่วม รวมทั้งเรือรบอื่น ๆ และเครื่องบินทหารด้วย จีนและรัสเซียจัดการซ้อมรบประจำปีร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2012 แต่ในครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ดำเนินปฏิบัติการดังกล่าวในทะเล Baltic ซึ่งทำให้องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนาโต้อยู่ระหว่างเสริมกำลังทหารในโปแลนด์และกลุ่มประเทศติดทะเล Baltic เพื่อตอบโต้พฤติกรรมยั่วยุทางทหารของรัสเซียในภูมิภาคดังกล่าว รวมทั้งการที่รัสเซียเข้าแทรกแซงการสู้รบในยูเครนตะวันออก อย่างไรก็ตาม บทความในหนังสือพิมพ์พีเพิลส์เดลีของทางการจีนระบุว่า การซ้อมรบร่วมกับรัสเซียนั้นมีขึ้นเป็นประจำทุกปีอยู่แล้ว โดยไม่ได้มีจุดประสงค์จะใช้การซ้อมรบตอบโต้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด หรือเป็นการตอบสนองต่อสถานการณ์ใด ๆทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการพัฒนาความเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่ครอบคลุมระหว่างจีนและรัสเซียเท่านั้น แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40690361

จีนสกัดเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯเหนือทะเลจีนตะวันออก

สำนักข่าว BBC รายงานอ้างแหล่งข่าวผู้หนึ่งเผยกับสำนักข่าว Reuters ว่า เครื่องบินลาดตระเวน EP-3 ของกองทัพเรือสหรัฐฯ ถูกเครื่องบินขับไล่ของจีน 2 ลำบินขึ้นสกัดและบังคับให้ออกนอกเส้นทาง ที่บริเวณน่านฟ้าเหนือทะเลจีนตะวันออก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (23 ก.ค.) เจ้าหน้าที่คนดังกล่าวระบุว่า เครื่องบินขับไล่ J-10 ของจีนซึ่งติดอาวุธ บินโฉบเข้าใกล้เครื่องบินลาดตระเวนของสหรัฐฯในระยะห่างเพียง 91 เมตร ซึ่งเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่ง กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ แถลงว่า การเผชิญหน้ากันระหว่างเครื่องบินลาดตระเวนสหรัฐฯและเครื่องบินขับไล่ของจีนในครั้งนี้ถือว่าไม่ปลอดภัย แม้โดยส่วนใหญ่เหตุการณ์ลักษณะนี้ที่เกิดขึ้นในอดีตมักจะไม่เสี่ยงเป็นอันตรายก็ตาม   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40713202  

จีนตอบโต้สหรัฐฯ หลัง Trump กล่าวว่าไม่ช่วยปรามเกาหลีเหนือ

สำนักข่าว BBC รายงานว่า ทางการจีนโต้กลับคำวิจารณ์ของประธานาธิบดี Donald Trump ผู้นำสหรัฐฯ ซึ่งตำหนิจีนเรื่องที่ไม่ช่วยแก้ปัญหาพฤติกรรมก้าวร้าวของเกาหลีเหนือว่า ความยุ่งยากที่เกิดขึ้นทั้งหมดนั้นไม่ได้มาจากจีน และที่จริงทุกฝ่ายต่างก็ต้องช่วยกันเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้ กระทรวงการต่างประเทศจีนออกแถลงการณ์ที่มีเนื้อความดังข้างต้น หลังผู้นำสหรัฐฯทวีตข้อความอ้างอิงจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า จีนนั้นดีแต่พูดแต่ไม่ลงมือทำสิ่งใดเลยเพื่อแก้ปัญหาเรื่องเกาหลีเหนือ ทูตจีนประจำสหประชาชาติระบุว่า ปัญหาดังกล่าวขึ้นอยู่กับสหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นสำคัญ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับจีน “สหรัฐฯและเกาหลีเหนือเป็นฝ่ายแรกที่ต้องรับผิดชอบในการทำให้สิ่งต่าง ๆ ขับเคลื่อนไปในแนวทางที่ถูกต้อง ทั้งการลดสถานการณ์ความตึงเครียด และพยายามให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติโครงการพัฒนาขีปนาวุธและอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือต่อไป” ทูตจีนประจำสหประชาชาติกล่าว เขายังกล่าวย้ำว่า “ไม่ว่าจีนจะมีความสามารถเพียงใด ความพยายามของจีนจะไม่เกิดผลในทางปฏิบัติ เพราะเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับคู่กรณีหลักเป็นสำคัญ” ด้านกระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์เช่นกันว่า สหรัฐฯและชาติอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง พยายามจะโยนความรับผิดชอบเรื่องปัญหาเกาหลีเหนือมาให้รัสเซียและจีน โดยกล่าวโทษว่าทั้งสองประเทศสนับสนุนความทะเยอทะยานของเกาหลีเหนือในการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40786810  

จีนประกาศปกป้องอธิปไตย หลังเครื่องบินสหรัฐฯลาดตระเวนเหนือทะเลจีนใต้

สำนักข่าว BBC รายงานว่า โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ออกมาแถลงประณามการที่สหรัฐฯส่งเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1B Lancer 2 ลำ ขึ้นบินเหนือน่านฟ้าทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ว่า การที่สหรัฐฯใช้สิทธิเพื่อดำเนินปฏิบัติการ “เสรีภาพในการเดินเรือและเดินอากาศ” นั้นไม่เป็นปัญหา แต่จีนขอคัดค้านอย่างเต็มที่หากประเทศใดประเทศหนึ่งอ้างใช้สิทธิดังกล่าว “เพียงเพื่อแสดงแสนยานุภาพ รวมทั้งละเมิดอธิปไตยและความมั่นคงของจีน” ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ทางการจีนออกแถลงการณ์ฉบับสั้นแก่สื่อมวลชนในกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าจีนพร้อมจะปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติอย่างเต็มกำลัง ก่อนหน้านี้ เครื่องบินทิ้งระเบิดทั้งสองลำซึ่งถูกส่งมาจากฐานทัพอากาศของสหรัฐฯใน Guam ได้เข้าร่วมปฏิบัติการซ้อมรบในเวลากลางคืนกับเครื่องบินรบ F-15 ของกองกำลังป้องกันตนเองทางอากาศของญี่ปุ่น (JASDF) ในทะเลจีนตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่เหนือน่านน้ำที่จีนมีข้อพิพาททางกรรมสิทธิ์กับญี่ปุ่น หลังเสร็จสิ้นภารกิจซ้อมรบร่วมดังกล่าวแล้ว เครื่องบินทิ้งระเบิดของสหรัฐฯ ทั้งสองลำได้รับคำสั่งให้บินโฉบเหนือน่านน้ำทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนมีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์กับหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เช่นกัน กองบัญชาการแปซิฟิกของกองทัพสหรัฐฯแถลงว่า การซ้อมรบร่วมทางอากาศกับญี่ปุ่นและการบินเหนือน่านน้ำดังกล่าวมีขึ้นเพื่อ “แสดงความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างญี่ปุ่นกับสหรัฐฯ เพื่อต้านทานการกระทำยั่วยุและสั่นคลอนเสถียรภาพที่เกิดขึ้นในภาคพื้นแปซิฟิก”   แหล่งข่าว: http://www.bbc.com/thai/international-40541236

กองทัพเรือแดนมังกรเยือนฟิลิปปินส์อย่างเป็นมิตร

สำนักข่าว Xinhua ของทางการจีนรายงานว่า กองทัพเรือจีนที่ไปเยือน Davao เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสามของฟิลิปปินส์ โดยทางฝ่ายฟิลิปปินส์ก็ได้จัดการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ ท่าเรือเมือง Davao กรรมาธิการกองทัพเรือซึ่งเป็นผู้นำคณะผู้แทนจีน กล่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพเรือของจีนและฟิลิปปินส์ให้แน่นแฟ้นมากขึ้น และนำไปสู่การกระชับสัมพันธไมตรีแบบทวิภาคีระหว่างสองประเทศอีกด้วย ทางด้าน Rodrigo Duterte ได้กล่าวเช่นกันว่า เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการเยือนในครั้งนี้จะมีการแลกเปลี่ยนในประเด็นและความร่วมมือทางทะเล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมสันติภาพและมิตรภาพของทั้งสองประเทศ นอกจากนี้ ระหว่างการเยือน ทั้งสองประเทศจะมีการจัดกิจกรรมต่างๆ เช่น การเปิดให้เข้าชมเรือเดินสมุทร การจัดงานเลี้ยงต้อนรับบนดาดฟ้าเรือ และการแข่งขันกีฬาและวัฒนธรรม   แหล่งข่าว: https://www.facebook.com/XinhuaNewsAgency.th/photos/a.1660406490842033.1073741828.1660335044182511/1910749335807746/?type=3&theater

ทางการจีนยกย่อง “นโยบายลูกสองคน”

สำนักข่าว VOA รายงานว่า ทางการจีนรีบออกมาประกาศว่านโยบายใหม่ที่อนุญาตให้ครอบครัวมีลูกสองคนได้ประสบความสำเร็จ โดยชี้ว่าจำนวนเด็กเกิดใหม่เพิ่มขึ้นถึงราว 1 ล้าน 4 เเสนคน เมื่อเทียบกับตัวเลขโดยเฉลี่ยจากปี ค.ศ. 2010-2015 แม้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนเด็กที่เกิดทั้งหมด 17 ล้าน 8 เเสน 6 หมื่นคนเมื่อปีที่แล้ว ล้วนเป็นลูกคนที่สอง แต่จำนวนลูกคนที่สองที่เพิ่มขึ้นนี้ยังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่ผู้เชี่ยวชาญเเละเจ้าหน้าที่คาดหวังไว้ สำหรับครอบครัวชาวจีนจำนวนมาก ตัวเลขสถิตินี้ไม่สร้างความกังวลเเก่พวกเขาเท่ากับภาระทางการเงินที่ครอบครัวต้องเเบกรับเพื่อเลี้ยงดูบุตรคนที่สอง เเม้จีนจะมีจำนวนประชากรมหาศาล แต่จีนกำลังประสบกับปัญหาประชากรสูงวัยเพิ่มขึ้น จำนวนประชากรวัยเเรงงานลดลง และจำนวนคนที่เกษียณอายุและได้รับบำนาญเพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-two-child-policy-tk/3734708.html

จีนรณรงค์การเคารพ ‘อำนาจอธิปไตยบนโลกไซเบอร์’ เพิ่มเติมจากอธิปไตยทางบกและทะเล

สำนักข่าว VOA รายงานว่า ทางการจีนกำลังพยายามผลักดันให้เกิดความตกลงระหว่างประเทศ เพื่อเพิ่มการควบคุมการสื่อสารทางอินเตอร์เน็ต และให้ขยายขอบข่ายของอำนาจอธิปไตยของรัฐในโลกไซเบอร์ส เพิ่มจากอาณาเขตทางน้ำและทางบก รัฐบาลจีนเปิดเผยสมุดปกขาวเพื่อการหารือประเด็นนี้กับประทศต่างๆ ในเวทีนานาชาติ นักวิเคราะห์มองว่า ความพยายามของจีนครั้งนี้แท้จริงแล้วคือแผนขยายการยอมรับแนวทางของจีน สำหรับการควบคุมเนื้อหาข้อมูลบนระบบอินเตอร์เน็ต จีนเคยถูกวิจารณ์โดยประเทศพัฒนาแล้ว ว่าใช้มาตรการหนักๆ ควบคุมระบบอินเตอร์เน็ต และสร้างสิ่งกีดกั้นไม่ให้บุคคลทั่วไปในจีนเข้าถึงบริการของบริษัทต่างประเทศ เช่น Google, Facebook, Twitter และเว็บไซต์ของสื่อต่างประเทศ หากว่าความพยายามของจีนประสบความสำเร็จ นักวิเคราะห์กล่าวว่าบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบ   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-cyber-ro/3758343.html

นักวิเคราะห์จีนชี้เศรษฐกิจจีนผ่านช่วง ‘ลงดิ่ง’ เข้าสู่ช่วงเติบโตคงที่แบบกราฟตัว “L”

สำนักข่าว VOA รายงานว่า ศูนย์วิจัยด้านการพัฒนาของสภาแห่งชาติจีน ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจถดถอยรวดเร็วของจีนนั้นผ่านไปแล้ว และขณะนี้จีนกำลังเข้าสู่ช่วงของระดับการเติบโตแบบคงที่ หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ศูนย์วิจัยแห่งนี้ชี้ว่า เศรษฐกิจจีนในช่วงไม่กี่ปีมานี้มีลักษณะกราฟคล้ายตัวอักษร “L” กล่าวคือ ลดลงในแนวดิ่งก่อนที่จะเข้าสู่ช่วงของแนวราบในปัจจุบัน และเชื่อว่าจะมีการขยายตัวแบบเล็กน้อยต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ทางศูนย์วิจัยเตือนว่าอาจเกิดการผันผวนในระยะสั้นๆ ได้บ้าง ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลจีนพยายามปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีน เมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลปักกิ่งเปิดเผยว่าเศรษฐกิจจีนเมื่อปีที่แล้ว เติบโตที่ 6.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 26 ปี ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวที่ 6.5% ขณะเดียวกัน รัฐบาลจีนพยายามปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจจีน จากการพึ่งพาการส่งออกและการเติบโตของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ไปเป็นพึ่งพาการบริโภคในประเทศและการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้น   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-economy/3762848.html

จีนเตรียมประกาศใช้แผน ‘ห้ามทำการประมง’ ในทะเลจีนใต้ชั่วคราว

สำนักข่าว VOA รายงานว่า กระทรวงการเกษตรของจีนกล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า จะบังคับใช้คำสั่งห้ามการประมงที่เข้มงวดกว่าเดิมในทะเลจีนใต้ ระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงเดือนสิงหาคมปีนี้ เพื่อปกป้องทรัพยากรปลาในทะเล รัฐบาลจีนในกรุงปักกิ่งเคยประกาศใช้คำสั่งห้ามทำการประมงในทะเลจีนใต้มาก่อนหน้านี้ โดยครั้งเเรกประกาศใช้ในปี ค.ศ. 1995 และมีการจับเรือประมงที่ละเมิดคำสั่ง หากจีนใช้คำสั่งนี้อีก นักวิเคราะห์ชี้ว่าจีนเสี่ยงที่จะทำลายความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในช่วงที่ผ่านมากับเวียดนามและฟิลิปปินส์ Fabrizio Bozzato นักวิจัยผู้ช่วยที่เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ต่างประเทศที่มหาวิทยาลัย Tamkang ในไต้หวัน กล่าวว่า จีนได้ประกาศที่จะบังคับใช้คำสั่งห้ามการประมงนี้โดยไม่ปรึกษากับชาติอื่นๆ ที่อ้างสิทธิ์เหนือน่านน้ำทะเลเเห่งนี้ เขากล่าวว่า หากจีนปรึกษากับเวียดนามและฟิลิปปินส์เสียก่อน สถานการณ์คงไม่เป็นเช่นนี้ เขาคิดว่าจีนต้องการแสดงให้ทุกคนเห็นว่าจีนเป็นเจ้าของทะเลจีนใต้ทั้งหมด เเละมีสิทธิ์เพียงผู้เดียวในการใช้ทรัพยากรทางทะเลในทะเลจีนใต้   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/south-china-sea-fishing-tk/3786281.html

จีนเดินหน้านโยบายส่งเสริม ‘ภาษาจีนกลาง’ แก่ชนกลุ่มน้อยในประเทศ

สำนักข่าว VOA รายงานว่า นโยบายด้านภาษาของทางการจีนไม่ได้รับการตอบรับอย่างราบรื่นตลอดเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะในเขตดินเเดนของชนกลุ่มน้อย ไม่ว่าจะเป็นทิเบต และในเขตปกครองคนเองซินเจียง ที่คนท้องถิ่นใช้ภาษาของตนเองในการสื่อสารอย่างกว้างขวาง ทางการจีนพยายามผลักดันให้มีการเรียนการสอนเเบบสองภาษาในทิเบตและกลายเป็นต้นเหตุเกิดการประท้วงต่อต้านหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เเม้ว่าบรรดาผู้ปกครองในทิเบตเองก็ต้องการให้บุตรหลานได้เรียนภาษาจีนกลาง เพื่อช่วยเพิ่มโอกาสด้านการงานในอนาคต ทางการจีนได้ผลักดันให้คนกลุ่มน้อยใช้ภาษาจีนกลางเป็นสื่อกลางในการสื่อสารในประเทศมานานหลายสิบปีเเล้ว จีนมีภาษาชนเผ่าและภาษาคนกลุ่มน้อยหลายพันภาษาและยังมีภาษาพูดอื่นๆ ที่ไม่ใช่ภาษาจีนอีกหลายสิบกว่าภาษา รวมทั้งภาษาทิเบตและภาษาอุยกูร์ ในเอกสารเกี่ยวกับนโยบายส่งเสริมภาษาจีนกลาง มีการวางเป้าหมายที่ต้องทำในเขตปกครองของคนกลุ่มน้อยในช่วง 5 ปีต่อจากนี้ โดยรัฐบาลกลางของจีนได้ระบุว่าจะส่งเสริมการสอนหนังสือในโรงเรียนเป็นภาษาจีนกลาง ทางการจีนชี้ว่า แผนนี้ส่งเสริมและเผยแพร่ภาษาจีนกลางให้เป็นภาษาสื่อสารและภาษาเขียนภาษาหลักประเทศ และต้องเพิ่มระดับความสามารถของนักเรียนที่เป็นชนกลุ่มน้อยให้เข้าใจเเละใช้ภาษาจีนกลางทั้งในการพูดเเละการเขียน โดยจะเน้นในพื้นที่ที่มีการใช้ภาษาจีนกลางน้อย   แหล่งข่าว: http://www.voathai.com/a/china-mandarin-minorities/3729878.html